เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยส่อหลุด 1,200 จุด หวังเพิ่มลดหย่อนภาษี SSF ดันดัชนี

12 มี.ค. 2563 | 08:57น.

โบรกฯชี้แนวโน้มหุ้นไทยส่อหลุด 1,200 จุด ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนต่ำสุดเป็นเดือนที่ 2 เอฟเฟ็กต์สงครามราคาน้ำมันทุบดัชนี SET ดิ่งสุดรอบ 4 ปี FETCO หวังมาตรการคลังพยุงหุ้นไทย เตรียมก๊อก 2 หากท็อปอัพลดหย่อนภาษี SSF อีก 2 แสนบาท เอาไม่อยู่ ขณะที่หุ้นพลังงานเสี่ยง “บล.ยูโอบีฯ” จ่อรีวิวกำไรใหม่ ด้าน “บล.เอเซีย พลัส” ลดสมมุติฐานราคาน้ำมันเหลือ 40 เหรียญ ฉุดกำไรตลาดวูบ 6 หมื่นล้าน

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสหลุด 1,200 จุด หลังปรับตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี (ลดลง 108 จุด หรือลดลงเกือบ 8%) ในช่วงต้นสัปดาห์ (1,255 จุด) จากปัจจัยด้านลบที่กระหน่ำเข้ามาเป็นระยะ ทั้งสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้าง และล่าสุดสงครามราคาน้ำมัน

“บริษัทคาดการณ์การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยในกรอบ 1,220-1,280 จุด และมีโอกาสที่จะหลุด 1,200 จุดได้ หากสถานการณ์ต่าง ๆ เลวร้ายลงกว่าเดิม”

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยจำเป็นต้องพึ่งพามาตรการการคลัง โดยเฉพาะที่รัฐจะให้วงเงินลดหย่อนภาษีส่วนเพิ่ม (ท็อปอัพ) 2 แสนบาท สำหรับกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ซึ่งหากได้ผล อาจจะเสนอให้รัฐทำเป็นมาตรการถาวร แต่หากยังไม่ได้ผล อาจต้องเสนอมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การเปิดให้ลงทุนในตลาดหุ้นโดยตรงไม่ต้องผ่านกองทุน ถือครองอย่างน้อย 2 ปี และลดหย่อนภาษีได้ และหากถือเกินก็ยกเว้นภาษีเงินปันผลให้ เป็นต้น

“ต้องดูว่าเม็ดเงินจะไหลเข้า SSF แค่ไหน โดยหากการระบาดไวรัสจบเร็ว ก็คงไม่จำเป็นต้องเสนอมาตรการใหม่ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 2 เดือนข้างหน้า ถ้าทุกอย่างสงบลงในช่วงไตรมาส 2 ครึ่งปีหลังตลาดก็น่าจะฟื้นแรง เพราะเศรษฐกิจไม่ได้บอบช้ำมาก”

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ลดลง 11.48% ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยทำมา และอยู่ในเกณฑ์ซบเซา เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่เห็นสถานการณ์ดีขึ้น จากเหตุการณ์ที่ควบคุมได้ยาก โดยขณะนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าตลาดหุ้นจะลงไปอีกแค่ไหน แต่เชื่อว่าดัชนีระดับ 1,200 จุด น่าจะเป็นฐานที่แข็งแกร่ง และกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) น่าจะฟื้นตัวได้เร็ว เพราะเป็นการลดลงชั่วคราว แต่อาจจะยกเว้นเซ็กเตอร์พลังงานที่กำลังมีปัญหา

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานทั้งหมดในแง่ของรายได้ และความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานต้นน้ำ เช่น PTTEP อย่างไรก็ตาม ประเมินว่ากลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มปิโตรเคมี จะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์หลังผ่านช่วงไตรมาส 1/63 ไปแล้ว เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบลดลง รวมถึงหุ้นที่อยู่ปลายน้ำของธุรกิจปิโตรเคมี จะได้รับผลบวกด้วยเช่นกัน เช่น บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCCC) บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) และ บมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG)ส่วนหุ้นที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ บมจ.เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) บมจ.ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) และ บมจ.ทีทีซีแอล (TTCL) ที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เน้นขยายกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม

“ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจะส่งผลให้บริษัทปิโตรเลียมทบทวนแผนการลงทุนใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้และผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มนี้ต่อไป ซึ่งฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างจัดทำประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมของหุ้นในกลุ่มพลังงานใหม่อีกครั้ง”

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดสมมุติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2563 ลงเหลือ 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมอยู่ที่ 65 เหรียญ ส่งผลให้กำไรตลาดหุ้นลดลงราว 6 หมื่นล้านบาท

โดยสงครามราคาน้ำมันจะกระทบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานมากที่สุด เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์ของธุรกิจพลังงานปรับลดลง ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ส่วนในระยะกลางถึงยาว แนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของค่าการกลั่น หากปรับขึ้นจะส่งผลบวก

“เชื่อว่าจะเห็นการบันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมันในระดับสูงในงบการเงิน งวดไตรมาส 1/63 ดังนั้นฝ่ายวิจัยยังคงยืนยันน้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาด สำหรับหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี โดยความเสี่ยงขาลงของราคาน้ำมันดิบ อาจส่งผลกระทบกำไร บจ.ปีนี้ เพราะการปรับลดลงของสมมุติฐานราคาน้ำมันทุก ๆ 5 เหรียญ จะกระทบกำไรตลาดหุ้นราว 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) 0.92 บาท”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน ตลาดหุ้น