เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

คุม “มาสก์-เจล”…ไร้น้ำยา สินค้าขาด-ราคาพุ่งยกแผง

05 มี.ค. 2563 | 14:46น.

เป็นของ “มีค่า-หายาก-ราคาแพง” ชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยก็ว่าได้ สำหรับหน้ากากอนามัย (mask) เจล-แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ ผลพวงจากวิกฤตไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ “โควิด-19” ที่ลากยาวมากว่า 1 เดือน และกำลังก้าวเข้าสู่เดือนที่ 2 ทั้ง ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศให้สินค้าทั้ง 2 รายการ เป็นสินค้าควบคุม ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ยังจะออกโรงมาระบุว่า บ้านเราโรงงานขนาดใหญ่ประมาณ 10 โรง และมีกำลังการผลิตรวมกันถึงประมาณ 100 ล้านชิ้น/เดือน แต่มีความต้องการใช้ในประเทศประมาณ 30 ล้านชิ้น/เดือน ดังนั้น จึงมีกำลังการผลิตเหลือเฟือ และเพียงพอกับความต้องการ หรือหากมีความต้องการใช้เพิ่มก็อาจจะเพิ่มเป็น 40 ล้านชิ้น/เดือนได้ไม่ยาก เพียงพอกับความต้องการของตลาดในประเทศแน่นอน แถมปัจจุบันยังสต๊อกอยู่อีกประมาณ 200 ล้านชิ้น เรียกว่าใช้ได้นาน 4-5 เดือนเลยทีเดียว

แต่ในความเป็นจริง จนถึงวันนี้ สินค้าทั้ง 2 รายการยังเป็นสินค้าที่หายาก และราคาถีบตัวขึ้นไปอย่างบ้าระห่ำ โดยเฉพาะมาสก์ที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้วันต่อวัน ร้านขายยาที่เป็นช่องทางใหญ่ของสินค้าทั้ง 2 รายการ ต่างปิดประกาศ “สินค้าหมด” กันถ้วนทั่วหน้า

แม้จะมีป้ายประกาศปิดแจ้งไว้ดังกล่าว แต่ด้วยความหวังว่าจะมีสินค้าที่ต้องการเข้ามาบ้าง ประชาชนต่างแวะเวียนเข้าไปสอบถามร้านต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งวัน

ส่วนที่พอจะหาซื้อกันได้บ้าง แต่ราคาขายก็แพงลิบลิ่ว บางแห่ง 650 บาท/กล่อง (50 ชิ้น) บางที่พุ่งทะลุหลัก 1,000 บาทก็มีให้เห็น จากปกติที่เคยซื้อขายกันเพียงกล่องละ 60-80 บาทเท่านั้น…ไม่ต้องถามว่างานนี้คนขายจะมีกำไรงามแค่ไหน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเรื่องแปลกแต่จริง!

เพราะวิกฤตครั้งนี้ ไม่ใช่จะเกิดเฉพาะกับประชาชนหรือคนทั่ว ๆ ไปเท่านั้นที่หาซื้อหน้ากากมาใช้ป้องกันตัวเองจากโรคร้ายไม่ได้ แต่ยังลามไปถึงหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งโรงพยาบาลรัฐบาล โรงพยาบาลเอกชน ที่ต่างก็ประสบปัญหาขาดหน้ากากอนามัยเข้าขั้นวิกฤต

ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่าสมาชิกของสมาคม 250 แห่ง กำลังประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยเข้าขั้นวิกฤต และไม่สามารถจัดซื้อ/จัดหาหน้ากากอนามัยได้ และร้องขอให้ทางการจัดสรรหน้ากากอนามัยให้กับโรงพยาบาลเอกชน

เช่นเดียวกับที่บรรดาผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่ง กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ตอนนี้หน้ากากอนามัยสู่ภาวะขาดแคลน โดยปกติ รพ.ขนาดใหญ่จะใช้หน้ากากอนามัยประมาณ 1 แสนชิ้น/เดือน และต้องสำรองล่วงหน้าไว้ 2-3 เดือน แต่หลังเกิดไวรัสระบาด ความต้องการก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว จึงเริ่มขาดแคลนขึ้น และเมื่อจะสั่งซื้อ ตัวแทนจำหน่ายก็ไม่สามารถจัดหาให้ได้

ส่วนเจล-แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือก็เช่นเดียวกัน ในแง่ของราคาอาจจะไม่พุ่งกระฉูดเหมือนมาสก์ เพราะอย่างน้อยที่สุดยังมีองค์การเภสัชกรรม-องค์การสุรา ที่ทยอยผลิตสินค้าออกมาป้อนตลาดและคานไม่ให้ราคาขยับไปมาก และอีกด้านหนึ่งก็มีรายเล็กรายน้อยผลิตสินค้าออกมาขายจำนวนมากรับกับดีมานด์ที่มีอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้น น่าจะสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการของหน่วยงานรับผิดชอบได้ไม่น้อย และไม่เฉพาะมาสก์-เจลเท่านั้น ล่าสุด สมุนไพรไทย “ฟ้าทะลายโจร” ก็กลายเป็นสินค้าหายากอีกอย่างหนึ่ง

หลังจาก นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาระบุว่า “…ที่ผ่านมาจีนมีการวิจัยฟ้าทะลายโจรในการฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ก่อโรคซาร์สได้ และมีการศึกษาโครงสร้าง 3 มิติของยาและเชื้อ พบว่ามีการจับกันของโมเลกุลยาที่ทำจากฟ้าทะลายโจรและเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019”

ไม่ทันข้ามวัน หลังจากมีข้อความนี้แพร่กระจายออกไป “ฟ้าทะลายโจร” จากเดิมที่เคยมีวางขายเกลื่อนเชลฟ์ กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เกลี้ยงเชลฟ์ภายในพริบตา

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแก้ปัญหานี้อย่างไร…ทั้ง ๆ ที่เป็นสินค้าควบคุม แต่ควบคุมไม่ได้!