เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“เฟด” หั่นดอกเบี้ยฉุกเฉิน ทำตลาดทั้งช็อก-ตื่นตระหนก

07 มี.ค. 2563 | 21:00น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
โดย นงนุช สิงหเดชะ

วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สร้างความประหลาดใจปนช็อกและตื่นตระหนกให้กับตลาด เมื่อมีมติเป็นเอกฉันท์ลดดอกเบี้ยนโยบายลงมากถึง 0.5% ไปอยู่ที่ระดับ 1-1.25% ที่สำคัญเป็นการลงมติเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนอกวาระประชุมปกติหรือฉุกเฉิน ทั้งที่การประชุมตามวาระปกติกำหนดไว้วันที่ 17-18 มีนาคมนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 นับจากวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ในสหรัฐเมื่อ ค.ศ. 2008 ที่เฟดมีการลดดอกเบี้ยอย่างฉุกเฉินเช่นนี้

เจอร์โรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ชี้แจงว่า เหตุผลที่ต้องปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นเพราะสถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่กระจายกว้างออกไป สร้างความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคต ดังนั้น เฟดจึงเลือกที่จะลงมือบางอย่างเพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ “เรารู้เป็นอย่างดีว่าการหั่นดอกเบี้ยจะไม่ช่วยลดอัตราการติดเชื้อ ไม่แก้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ชะงักงัน ไม่สามารถโน้มน้าวให้คนกลับมาบิน เข้าร่วมประชุมสัมมนา หรือช่วยให้หน่วยงานรัฐบาลและบริษัทต่าง ๆ กลับมาดำเนินกิจกรรมตามปกติ แต่อย่างน้อย การลดดอกเบี้ยจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจโดยรวม ช่วยให้ภาคครัวเรือนและธุรกิจมีความมั่นใจมากขึ้น”

ประธานเฟด ยอมรับว่า ไม่สามารถคาดการณ์ว่าไวรัสจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากน้อยเพียงใด เพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น อีกทั้งไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ของไวรัสจะกินเวลานานเท่าใด แม้ว่าหลายภาคอุตสาหกรรม เช่น ภาคท่องเที่ยว จะรายงานว่าเกิดการขาดทุนบ้างแล้วก็ตาม กระนั้นก็ตามประธานเฟดยืนยันว่า ณ ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง

การลดดอกเบี้ยฉุกเฉินลงมากถึง 0.5% แทนที่จะสร้างความพอใจให้กับตลาด กลับส่งผลตรงกันข้าม โดยดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 3 มีนาคม ดิ่งลงอย่างแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 786 จุด หรือ 2.94% เช่นเดียวกับดัชนีหลักอีก 2 ตัว คือ S&P 500 และ NASDAQ ต่างปรับลงเกือบ 3% ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 1 วัน ดาวโจนส์ปรับขึ้นเกือบ 1,300 จุด เพราะคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในไม่ช้าเพื่อบรรเทาผลกระทบจากไวรัส ช่วยชดเชยการดิ่งลงของสัปดาห์ก่อนหน้าได้บ้าง แต่เมื่อเฟดปรับลดดอกเบี้ยฉุกเฉินลงมากถึง 0.5% กลับกลายเป็นการสร้างความตื่นตระหนก

อาจจะมีเพียงคนเดียวที่รู้สึกพอใจ คือ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กดดันให้เฟดลดดอกเบี้ยมาก ๆ มาโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้ทรัมป์ได้ทวีตข้อความเช่นเดิมว่า เฟดควรลดดอกเบี้ยอีกในคราวหน้า

จิม เครเมอร์ อดีตผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์และผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้น ระบุว่า การหั่นดอกเบี้ยฉุกเฉินของเฟดกลายเป็นการส่งสัญญาณตื่นตกใจให้กับตลาด เป็นการตัดสินใจที่ผิดและไม่สามารถหยุดยั้งการดิ่งลงของตลาดหุ้นได้เพราะการลดดอกเบี้ยจะไม่ได้ผล เนื่องจากไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสดีขึ้น ไม่ได้ช่วยให้การยกเลิกกิจกรรมเศรษฐกิจต่าง ๆ อันเนื่องจากไวรัสกลับมาทำงานตามปกติ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ก็คือ เรามีวิกฤตด้านสาธารณสุขที่สามารถสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้กับเศรษฐกิจ การลดดอกเบี้ยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงและรักษาไข้เศรษฐกิจ

“การลดดอกเบี้ยมากถึง 0.5% เป็นสัญญาณของความตื่นตระหนกว่าการระบาดของไวรัสจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจอย่างมาก มันแสดงให้เห็นว่าประธานเฟดหวาดหวั่นว่าอัตราการว่างงานในสหรัฐอาจพุ่งขึ้น”

การลดดอกเบี้ยฉุกเฉินของเฟดเกิดขึ้นหลังจากพบการติดเชื้อไวรัสภายในสหรัฐและมีผู้เสียชีวิต ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ดาวโจนส์ลดลง 3,200 กว่าจุด

ความตื่นตระหนกของตลาดหุ้นยังเกิดขึ้นจากการที่เฟดไม่ได้เอ่ยถึงมาตรการอื่น ๆ นอกเหนือจากการลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เช่น มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE ประกอบกับผลการประชุมกลุ่มจี 7 ซึ่งเพิ่งจบลงไปไม่มีความชัดเจนหรือรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการที่จะรองรับผลกระทบจากไวรัส กล่าวเพียงกว้าง ๆ ว่าจะใช้เครื่องมือด้านนโยบายเพื่อลดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

การแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งทั่วโลกยังไม่สามารถควบคุมได้ และกระจายเป็นวงกว้างไปในหลายประเทศมากขึ้น ก่อให้เกิดความกังวลว่าระดับผลกระทบของมันต่อเศรษฐกิจจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดองค์การอนามัยโลกออกมา ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลกสูงขึ้น ขยับไปอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่ผู้เชี่ยวชาญเคยประเมินไว้ว่า อยู่ที่ 2.3% เท่านั้น

หน้า 10

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกเบี้ย เฟด