“เราไม่ทิ้งกัน” ยื่นทบทวนสิทธิ์ 7.4 แสนคน “คลัง” คาด 2 อาทิตย์ตรวจสอบแล้วเสร็จ
คลัง ย้ำผ่านเกณฑ์เกิน 9 ล้านคน รัฐพร้อมจ่าย ชี้ยอดลงทะเบียนล่าสุดทะลุ 28 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 10.6 คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตร ด้านกลุ่มขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ยังไม่กรอกข้อมูล 1.9 ล้านคน เร่งมากรอกภายใน 10 วันหลังจากรับ SMS ส่วนผู้ผ่านเกณฑ์ เร่งจ่าย 5 พันบาทให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท หลังจากวันนี้ (20เม.ย.) เว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ได้เปิดให้ “ยื่นทบทวนสิทธิ์” ล่าสุด เวลา 12.00 น. มีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ์แล้ว 7.4 แสนคน ซึ่งกระบวนการทบทวนสิทธิ์จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จริงเพื่อยืนยันตัวตนและการประกอบอาชีพตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ ตั้งเป้าจะตรวจสอบแล้วเสร็จและเห็นความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์หน้า ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอทบทวนสิทธิ์ด้วย
นายลวรณ ย้ำว่า หากตรวจสอบสิทธิ์แล้ว มีผู้ผ่านเกณฑ์มากกว่า 9 ล้านคน รัฐบาลก็พร้อมจ่ายผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทุกคน ไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมาย และสาเหตุที่เว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน.com ปิดการเข้าไปลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ในวันที่ 22 เม.ย. นั้น เพราะว่าหากไม่ปิดโครงการก็จะไม่มีการยุติการคัดกรอง ฉะนั้น จึงได้มีการเปิดทบทวนสิทธิ์ และเร็วๆ นี้ จะมีมาตรการอื่นออกมาดูแลกลุ่มที่ไม่ได้รับการเยียวยาในมาตรการดังกล่าว
“กระทรวงการคลังจะส่งทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์ แต่ละอำเภอลงไปตรวจสอบตัวตนและการประกอบอาชีพของท่านตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งจะใช้รูปถ่าย 3 ภาพ คือ 1) รูปถ่ายของผู้ทบทวนสิทธิ์ 2) รูปถ่ายกับบัตรประชาชน และ 3)รูปถ่ายหลักฐานการทำงานของผู้ขอทบทวนสิทธิ์ โดยอาจเป็นหลักฐานการทำงาน เช่น รูปถ่ายกับร้านค้า หรือรูปถ่ายเป็นเอกสารว่าทำงานในร้านค้าจริง เช่น ค่าเช่าแผง เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะลดกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์อาชีพที่มี ใบอนุญาตเพื่อให้รวดเร็วขึ้น เช่น กลุ่มที่ระบบระบุสถานะเป็นเกษตรกร แต่ท่านเป็นผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่ สามารถตรวจสอบได้จากใบอนุญาตของท่านได้ ไม่จำเป็นต้องให้ทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์ลงพื้นที่ไปดูรายละเอียด เป็นต้น” นายลวรณ กล่าว
ขณะที่ยอดลงทะเบียนล่าสุด วันที่ 17 เมษายน 2563 มีการลงทะเบียนรวม 28 ล้านรายการ ในจำนวนนี้ เมื่อหักการลงทะเบียนซ้ำหลายครั้งออกแล้ว คงเหลือจำนวนผู้ลงทะเบียน 23.5 ล้านคน โดยจากสถานะการตรวจสอบและคัดกรองล่าสุดพบว่า เป็นผู้ผ่านฐานข้อมูลของกรมการปกครอง 21.1 ล้านคน ไม่ผ่านฐานข้อมูลของกรมการปกครอง 1.8 ล้านคน และอยู่ระหว่างการพิจารณา 6 แสนคน
สำหรับกลุ่มผู้ผ่านฐานข้อมูลกรมการปกครองสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ 10.6 ล้านคน ได้ส่ง SMS แจ้งผลการคัดกรองแล้ว 4.7 ล้านคน ส่วนที่เหลือทั้งหมด จะได้รับ SMS ภายในสัปดาห์นี้ โดยในจำนวนดังกล่าว ระบบคัดกรองสถานะส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร จำนวน 6 ล้านคน ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ตามมารตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบทุนเกิน 6 เดือน จำนวน 9.2 แสนคน เป็นนักเรียนนักศึกษา 7 แสนคน และทำอาชีพค้าขายออนไลน์ จำนวน 4 แสนคน
อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์และไม่เห็นด้วยกับผลการคัดกรองสามารถขอทบทวนสิทธิ์ได้แล้วที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com (หัวข้อ ยื่นทบทวนสิทธิ์) โดยจะเปิดรับผ่านช่องทางออนไลน์นี้เท่านั้น เพื่อเป็นการรักษาระยะห่างทางสังคมตามมาตรการลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ทั้งนี้ ขอให้เตรียมข้อมูลสำคัญและกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง เช่น อาชีพของผู้ลงทะเบียน สถานที่และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และยืนยันว่า นักเรียน นักศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบ หากทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย จะได้รับการดูแลในมาตรการดังกล่าว
กลุ่มผ่านเกณฑ์ 4.2 ล้านคน ซึ่งในกลุ่มนี้ได้เริ่มต้นโอนเงินเข้าบัญชีหรือพร้อมเพย์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2563 เรียบร้อยแล้ว 3.2 ล้านคน คิดเป็นจำนวนเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้เร่งโอนเงินเยียวยาต่อเนื่องทุกวันทำการ สำหรับในกลุ่มที่เหลืออีก 1.0 ล้านคน จะได้รับเงินเยียวยาภายในสัปดาห์นี้
กลุ่มที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม 6.3 ล้านคน ซึ่งทยอยได้รับ SMS แจ้งให้นำส่งข้อมูลเพิ่มเติมและได้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว 4.4 ล้านคน สำหรับส่วนที่เหลืออีก 1.9 ล้านคน ขอให้เร่งเข้าไปกรอกแบบสอบถามออนไลน์ที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com (หัวข้อ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม)ภายใน 10 วัน หลังจากที่ SMS แจ้งเตือน เพื่อที่จะได้ทราบผลการคัดกรอง ตั้งแต่เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม หากผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินเยียวยาอย่างรวดเร็ว ส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะสามารถไปใช้ช่องทางขอทบทวนสิทธิ์ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ ในการจ่ายเงินสำหรับผู้ยื่นทบทวนสิทธิ์ หากมีการคัดกรองล่าช้าไม่แล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย. กระทรวงการคลังจะทบสิทธิ์ให้ สำหรับผู้ที่ตรวจสอบแล้วผ่านเกณฑ์ ในเดือนพ.ค.ต่อไป โดยจะได้เงิน 2 ยอด คือในเดือนเม.ย. และพ.ค. รวมเป็น 10,000 บาท ฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าท่านจะเสียสิทธิ ขณะที่ผู้ผ่านเกณฑ์ที่เคยได้รับเงินรอบแรกในเดือนเม.ย. เดือนต่อไปก็จะได้รับเงินวันเดียวกัน เช่น ได้รับเงินในวันที่ 8 เม.ย. งวดจ่ายเงินเดือนพ.ค. ก็จะได้รับเงิน วันที่ 8 พ.ค. เหมือนเดิม อย่างไรก็ดี หากตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ ระบบจะเลื่อนไปจ่ายวันจันทร์