เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
Economic พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
Economic น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
Politics IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
ดูทั้งหมด

แถลงการณ์ “เพื่อไทย” เกาะติดรัฐบาลใช้งบโควิด 1.9 ล้านล้าน

14 พ.ค. 2563 | 18:32น.

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2563 พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ยังไม่ยุติ และเชื่อว่าสังคมไทยจะต้องเผชิญกับโควิด 19 นี้ไปอีกนาน โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าได้เวลาที่สังคมไทยจะได้พิจารณาถึงการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด 19 ของรัฐบาล ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงขณะนี้ เพื่อถอดบทเรียน และหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง พรรคเพื่อไทยขอแถลงดังนี้

1. ตัวเลขสะสมของผู้ติดเชื้อ และผู้ที่รักษาหายถึงปัจจุบันในไทย เกิดจากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัยคือ 1. ความร่วมมือและการเสียสละของพี่น้องคนไทย2. คุณภาพบุคลากรสาธารณสุขไทย 3. ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งของไทย

1) ความร่วมมือและความเสียสละของคนไทย เป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่ป้องกันการระบาดของเชื้อได้ชะงัก การรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ของคนไทย คนทำงานที่เสียสละและได้รับผลกระทบอย่างมากจากการปิดกิจการ และเจ้าของธุรกิจที่ต้องปิดกิจการตามคำสั่งของภาครัฐ อีกทั้งน้องๆนักเรียน นักศึกษาที่ต้องอยู่บ้านเนื่องจากการสั่งปิดสถานศึกษา พรรคเพื่อไทยชื่นชมความร่วมมือและการเสียสละของคนไทยทุกคนที่อยู่บ้าน และหยุดเชื้อ

2) ความสามารถและความเสียสละของบุคลากรสาธารณสุขไทย การระบาดของโควิด 19 พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนถึงศักยภาพของหมอ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ที่ได้ทุ่มเทสกัดการระบาด และรักษาผู้ติดเชื้อจนหายได้เป็นจำนวนมาก

3) ความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขไทย ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าทำให้คนไทยมีหลักประกันการเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขถ้วนหน้า รวดเร็ว จนทำให้การตรวจเชื้อ การควบคุมโรค และการรักษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะน้อยกว่านี้และสถานการณ์โควิด 19 ในไทยจะดีกว่านี้ ถ้าการจัดการแก้ปัญหามีประสิทธิภาพอย่างน้อย 7 เรื่องสำคัญดังนี้ 1) การไม่มีประสิทธิภาพในการจัดหาหน้ากากอนามัยและการขาดแคลนชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE)สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จนทำให้ประชาชนต้องกระเสือกกระสนหาหน้ากากเพื่อปกป้องตนเองและครอบครัว น่าเศร้าใจที่มีการกักตุนหน้ากาก และน่าเห็นใจที่บางโรงพยาบาลต้องขอบริจาค PPE และหน้ากากอนามัย N95 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์

2) ความสับสนในมาตรการกักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เช่นกรณีคนงานไทยกลับจากเกาหลีใต้ที่ขอให้กักตัวที่ศูนย์กักตัว แต่กลับถูกปล่อยให้กลับไปกักตัวเองที่บ้านภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งทำให้เสี่ยงที่จะแพร่เชื้อสู่คนใกล้ชิด

3) การสั่งปิดกิจการในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนประกาศมาตรการเยียวยาให้ชัดเจน ทำให้คนไม่มีงานทำเดินทางกลับบ้าน เสี่ยงแพร่กระจายเชื้อให้คนในต่างจังหวัด

4) ความล่าช้าในการปิดประเทศห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ทั้งๆที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอให้ปิดประเทศห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2563 แต่รัฐบาลมีคำสั่งห้ามต่างชาติเข้าไทยในวันที่ 2 เมษายน 2563 ซึ่งพบว่ามีชาวต่างชาติเข้าไทยติดเชื้อโควิด และมีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

5) ความล่าช้าและการเยียวยาที่ไม่ทั่วถึงและรวดเร็ว มี คน 23.5 ล้านคน ลงทะเบียนเพื่อขอรับการเยียวยา แต่คนได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทมีเพียง 14 ล้านคน ใช้เวลาถึง 50 วัน กว่าจะเยียวยาเสร็จ การเยียวยาล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพทำให้ประชาชนจำนวนมากเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ หิวโหย สิ้นหวัง ฆ่าตัวตาย ขณะนี้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างครบถ้วน ธุรกิจขนาดเล็กยังไม่ได้รับการเยียวยา นอกจากนั้นพรรคเห็นว่าเกษตรกรควรได้รับการเยียวยาครอบครัวละ 35,000 บาท

6) ความล่าช้าในการคลายล็อคส่อทำให้เศรษฐกิจช็อค การคลายล็อคล่าช้าจะทำให้แผลทางเศรษฐกิจบาดลึกและรุนแรงขึ้น ปัญหาคนตกงาน คนขาดรายได้ เจ้าของกิจการที่ถูกสั่งให้ปิดแต่ต้องแบกรับภาระจ่ายค่าจ้าง จะส่งผลรุนแรงต่อเศรษฐกิจ จนยากที่จะแก้ไขฟื้นฟู

7) ความล่าช้าในการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตาม “พรก.ฉุกเฉิน” พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องสร้างความสมดุลด้านระบาดวิทยาและด้านเศรษฐกิจ คืนความเป็นปกติสุขให้ประชาชนพร้อมกับสร้างมาตรฐานการป้องกันตนเองให้ประชาชน และเสริมความเข้มแข็งด้านสาธารณสุข ความท้าทายระยะต่อไปคือ การฟื้นฟูและกอบกู้เศรษฐกิจที่เป็นผลพวงของโควิด-19 ที่มีคนจำนวนมากขาดรายได้ คนตกงานเกือบ 10 ล้านคน การปิดกิจการ การหดตัวของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย จีดีพีไทยมีโอกาสติดลบ 5-9% ทั้งนี้การที่รัฐบาลได้กู้เงินจำนวนมหาศาล สมควรอย่างยิ่งที่งบประมาณเหล่านั้นจะตอบสนองทั้งในส่วนของความเข้มแข็งด้านสาธารณสุข การชดเชยเยียวยาในช่วงวิกฤติ การฟื้นฟูและปลุกชีวิตของเศรษฐกิจให้ได้

พรรคจะทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนตรวจสอบประสิทธิภาพและความโปร่งใสของการใช้เงิน 1.9 ล้านๆบาทที่จะใช้ฟื้นฟูประเทศอย่างเข้มงวด และจะรายงานให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะต่อไป