เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘โฆษกรัฐบาล คนใหม่’ ลั่น เน้นข้อมูลจริง-รวดเร็ว ไม่โต้วาทีการเมือง
Politics ‘โฆษกรัฐบาล คนใหม่’ ลั่น เน้นข้อมูลจริง-รวดเร็ว ไม่โต้วาทีการเมือง
วราวุธ​ เปิดสเปค ‘ปลัดอุตฯ คนใหม่’ ​เป็นลูกหม้อ-ทำงานไร้รอยต่อ ชี้วางตัวอยู่ยาวดีกว่า​
Politics วราวุธ​ เปิดสเปค ‘ปลัดอุตฯ คนใหม่’ ​เป็นลูกหม้อ-ทำงานไร้รอยต่อ ชี้วางตัวอยู่ยาวดีกว่า​
‘วรวงศ์’ ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ ‘ศุภจี’ ตอบให้ชัด ปิดดีลหรือยัง
Politics ‘วรวงศ์’ ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ ‘ศุภจี’ ตอบให้ชัด ปิดดีลหรือยัง
TSUTAYA คืนสังเวียน ปักธงร้านหนังสือ One Bangkok ต.ค.นี้
Business TSUTAYA คืนสังเวียน ปักธงร้านหนังสือ One Bangkok ต.ค.นี้
ครม.ไฟเขียวโยก 9 บิ๊กพาณิชย์ “วราวุฒิ” คุมส่งออก “วัฒนศักย์” นั่งอธิบดีการค้าภายใน
Economic ครม.ไฟเขียวโยก 9 บิ๊กพาณิชย์ “วราวุฒิ” คุมส่งออก “วัฒนศักย์” นั่งอธิบดีการค้าภายใน
ครม.เด้ง ‘ณัฐพล รังสิตพล’ ปลัดอุตฯ เข้ากรุนั่งที่ปรึกษานายกฯ
Politics ครม.เด้ง ‘ณัฐพล รังสิตพล’ ปลัดอุตฯ เข้ากรุนั่งที่ปรึกษานายกฯ
เลขา EEC เผย เอกชน แย้มขยายเดินรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อ แม้หมดสัญญา 30 ก.ย.นี้
Politics เลขา EEC เผย เอกชน แย้มขยายเดินรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อ แม้หมดสัญญา 30 ก.ย.นี้
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ไทวุฒิ ขันแก้ว’ เป็นปลัด กทม. คนที่ 23
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ไทวุฒิ ขันแก้ว’ เป็นปลัด กทม. คนที่ 23
เปิดไฮไลท์ร่าง PDP2026 ปรับโฉมไฟฟ้าไทย ดันพลังงานสะอาด 65–89% สู่ Net Zero ปี 2593
Economic เปิดไฮไลท์ร่าง PDP2026 ปรับโฉมไฟฟ้าไทย ดันพลังงานสะอาด 65–89% สู่ Net Zero ปี 2593
ดูทั้งหมด

หยุด 14 วัน ได้เงินเดือนไหม ?

07 มี.ค. 2563 | 09:24น.

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์

โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

 

เรื่องไวรัส COVID-19 นี่ทำเอาปั่นป่วนวุ่นวายกันไปทั่วเลยนะครับ ตอนนี้ความวุ่นวายก็เข้ามาสู่คนทำงาน HR ด้วยแหละ

มีคำถามจากกลุ่มไลน์มา ว่า บริษัทจะสั่งให้พนักงานที่กลับมาเมืองไทยหลังจากเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงหยุดงานไป 14 วัน โดยให้ถือเป็นวันหยุดโดยไม่ได้รับเงินเดือน (leave without pay) ได้หรือไม่ ?

เหตุผลของทางบริษัท คือ ไม่อยากให้พนักงานที่ไปประเทศกลุ่มเสี่ยงมาแพร่เชื้อในที่ทำงาน (ถ้ามีเชื้อไวรัสติดกลับมาเป็นเพื่อนด้วยจริง) เพราะจะเกิดความเสียหายกับบริษัท ดังนั้น เหตุผลของพนักงานที่มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ติดเชื้ออะไรมาสักหน่อย ที่อาจจะคิดแบบอาจุมม่าที่เกาหลีว่าฉันไม่เป็นอะไรทำไมต้องมาให้ฉันหยุดงาน แถมยังไม่ได้เงินเดือนอีก บริษัทมาทำงี้ได้ไง

ถ้าบริษัทจะสั่งให้พนักงานหยุดดูอาการ 14 วันโดยไม่ได้รับเงินเดือน แต่พนักงานไม่เห็นด้วยล่ะ ในที่สุดเรื่องนี้คงต้องไปให้ศาลแรงงานท่านต้องตัดสินอีก และอาจจะต้องสู้กันถึงฎีกาว่าตกลงบริษัทจะทำอย่างนี้ได้หรือไม่ เป็นธรรมกับพนักงานหรือไม่ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าคงต้องใช้เวลากันพอสมควรกว่าจะมีคำตัดสินออกมา

ดังนั้น เพื่อไม่ให้เรื่องราวดราม่ากันเยอะแยะ ผมเสนออย่างนี้ดีไหมครับ ?

Advertisement

1.บริษัทควรมีประกาศออกมาเลย ว่า ห้ามไม่ให้พนักงานเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง (มีประเทศอะไรบ้างก็ระบุไปในประกาศ) ตั้งแต่วันที่…จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยในประกาศก็บอกเหตุผลความจำเป็นให้ชัดเจน และบอกเอาไว้เลยว่าถ้าพนักงานฝ่าฝืนคำสั่งนี้เมื่อกลับมาเมืองไทยบริษัทมีสิทธิสั่งให้พนักงานหยุดงานเพื่อดูอาการกี่วันก็ว่าไป และระหว่างหยุดงานเพื่อดูอาการ บริษัทจะไม่จ่ายเงินเดือน แล้วเวียนประกาศแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบคำสั่งนี้

2.สำหรับพนักงานที่เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงก่อนประกาศนี้จะออกมา เมื่อกลับมาเมืองไทยบริษัทก็ควรสั่งให้อยู่บ้านดูอาการ 14 วัน (ตามข่าวที่บอกว่าระยะเวลาฟักตัวของโรคนะครับ แต่บางข่าวก็บอกว่าขยายไปถึง 27 วันก็มี ตรงนี้ก็ต้องดูเอาว่าจะใช้ตัวเลขไหนน่าจะปลอดภัยที่สุด) แต่ก็ควรจะให้หยุดโดยให้เงินเดือนตามปกติ เพราะพนักงานที่เดินทางไปต่างประเทศในกลุ่มเสี่ยงคงไม่ได้มีเยอะแยะมากมายหลายสิบคน

ซึ่งก็คงไม่มีใครอยากจะเอาเชื้อโรคกลับมาเป็นของฝากให้เป็นพิษเป็นภัยกับตัวเองและครอบครัวคนที่เรารัก หรือเอามาฝากเพื่อนฝูงในที่ทำงานหรอก การให้เขาหยุดโดยไม่ให้เงินเดือนมันก็ดูจะหนักไปสักหน่อย ก็อย่าคิดเล็กคิดน้อยจนกลายเป็นการบริหารแบบเจียะป้าบ่อสื่อเลยนะครับ บริษัทคงไม่ได้มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นกอบเป็นกำจากการไม่จ่ายเงินเดือนพนักงาน 14 วันหรอก

3.แต่ถ้าพนักงานคนไหนที่ทราบคำสั่งของบริษัทตามข้อ 1 แล้วยังฝ่าฝืน อันนี้สิครับ ผมถือว่าเป็นการเตือนหรือบอกกล่าวกันล่วงหน้าแล้วยังมีเจตนาฝ่าฝืน อย่างนี้ก็ทำได้ตามคำสั่งที่บอกไว้ได้เลยครับ

ในมุมมองของผมเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จะจบลงได้ด้วยดีถ้าเราพูดคุยกันด้วยภาษาของพี่ของน้องของเพื่อนร่วมงานด้วยเหตุด้วยผลแบบใจเขา-ใจเรา และมีการสื่อสารที่ดี มีการบอกกล่าวกันเสียก่อนว่าอะไรที่พนักงานควรทำหรือไม่ควรทำเพราะอะไร ถ้าฝ่าฝืนบริษัทจำเป็นต้องรักษาส่วนรวมเอาไว้อย่างไร

ไม่ควรทำอะไรแบบปุ๊บปั๊บไม่บอกกล่าวกันก่อนแล้วก็ไปในแนวสายเหยี่ยวทันทีทันใด ซึ่งมักจะทำให้เกิดแรงต้าน เกิดปัญหาตามมาให้แก้กันอีก

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมที่ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือจะ take action กันยังไง ต่อไปก็คงเป็นสิทธิของท่าน และคงแล้วแต่วิธีคิดของผู้บริหารแต่ละบริษัทแล้วแหละ

แต่ผมเชื่อว่าถ้าทำอย่างที่ผมแนะนำมาข้างต้นก็จะไม่ต้องเสียเวลาไปขึ้นโรงขึ้นศาล ไปเพิ่มคดีความให้ศาลท่านในเรื่องที่น่าจะทำความเข้าใจกันได้ด้วยดีระหว่างบริษัทและพนักงานนะครับ