Skip to content

สทนช.เตรียม “น้ำ” รับแผนพืชหลัก 60 ล้านไร่

09 เม.ย. 2563 | 10:23น.
สทนช.เตรียม “น้ำ” รับแผนพืชหลัก 60 ล้านไร่

แม้ว่าจะเหลืออีก 3 เดือนสิ้นสุดฤดูกาลภัยแล้ง แต่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้เริ่มแผนประเมินสภาพอากาศก่อนสิ้นสุดฤดูแล้ง เพื่อรองรับน้ำหลากในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง โดยจำเป็นต้องเร่งหนุนแหล่งน้ำในพื้นที่เฝ้าระวังขาดน้ำอุปโภคบริโภคแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมเร่งโครงการหาน้ำช่วงแล้งเก็บน้ำช่วงฝนให้แล้วเสร็จ เพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งอุปโภคบริโภคและพื้นที่เกษตร

จี้โครงการน้ำรองรับน้ำหลาก

ทาง นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมเก็บกักน้ำให้มากที่สุด เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพอากาศอย่างรัดกุม ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเกิดพายุฤดูร้อนทุกภาค แต่ฝนจะมาล่าช้า ดังนั้น เนื่องจากสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กลาง และแหล่งน้ำธรรมชาติ พบว่าในแหล่งน้ำหลายพื้นที่ปริมาณน้ำการใช้ “ไม่เพียงพอ” ตลอดฤดูแล้ง อาจส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค จึงจำเป็นต้องเร่งรัดแผนงาน 11 หน่วยงานให้พร้อม

โดยล่าสุดหน่วยงานต่าง ๆ ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการ เริ่มจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เริ่มดำเนินการแล้ว 326 แห่ง จากแผนงาน 704 แห่ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเตรียมดำเนินการ 550 แห่ง จากแผน 888 แห่ง กองทัพบกเริ่มดำเนินการแล้ว 164 แห่ง จากแผน 209 แห่ง หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาอยู่ระหว่างรอรับการจัดสรรงบประมาณ 181 แห่ง จากแผน 190 แห่ง การประปาส่วนภูมิภาคเริ่มดำเนินการแล้ว 43 แห่ง จากแผน 50 แห่ง โดยปีนี้จะลงรายละเอียดไปให้ท้องถิ่นส่วนมาก คาดว่าจะเสร็จตามแผนภายใน 30 มิ.ย.นี้ สามารถเก็บกักน้ำในฤดูฝนนี้ได้ทันสถานการณ์

ทั้งนี้ ขณะนี้มีพื้นที่เฝ้าระวังขาดแคลนน้ำ 43 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 2,041 แห่ง จากแผนงานที่ได้รับอนุมัติงบฯกลาง ดำเนินการไปแล้วกว่าครึ่งทางครบ 11 หน่วยงานดังกล่าว ทั้งหมดที่เป็นโครงการกักเก็บฤดูฝน 8,000 ล้านบาท ล่าสุดกรมชลฯ 2,500 ล้านบาท เพื่อนำมาสู่การเดินหน้าแผนเพาะปลูกฤดูฝนปี 2563 (ดูกราฟิก) 4 พืชหลัก ซึ่งกินพื้นที่กว่า 59 ล้านไร่ แบ่งเป็น 1) ข้าว พื้นที่ 43.62 ล้านไร่ 2) ข้าวโพด 5.8 ล้านไร่ 3) อ้อย 3.97 ล้านไร่ และ 4) มันสำปะหลัง 6.18 ล้านไร่

คาดว่าจะมีปริมาณความต้องการน้ำทั้งประเทศ 52,686 ล้าน ลบ.ม.หากแยกตามรายพื้นที่จะพบว่า ภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกพืช รวม 15.48 ล้านไร่ มีความต้องการใช้น้ำ 12,823 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ 39.02 ล้านไร่มากที่สุด มีปริมาณความต้องการใช้น้ำ 36,159 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง พื้นที่ 1.77 ล้านไร่ มีปริมาณความต้องการน้ำ 1,400 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก พื้นที่ 2.25 ล้านไร่ มีปริมาณความต้องการน้ำ 1,408 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันตก พื้นที่ 0.78 ล้านไร่ มีความต้องการใช้น้ำ 623 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ พื้นที่ 0.27 ล้านไร่ ถือเป็นภาคที่มีพื้นที่ปลูกน้อยที่สุด และมีความต้องการใช้น้ำ ปริมาณเพียง 273 ล้าน ลบ.ม.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน

4 เขื่อนใหญ่เหลือใช้ 37%

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ตั้งแต่ในช่วงต้นฤดูแล้งปี 2562/63 อยู่ในเกณฑ์น้อย จากสภาพฝนปี 2562 ที่ตกน้อยกว่าค่าปกติ กรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้และสอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำด้านอุปโภคบริโภคให้มากที่สุด

ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รวมกัน 38,046 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือ 50% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 14,337 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวม 9,242 ล้าน ลบ.ม. หรือ 37% ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้รวม 2,546 ล้าน ลบ.ม. และมีการระบายน้ำรวมกัน วันละ 19 ล้าน ลบ.ม.

เริ่มส่งน้ำให้ชาวนาแล้ว

เนื่องจากในปีที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์น้อย ส่งผลกระทบต่อการจัดสรรน้ำเพื่อปลูกข้าวนาปี รวมถึงในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง สำหรับพื้นที่ทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการ แผนการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาช่วงต้นฤดูฝนปี 2563 (ระหว่าง 1 พ.ค.-31 ก.ค. 2563) โดยเน้นจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศและพืชต่อเนื่อง รวม 1,656 ล้านลบ.ม.

ในส่วนของพื้นที่การเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำนั้น จากการคาดการณ์จะมีปริมาณน้ำคงเหลือในช่วงฝนทิ้งช่วงเพียง 436 ล้าน ลบ.ม. ทำให้สามารถส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกได้เฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ในพื้นที่เป้าหมาย 265,000 ไร่ เช่นเดียวกับเมื่อปี 2560 ปริมาณน้ำที่จัดสรร 310 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งในรอบนี้ได้เริ่มทำการส่งน้ำเข้าทุ่งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 และจะทยอยส่งน้ำตามแผนเข้าพื้นที่ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การจัดการน้ำ