วิธีป้องกันโควิด-19 ระบาดสู่กระเป๋าสตางค์ของเรา
คอลัมน์ สถานีลงทุน นิธิพงศ์ ทวีสิทธิ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
“กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และรักษาระยะห่าง” น่าจะเป็นคำพูดยอดฮิตในช่วงนี้เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ แต่สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ขอเพิ่มอีกหนึ่งคำ คือ ตั้งสติ เพราะดูเหมือนอาการตื่นตระหนกจะแพร่เชื้อเร็วกว่าโควิด เกิดการ panic sell หรือการตกใจเทขายสินทรัพย์จนเสียหายไปมากกว่าเดิม
นับตั้งแต่เข้าเดือน มี.ค. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคได้เร่งตัวขึ้นในหลายประเทศ ซ้ำเติมขึ้นไปอีกกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและกลุ่มโอเปก กดให้ราคาน้ำมันต่ำลงอย่างมาก ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกเกิดพฤติกรรม panic sell เทขายสินทรัพย์ทุกชนิด เริ่มจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันก็แตะระดับต่ำสุดในรอบ 18 ปี
จากนั้นแรงเทขายลามต่อไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ภาคเอกชน โดยราคาพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ของสหรัฐลดลงมาก ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ทั่วโลกค่อนข้างผันผวน นอกจากนั้นแล้ว อีกหนึ่งสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีค่าในตัวมันเองอย่างทองคำก็ไม่รอด ราคาปรับลงเช่นกัน
ทำไมถึงเกิดแรงเทขายในทุกสินทรัพย์ !… เพราะสิ่งที่ไม่รู้ย่อมน่ากลัวเสมอ นักลงทุนคาดการณ์ไม่ออกว่าการแพร่ของโรคจะจบลงเมื่อไร และผลกระทบทางเศรษฐกิจจะโดมิโนต่อเป็นทอดขนาดไหน โดยความตื่นตระหนกของนักลงทุนในตลาดการเงินโลกจะถูกสะท้อนผ่านดัชนีความผันผวน (volatility index : VIX) หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า ดัชนีความกลัว ที่พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับใหม่เป็นประวัติการณ์ สูงกว่าตอนวิกฤตสินเชื่อซับไพรมปี 2008 ซึ่งทุกยุคทุกสมัยเมื่อคนกลัวมาก ๆ ก็จะหันมาถือครองเงินสด สินทรัพย์ที่สภาพคล่องสูงเปลี่ยนมือกันได้ง่าย ทุกคนยอมรับไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนระดับบุคคลหรือองค์กร ต่างลดความเสี่ยงจากการลงทุนให้เสียหายน้อยสุด หรืออยู่ในระดับที่สามารถรับได้
ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกก็พร้อมใจกันผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อดูแลสภาพคล่อง แล้วนักลงทุนอย่างเรา ๆ ควรจะทำอย่างไร?
สภาพคล่องในตลาดการเงินเริ่มจะดีขึ้นแล้ว ถึงเวลาช้อนซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ แล้วหรือยัง ? คำตอบขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคน และควรจะเพิ่ม premium ขึ้นให้สอดคล้องกับความเสี่ยง ยิ่งสถานการณ์ที่มีความผันผวนสูงในขณะนี้ ยิ่งต้องใช้สติในการลงทุนและกระจายความเสี่ยง พึงพิจารณาเป้าหมายการออมการลงทุนว่าเพื่ออะไร ระยะสั้นหรือระยะยาว เน้นสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ หรือต้องการเก็งกำไร การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้มองเห็นภาพและสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะทำอย่างไรกับการออมการลงทุนในช่วงนี้ เพื่อปกป้องเงินในกระเป๋าสตางค์จะหาย และให้เงินยังคงงอกเงยได้
ถ้าเราตั้งสติและหมั่นศึกษาหาความรู้และข้อมูลการลงทุนอยู่เสมอ เชื่อว่าท้ายที่สุดทุกท่านจะชนะสงครามการออม การลงทุนได้เช่นเดียวกับการแพร่ระบาดของโรคตอนนี้ ที่เราทุกคนจะผ่านไปได้ ขอเพียงเริ่มต้นที่ตัวเรา