เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
Business “โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
Uncategorized บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
“เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
Economic “เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
Real Estate รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
Columns รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
Economic บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
News วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
Finance พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
‘วราวุธ’ ย้ำภาษี EV ต้องสร้างแต้มต่อเท่ากัน ป้องกันรถนำเข้าได้เปรียบรถผลิตไทย
Economic ‘วราวุธ’ ย้ำภาษี EV ต้องสร้างแต้มต่อเท่ากัน ป้องกันรถนำเข้าได้เปรียบรถผลิตไทย
ดูทั้งหมด

อีก 2 เดือนปลดล็อกดาวน์ 4 เฟส – สมช. ชง ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มิ.ย.63

30 เม.ย. 2563 | 19:45น.

วันที่ 30 เมษายน 2563  ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. ภายในตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. พร้อมด้วยคณะ อาทิ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และนายกลิน สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงมาตรผ่อนคลายการอำนวยความสะดวกการดำรงชีวิตของประชาชน หรือ มาตรการผ่อนปรนประเภทกิจการและกิจกรรม

นายกฯ ส่งสาส์น ขอให้ร่วมมือเพราะเป็นงานยาก

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สาส์นจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศบค.ของการเริ่มมาตรการผ่อนปรนในวันที่ 30 เม.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำการดำเนินการในครั้งนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้ตัดสินใจร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปด้วยกัน

ทั้งในเรื่องของการระบาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยหากเราสามารถควบคุมสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในระยะแรกได้ก็จะมีการดำเนินการมาตรการผ่อนปรนในระยะต่อ ๆ ไปได้ นอกจากนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทำให้ประชาชนปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพ ค่าใช้จ่าย วิถีชีวิตของประชาชน และป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้

“หากเราควบคุมได้ไม่ดี ทุกอย่างอาจจะแย่ลง ทุกคนเข้าใจดีว่า เป็นงานที่ยาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ ผู้อุปโภคบริโภค ขอให้ประชาชนร่วมมือกันด้วยความตั้งใจ มุ้งเน้นในเรื่องของการป้องกันตัวเองและผู้อื่น มีสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เผื่อแพร่ แบ่งปันกันก็จะสำเร็จได้”
พล.อ.ประยุทธ์ขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกันในคณะกรรมการพิจารณามาตรการผ่อนปรน ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐ ภาคธุรกิจ เอกชน ประชาชน ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ให้ข้อเสนอและหามาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการอย่างรอบคอบ

“คงไม่ใช่เพราะคำสั่งหรือการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว และต่อจากนี้จะเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศที่ต้องช่วยกัน ร่วมมือกัน มาตรการครั้งนี้ถึงจะสำเร็จได้”

ปลดล็อก 6 กิจการ-กิจกรรม

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อหลักหน่วยเท่านั้น กำหนดให้มีมาตรการผ่อนปรนที่มีมาตรฐานกลางของแต่ละกิจการของผู้ประกอบการ เช่น แผงลอย หาบแร่ และกิจกรรมของรายบุคคล เช่น การเข้าไปในสวนสาธารณะ การรำไทเก็กร่วมกัน
ศบค.จะกำหนดมาตรการผ่อนปรน โดยกำหนดมาตรฐานกลาง ของแต่ละกิจการ กิจกรรมในทุกพื้นที่ให้ยึดถือปฏิบัติ และ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำหนดรายละเอียดต่อไป

“ทั้งนี้ รายละเอียดของการปฏิบัติของแต่ละพื้นที่ สามารถมีความเข้มข้นมากกว่าได้ แต่น้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ของศบค.ไม่ได้ แนวทางการดำเนินงานต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก นำปัจจัยด้านสังคม และปัจจัยได้เศรษฐกิจประกอบการพิจารณา เน้นย้ำนะครับ เอาเรื่องสาธารณสุขขึ้นมาก่อน สังคม เศรษฐกิจตามมา”

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับมาตรการผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการและกิจกรรม มีดังนี้

1.ตลาด ได้แก่ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย

2.ร้านอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนนหวาน ไฮศรีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็นและหาบแร่

3.กิจการค้าปลีก-ส่ง ได้แก่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง/ยืนรับประทาน รถเร่ หรือ รถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย/ร้ายอาหารปลีกชุมชน ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

4.กีฬาสันทนาการ ได้แก่ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดินรำไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอฟล์และสนามซ้อม

5.ร้านตัดผม-เสริมสวย ได้แก่ ร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ ไดร์ผม

6.อื่น ๆ เช่น ร้านตัดขน ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์ โดยให้เริ่มเปิดกิจการและกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.63

อย่าให้ซ้ำรอยตปท.-ระลอกสอง

ทั้งนี้ ให้ยึดถือข้อกำหนดตามมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ฉบับที่ 1 ข้อ 11 เช่น การทำความสะอาดพื้นผิว หรือ สถานที่ที่เกี่ยวข้องก่อนและหลังการทำกิจกรรม รวมถึงการกำจัดขยะมูลฝอย การใส่หน้ากากผ้าเสมอทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ การล้างมือด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล การเว้นรักษาระยะห่าง 1 เมตร และมีแอพลิเคชั่นตามตัว.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ กว่าจะมีมาตรการที่จะประกาศในวันนี้ ผ่านมาแล้วหลายเวที ทั้งเวทีภาคธุรกิจ ภาคกระทรวงสาธารณสุข สศช. ฝ่ายความมั่นคง
“การผ่อนคลายมาตรการทั้งหลายจะมีผลต่อตัวเลขการติดเชื้อทั้งสิ้น เนื่องจากคนเป็นพาหะของโรค ถ้าเราผ่อนมากเกินไปการกลับเข้ามาของโรคติดเชื้อโควิด-19 จะเหมือนกับประเทศข้างเคียงของเรา ที่ต้องกลับมามีมาตรการตึงขึ้นเหมือนเดิม”

คงเคอร์ฟิว-ห้ามเข้า-ออกประเทศ

ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบขยายการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตั้งแต่วันที่ 1 จนถึง วันที่ 31 พ.ค.63
ดังนั้นการตรึงสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีอยู่ ดังนี้

1.มาตรการการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในช่วงเวลา 22.00 น. จนถึง 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น

2.การเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร ทั้งทางบก-ทางน้ำและทางอากาศภายในประเทศ

3.การคง State Quarantine ตามนโยบายของผู้อำนวยการศบค.ที่ให้มีสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ซึ่งมีจำนวนมากหลายพันคน และตรวจพบคนติดเชื้อ 80 กว่าคน หากไม่มี อาจทำให้มีผู้ติดเชื้อเป็นหมื่นคน จึงจำเป็นต้องควบคุมการเข้า-ออกราชอาณาจักร”

4.การจำกัดการบินเข้า-ออกสายการบินระหว่างประเทศ โดยอนุญาตให้บินเข้าเฉพาะสายการบินบางประเภท เช่น กรณีขนส่งสินค้า และรับคนตามข้อตกลง เป็นระยะเวลา 1 เดือน ( 1 -31 พ.ค.63)

5.ยังคงงดการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น

6.ยังคงแนวทางการทำงานที่บ้าน (Work from home) อย่างน้อยร้อยละ 50

7.การเข้มงวดไม่ได้คนเคลื่อนย้ายคนเข้าไปในพื้นที่แออัด-มีคนจำนวนมาก มีกิจกรรมร่วมกันที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

14 วันอันตราย-ไทม์ไลน์เปิดเมือง

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เราจะใช้เวลา 14 วันหลังจากนี้ไป คอยติดตาม ประเมินผล ถ้ามีตัวเลขของการติดเชื้อคงที่ไปเรื่อย ๆ แสดงว่าประชาชนให้ความร่วมมือและวิธีการจัดการตัวเอง กิจการและกิจกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นในระยะต่อไป

“แต่ถ้าภายใน 14 วันนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นสองหลัก เพิ่มขึ้นเป็นสามหลัก พวกเราต้องยอมรับและมาช่วยกันคิด ต้องถอยหลังกลับมาในความตึงขึ้นของกิจการและกิจกรรม ต้องถูกทบทวนใหม่ เดินไปด้วยกัน”
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การผ่อนคลายหลังจากนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะครั้งละ 25 เปอร์เซ็นต์ 4 ครั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ ระยะเวลาครั้งละ 14 วัน หรือ 2 เดือน อย่างไรก็ตามมีตัวแปรของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของประเทศเพื่อนบ้านในการนำมาพิจารณาผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ

“ถ้าวันนี้เราร่วมมือกันเป็นอย่างดี อาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้ ถ้าวันนี้เราหย่อนกันมากแล้วพรุ่งนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมาเป็น 2 หลัก สิ่งที่พูดกันวันนี้เท่ากับกลายเป็นศูนย์ทันที ไม่มีอะไรแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์”

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เป็นภาระของผู้บริหารแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ภาคเอกชนแต่เพียงเจ้าเดียว แต่เป็นทุนคนมีส่วนร่วมด้วยกันทั้งหมด ต้องร่วมมือกันให้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงสามารถควบคุมโรคได้เป็นอย่างดี

“หลายประเทศเพลี่ยงพล้ำไปนิดเดียว ต้องกลับไปเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ใน 14 วันข้างหน้านี้”

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

3 เดือน เลขตัวเดียว “ชาติพ้นภัย”

นายทศพร กล่าวว่า การประเมินความเสี่ยง แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะแรก 6 กิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงน้อยที่จะเริ่มผ่อนคลายได้ในวันที่ 3 พ.ค.63 ระยะที่ 2 และ ระยะที่ 3 จะผ่อนคลายได้เมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับ 2 ตัวแปรในระยะที่ 1 คือ ตัวแปรที่ 1 ถ้า 14 วันนี้ ไม่มีผู้ติดเชื้ออย่างมีนัยสำคัญจะมีการผ่อนคลายระยะที่ 2 และ ระยะ 3 ได้

“มาตรการรองรับการผ่อนคลายระยะที่ 2 และระยะที่ 3 จะมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยห้างร้านที่จะเปิดในระยะต่อจากนี้ไป จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งต้องมีการขออนุญาตจากราชการและท้องถิ่น โดยจะได้รับแอปพลิเคชั่นให้ประชาชนจะเข้าไปรับบริการก็ต้องใช้มือถือสแกน”

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ช่วงเวลานี้อยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน และกำลังจะเข้าสู่ในอีก 14 วันข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อย่างไรก็ตามยังต้องการความร่วมมือจากประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม

“ถ้าหากประชาชนทำดีต่อไปก็ยังคงตัวเลขผู้ติดเชื้อตัวเดียวได้ แถมยังได้เรื่องของการมีอิสระในการไปจับจ่ายใช้สอย ประกอบอาชีพยังเหมือนเดิม ซึ่งคนที่ตรวจสอบได้ดี คือ ประชาชน ช่วง 14 วันนี้จะเป็น 14 วันแห่งการเปลี่ยนแปลง 14 วันแห่งการปรับตัว เป็น 14 วันที่เราจะมาใช้ชีวิตวิถีใหม่ ถ้าเราช่วยกันได้ก็จะเห็นตัวเลข 1 หลักในอีก 3 เดือนข้างหน้า และพ้นภัยกันได้ทั้งประเทศ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า การฆ่าตัวตายจนเป็นพฤติกรรมเลียนแบบเตรียมแก้ปัญหาอย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้หารือกันหลายครั้งและเทียบเคียงกับกรณีศึกษาในหน้าหนังสือพิมพ์และเนื้อหาทางวิชาการเพื่อลดการสูญเสียจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ ดังนั้น สัญญาณของการฆ่าตัวตาย สัญญาณของการเจ็บป่วยทางจิตและทางกายเพื่อช่วยเหลือให้ตรงจุด เช่น ด้านเศรษฐกิจ เพื่อลดการสูญเสีย ซึ่งเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

“เราเคยเจอวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ตอนนั้นตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นมาเป็น 8.3 คนต่อ 1 แสนประชากร แต่ครั้งนี้ยังไม่เหมือนตอนนี้และสามารถทำให้มีแนวโน้มลดลง”

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

งดขายสุราต่อ-ไม่มีกำหนด

นายฉัตรชัยกล่าวว่า เรื่องการห้ามขายสุรา ซึ่งเป็นปัจจัยนำไปสู่ความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้น การห้ามขายสุราจึงยังคงมีผลต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
นายกลิน กล่าวว่า ร้านอาหารทั่วไปที่สามารถเปิดได้ คือ ห้องแถวไม่เกิน 2 คูหา และต้องมีมาตรการป้องกัน เช่น รักษาระยะห่าง 1 เมตร ใส่หน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า ร้านอาหารขนาดใหญ่ยังไม่สามารถเปิดได้ รวมถึงร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารในตลาดคนเดินต้องห่างกัน 1 เมตร สุดท้ายของให้ทุกคน Work from home ให้มากที่สุด

พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ติดแอพลิเคชั่นนับคนเข้าห้าง-อีก 2 เดือน ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า การบินภายในประเทศยังไม่ผ่อนปรนมากนัก แต่ไม่ได้ห้าม เป็นเพียงจำกัดการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามสายการบินมาตรฐานและมีมาตรการรักษาความสะอาดรองรับ เช่น ในห้องโดยสาร การรักษาระยะห่าง การเสิร์ฟอาหาร

สำหรับการเดินทางเข้าประเทศของคนไทยยังยินดีรับคนไทยเข้าประเทศให้ได้มากที่สุด ภายใต้การคัดกรอง ทั้ง local Quarantine และ State Quarantine ส่วนแรงงานในฝั่งมาเลเซียจำกัดจำนวน 350-400 คนต่อวัน ขณะที่แรงงานต่างด้าวจะมีการมาตรฐานการกักตัว 14 วันในด่านชายแดน ทั้งนี้ การจะเพิ่มหรือลดจำนวนคนเข้าประเทศขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการและสถานที่รับรอง 14 วัน

พล.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ระหว่างการผ่อนคลาย 14 วัน ถ้ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็ต้องไปดูว่ากิจการและกิจกรรมใดที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การเหมารวมปิดทั้งหมด ส่วนการเปิดห้างสรรพสินค้ายังไม่กำหนดว่าจะเปิดระยะใด เพราะจะต้องมีแอพลิเคชั่นนับจำนวนคนเข้าห้าง หรือ หากมีผู้ติดเชื้อก็สามารถติดตามตัวได้

“หากในอีก 2 เดือนข้างหน้า มีผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อย ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯต่อไป เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ”

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ติดเชื้อไม่เกิน 30 คน ผ่อนปรนเฟส 2-3 ได้

นพ.สุขุมกล่าวว่า จากการคาดการณ์มีผู้ป่วยใหม่วันละ 7-9 คนมา 4 วัน และผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 200 คน จากมาตรการต่าง ๆ ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10 คน นอกจากนี้ยังอยู่ในมาตรการควบคุมการเข้า-ออกประเทศ คาดว่ามาตรการผ่อนปรนจะดำเนินการไปได้ด้วยดี ควบคู่ไปกับมาตรการรักษาระยะห่าง การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ

“กลุ่มกิจการสีขาวจะสามารถผ่อนคลายได้ทันที ถ้าระหว่างนี้ประชาชนช่วยกัน โดยทำงานที่บ้านของภาคเอกชนและราชการ หลีกเลี่ยงการออกมาในพื้นที่ชุมชน การใช้รถสาธารณะ ภายใน 14 วัน จำนวนผู้ป่วยไม่น่าเพิ่มเติม 20-30 คน ก็จะสามารถผ่อนปรนในระยะ 2 และระยะที่ 3 ต่อไปได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โควิด-19