เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. ลุยผังเมืองใหม่ “รายบล็อก” ทั่วกรุง นำร่อง 8 พื้นที่แก้สาธารณูปโภค-รับมือน้ำท่วม
Real Estate กทม. ลุยผังเมืองใหม่ “รายบล็อก” ทั่วกรุง นำร่อง 8 พื้นที่แก้สาธารณูปโภค-รับมือน้ำท่วม
ศุภาลัย คัมแบกคอนโดฯเชียงใหม่ เปิดตัว “TYME” ห้องใหญ่-ออกแบบต้านแผ่นดินไหว พรีเซล 21-22 พ.ย.นี้
Real Estate ศุภาลัย คัมแบกคอนโดฯเชียงใหม่ เปิดตัว “TYME” ห้องใหญ่-ออกแบบต้านแผ่นดินไหว พรีเซล 21-22 พ.ย.นี้
VING : เปลี่ยนไอเดียจากสนามวิ่ง สู่แบรนด์ไทยที่อยากให้โลกรู้จัก
Business VING : เปลี่ยนไอเดียจากสนามวิ่ง สู่แบรนด์ไทยที่อยากให้โลกรู้จัก
ชาตราเบอร์ 5 หนุน รร.ฝึกอาชีพ กทม. มอบวัตถุดิบปั้นบาริสต้าหน้าใหม่ พร้อมเดินเกมรุกตลาดผู้ประกอบการ
Biz Movement ชาตราเบอร์ 5 หนุน รร.ฝึกอาชีพ กทม. มอบวัตถุดิบปั้นบาริสต้าหน้าใหม่ พร้อมเดินเกมรุกตลาดผู้ประกอบการ
หุ้นไทยปิดพุ่ง 16.36 จุด แรงซื้อบิ๊กแคปหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ไหลเข้าจากอินโดฯ
Finance หุ้นไทยปิดพุ่ง 16.36 จุด แรงซื้อบิ๊กแคปหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ไหลเข้าจากอินโดฯ
CP ขอสิ้นสุดสัญญา ‘อีอีซี’ รับสภาพไฮสปีด 3 สนามบินส่อล่ม
Economic CP ขอสิ้นสุดสัญญา ‘อีอีซี’ รับสภาพไฮสปีด 3 สนามบินส่อล่ม
SMEs ลำพูนขานรับ กขค. คุมเครดิตเทอม จี้ลด VAT เกษตรเหลือ 3%
เศรษฐกิจภูมิภาค SMEs ลำพูนขานรับ กขค. คุมเครดิตเทอม จี้ลด VAT เกษตรเหลือ 3%
ไทยสมุทรฯ ส่งประกันออมทรัพย์ 10/4 จ่ายเบี้ย 4 ปี รับเงินคืน 20% ทุกปี ชูสิทธิลดหย่อนภาษี
Finance ไทยสมุทรฯ ส่งประกันออมทรัพย์ 10/4 จ่ายเบี้ย 4 ปี รับเงินคืน 20% ทุกปี ชูสิทธิลดหย่อนภาษี
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 65,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 65,150 บาท
‘ชัชชาติ’ โอดงบฯกลางเหลือแค่ 28 ล้าน จ่อขอสภาเพิ่ม 1.1 พันล้านจ่ายเยียวน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ โอดงบฯกลางเหลือแค่ 28 ล้าน จ่อขอสภาเพิ่ม 1.1 พันล้านจ่ายเยียวน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

โค้งสุดท้ายประกันรายได้ 5 พืชเฉียด 5 หมื่นล้าน

26 เม.ย. 2563 | 11:00น.
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.พาณิชย์

ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 ภายใต้การใช้งบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน โดยเบื้องต้นจะมีเกษตรกรที่ได้รับสิทธิตามที่ลงทะเบียนไว้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 9 ล้านทะเบียนเกษตรกร วงเงิน 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน หรือ 15,000 บาท ซึ่งมาตรการเยียวยาเกษตรกรครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เงิน 135,000 ล้านบาท

ที่ผ่านมาการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นการดำเนินโดยผ่าน “โครงการประกันรายได้” ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ 5 ชนิดประจำฤดูการผลิต 2562/63 ตามนโยบาย “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ โดยได้มีการจ่ายชดเชยให้เกษตรกรไปแล้ว ล่าสุดจนถึงเดือน เม.ย. 2563 ด้วยวงเงิน 48,788 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ในพืช 3 ชนิด ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดำเนินการมาถึง “โค้งสุดท้าย” เหลือเวลาอีก 1 เดือนจะครบกำหนดในวันที่ 31 พ.ค. 2563

ในส่วน “ข้าวเปลือกปี 2562/63” รอบที่ 1 ที่เริ่มคิกออฟเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2562 มีเกษตรกรเข้าร่วม 349,000 ครัวเรือน รัฐกำหนดราคาประกันข้าวเปลือก 5 ชนิด คือ ข้าวหอมมะลิ ตันละ15,000 บาท ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ข้าวเจ้า ตันละ 10,000 บาท ข้าวหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท และข้าวเหนียว ตันละ 12,000 บาท ล่าสุดรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาให้เกษตรกรแล้ว 24 งวด จากทั้งหมด 30 งวด คิดเป็นเงิน 19,387 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 21,495.74 ล้านบาท คงเหลือ 2,108 ล้านบาท แต่ด้วยวิกฤตภัยแล้งที่รุนแรง ส่งผลให้ปริมาณข้าวเปลือกลดลงเหลือ 18.8 ล้านตัน ราคาข้าวเปลือกในประเทศปรับสูงขึ้นไปตันละ 10,200-11,000 บาทสูงสุดในรอบ 10 ปี

เช่นเดียวกับ “มันสำปะหลัง” ที่มีเกษตรกรเข้าร่วม 470,000 ครัวเรือนนับจากเริ่มคิกออฟจ่ายชดเชยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2562 ด้วยราคาประกันหัวมันสด กก.ละ 2.50 บาท จนถึงปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยแล้ว 4,765 ล้านบาทจากวงเงิน 9,671.5 ล้านบาท คงเหลืออีก 4,906.5 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้คาดว่า “ภัยแล้ง” ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลงเหลือ 28.7 ล้านตัน สวนทางกับความต้องการใช้ที่มากถึง 39-40 ล้านตันโดยเฉพาะความต้องการจะใช้ผลิตแอลกอฮอล์ ทำให้ราคาหัวมันล่าสุดเฉลี่ย กก.ละ 2.15-2.85 บาทในโค้งสุดท้าย

ขณะที่ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ซึ่งคิกออฟจ่ายเงินส่วนต่างไปเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2562 กำหนดราคาประกัน กก.ละ 8.50 บาท จนถึงปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรแล้ว 4 งวดจากทั้งสิ้น 11 งวด คิดเป็น 432 ล้านบาทจากวงเงินรวม 923.3 ล้านบาท ยังเหลือ 8 งวด แต่ปรากฏว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ คาดการณ์ว่า “ภัยแล้ง” ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดมากขึ้นถึงเกือบ 5 ล้านตัน จำเป็นต้องขอขยายเวลาดำเนินมาตรการจากเดิมที่จะสิ้นสุด 31 พ.ค.นี้ออกไปอีก เพื่อรองรับผลผลิตข้าวโพดรุ่น 2 ที่จะออกในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ระดับราคาข้าวโพดล่าสุดอยู่ที่ กก.ละ 8.70 บาท สูงกว่าราคาประกันรายได้

“ปาล์มน้ำมัน” ที่เริ่มคิกออฟตั้งแต่ 1 ต.ค. 2562 มีเกษตรกรขึ้นทะเบียน 263,107 ราย กำหนดราคาประกัน กก. 4 บาท ปัจจุบันจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรแล้ว 2,770 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 13,378.99 ล้านบาท ถือเป็นสินค้าที่รัฐบาลจ่ายส่วนต่างน้อยที่สุด เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 10 คู่ขนานส่งผลให้ราคาผลปาล์มปรับขึ้นไป กก.ละ 5-6 บาท สูงกว่าราคาประกัน

สุดท้าย “ยางพารา” ที่เพิ่งจะสิ้นสุดโครงการประกันรายได้ไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา มีเกษตรกรขึ้นบัญชี 1.71 ล้านราย รัฐบาลได้จ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง 21,434 ล้านบาท จากวงเงินที่ตั้งไว้ 24,000 ล้านบาท และขณะนี้ทางการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้เสนอขอรัฐบาลพิจารณาโครงการประกันรายได้ยางระยะที่ 3 ต่อไปอีก 35,000 ล้านบาท เนื่องจากราคายางแผ่นดิบที่ยังทรงตัวต่ำที่ กก.ละ 35.25 บาท น้ำยางสดกก.ละ 38.20 บาท “ต่ำกว่า” ราคาประกันรายได้ที่รัฐบาลกำหนดให้ยางแผ่นดิบ กก.ละ 60 บาท น้ำยางสด กก.ละ 57 บาท ยางก้อนถ้วย กก.ละ 23 บาท เป็นผลพวงจากดีมานด์การใช้ยางพาราในตลาดโลกชะลอตัวลงจากโควิด-19 กระทบอุตสาหกรรมยางล้อ

อย่างไรตาม ต้องติดตามต่อไปว่า รัฐจะลุยต่อโครงการประกันรายได้ และจะยกเครื่องมาตรการนี้เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรอย่างใด