เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

iPrice เผย 3 ไฮไลท์สำคัญ ‘อาเซียน’ ช่วงวิกฤต ‘โควิด-19’

15 พ.ค. 2563 | 14:48น.

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงมหาศาลให้กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดย iPrice บริษัทผู้วิจัยธุรกิจอีคอมเมิร์ซในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ได้ทำการสรุปรวบรวม 3 ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจไว้ดังนี้

7 สินค้าที่มียอดค้นหาออนไลน์สูงสุดของไทย ในช่วงวิกฤตโควิด-19

การแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ครั้งนี้ส่งผลให้ยอดการใช้งานอีคอมเมิร์ซเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ที่หลายประเทศบังคับใช้เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสภายในประเทศ ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จึงกลายเป็นช่องทางหลักในการช้อปปิ้งของผู้คนในเวลานี้

iPrice เปิดเผยรายงาน สินค้าที่มียอดการสืบค้นออนไลน์สูงสุด 7 อันดับแรกในประเทศไทยช่วงระหว่างวันที่ 13 มี.ค.-17 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง พบว่า สินค้าที่มียอดการค้นหาสูงสุดส่วนใหญ่เป็นสินค้าป้องกันเชื้อไวรัสไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และ ปรอทวัดไข้ โดยนอกจากจะมียอดการสั่งซื้อสูงขึ้นแล้ว ยังมีราคาพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวด้วย

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันเชื้อไวรัส แต่ติดอันดับสินค้ายอดนิยมของไทยที่มียอดการค้นหาสูงสุด 7 อันดับแรกด้วย คือ “ปัตตาเลี่ยน” สาเหตุมาจากการที่ร้านตัดผมทั่วประเทศต้องปิดให้บริการชั่วคราวตามมาตรการควบคุมโรค ส่งผลให้มีผู้ต้องการซื้อหาปัตตาเลี่ยน สำหรับตัดผมด้วยตนเองหรือใช้งานในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปัตตาเลี่ยนมียอดการค้นหาเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 22,333%

สินค้าอีกประเภทหนึ่งที่มียอดการค้นหาสูงขึ้นถึง 2,749% คือ “สระว่ายน้ำเป่าลม” เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการฉุกเฉินที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถออกจากที่พักอาศัยได้ ทำให้สระว่ายน้ำเป่าลมกลายเป็นอุปกรณ์คลายร้อนภายในที่พักอาศัยที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น ขณะที่ “จักรเย็บผ้า” ก็กลายมียอดการค้นหาเพิ่มขึ้น 2,540% เป็นผลมาจากความขาดแคลนหน้ากากอนามัย ที่ทำให้ผู้คนหันมาตัดเย็บหน้ากากผ้าเพื่อสวมใส่เองมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ความต้องการสินค้าเหล่านี้ก็ลดลง โดยตัวเลขเฉลี่ยของการค้นหาโดยรวมของสินค้า 7 อย่างนี้ลดลงมากถึง 97% ซึ่งสระว่ายน้ำเป่าลม หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือมียอดลดลงมากที่สุดถึง 99% ตามมาด้วยจักรเย็บผ้าที่ลดลง 98% ส่วนบัตตาเลี่ยน ปรอทวัดไข้ และแอลกอฮอลก็มียอดการค้นหาลดลงถึง 97%

ส่องเม็ดเงินช่วยเหลือเยียวยาของกลุ่มประเทศอาเซียน

การประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ของหลายประเทศได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในแต่ละประเทศต่างขาดรายได้ รัฐบาลของแต่ละประเทศจึงได้มีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับคนในประเทศ โดย iPrice ได้เปิดเผยผลสำรวจเม็ดเงินเยียวยาของบางประเทศในภูมิภาคอาเซียน

“สิงคโปร์” ประกาศมอบเงินช่วยเหลือ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 13,500 บาท) ให้กับประชาชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป และมอบคูปองส่วนลดซื้อของใช้จำเป็นบางส่วนเพิ่มเติมด้วย ขณะที่ “ไทย” มอบเงินเยียวยา 5,000 บาท/เดือนเป็นเวลา 3 เดือนให้เฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วน “เวียดนาม” ประกาศมอบเงินเยียวยาให้ 190 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,100 บาท) ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้าง

ขณะที่ “มาเลเซีย” มอบเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 1,600-8,000 ริงกิต (ราว 12,000-60,000 บาท) ให้กับผู้ได้รับผลกระทบตามฐานรายได้เดิม และยังมอบเงินช่วยเหลือ 800 ริงกิต (ราว 6,000 บาท) ให้กับประชาชนที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป ส่วน “อินโดนีเซีย” ประกาศมอบเงินให้ผู้ถูกเลิกจ้างจำนวน 1,000,000 รูเปียห์ (ราว 2,000 บาท)/เดือน เป็นเวลา 3-4 เดือน ด้าน “ฟิลิปปินส์” ก็มีมาตรการช่วยเหลือตั้งแต่ 5,000-8,000 เปโซ (ราว 3,250-5,000 บาท) ให้กับผู้ได้รับผลกระทบในด้านต่าง ๆ

นอกจากกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว การสำรวจของ iPrice ยังพบว่า ผู้บริหารของ “ฮ่องกง” ได้ประกาศมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาสูงถึง 10,000 หยวน (ราว 41,000 บาท) ให้กับพลเมืองอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกคน เนื่องจากมีการระบาดในพื้นที่หนักไม่แพ้กับจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย

ความกังวลของผู้คนต่อสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

ความกังวลและความคิดเห็นของผู้คนทั่วโลกต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในครั้งนี้ ล้วนแตกต่างกันออกไปตามแต่พื้นที่ โดย iPrice ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความหลากหลายโดยมีพนักงานมากกว่า 25 สัญชาติ ได้จัดทำแบบสอบถาม เพื่อให้พนักงานแต่ละสัญชาติสำรวจความกังวลของผู้คนในประเทศตนเองที่มีต่อสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ พบว่า

ผู้คนมากถึง 70% มีความคิดเห็นว่า ผู้ป่วยเท่านั้นที่ควรใส่หน้ากากอนามัย โดยมีเพียง 30% เท่านั้นที่ระบุว่า ทุกคนควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองแม้จะไม่ป่วย ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า การล้างมืออย่างสม่ำเสมอและบ่อยครั้งครั้ง มีความสำคัญในการป้องกันการได้รับเชื้อไวรัสจากการสัมผัสสิ่งของสาธารณะ นอกจากนี้ ผู้คนมากกว่า 90% ยังหลีกเลี่ยงการทักทายโดยการสัมผัสระหว่างบุคคล

อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามของ iPrice ส่วนมากในสัดส่วนถึง 55% ระบุว่าไม่ค่อยกังวลต่อความรุนแรงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มากนัก โดยมีผู้คนมากถึง 85% ที่ระบุว่า หากพบว่าตนเองมีอาการเข้าข่ายติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จะเฝ้าดูอาการของตนเองระยะหนึ่งก่อนจึงจะไปพบแพทย์

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 30% ที่กักตุนสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อรับมือการสถานการณ์เลวร้ายก่อนที่รัฐบาลของหลายประเทศจะประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่ไม่กักตุนเนื่องจากมองว่ายังสามารถซื้อหาสินค้าได้ตามปกติ เพราะร้านค้ายังคงสามารถจำหน่ายสินค้าจำเป็นได้และผู้บริโภคยังสามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ด้วย