เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ไม่ใช่ไทยแลนด์ 4.0

28 ก.ย. 2560 | 22:37น.

คอลัมน์ ระดมสมอง

โดย ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร

จินตนาการในการเปลี่ยนเมืองไทยให้เป็น “เมืองเนรมิต” ที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน หลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง ปราศจากความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม มีความสมดุลในทุกมิติ เป็นสังคมที่มีความหวัง เปี่ยมไปด้วยความสุข ความสมานฉันท์และความเท่าเทียม ขณะที่คนไทยมีสติปัญญาเฉียบแหลม สุขภาพแข็งแรง ก้าวหน้าทันโลก ทันเทคโนโลยี มีจิตสำนึกสาธารณะ ฯลฯ เป็นสิ่งที่สมควรสรรเสริญในความอุตสาหะวิริยะ และในวิสัยทัศน์ที่ไร้พรมแดนและลึกล้ำ

จินตนาการดังกล่าวนี้ควรที่จะใช้บำรุงทั้งความคิดและปฏิบัติการของผู้รับผิดชอบบ้านเมืองไปตลอดศตวรรษที่ 21 ภายใต้ภารกิจการปฏิรูปประเทศไทย

หากในบริบทของ ยุทธศาสตร์ชาติในห้วงเวลาเพียงสองทศวรรษ การแปรสภาพ จินตนาการ อันใหญ่ยิ่งดังกล่าว ให้เป็น นโยบาย สำหรับสร้างเงื่อนไขที่จำเป็น น่าจะเป็น “นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (national science policy) ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าสำคัญที่ได้มีการกล่าวถึง หากมิได้รับความสนใจเท่าที่ควรมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว

ไม่มีการนำเสนอให้สาธารณชนคนไทยได้รับรู้และร่วมมือร่วมใจในการขับเคลื่อนอย่างมั่นใจและชัดเจน ในระยะหลัง ๆ นี้ได้มีการกล่าวถึง “นวัตกรรม” “การวิจัยและพัฒนา” เทคโนโลยีของศตวรรษที่ 21 และอื่น ๆ ตามนัยของการบริโภคและการตลาด มากกว่าที่จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ฐานรากของเศรษฐกิจแห่งประเทศไทย

ความจริงรัฐบาล โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็ได้รับคำปรึกษาและข้อแนะนำเกี่ยวกับนโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติอย่างลึกซึ้งและกว้างขวางจาก UNCTAD ซึ่งสะท้อนให้เห็นในนโยบายและปฏิบัติการที่มาจากกระทรวงดังกล่าว หากได้เลือกนำเสนอในรูปแบบของจินตนาการ “ประเทศไทย 4.0” แทนที่จะประกาศเป็น “นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ในฐานะที่เป็นแกนของยุทธศาสตร์ชาติในสองทศวรรษข้างหน้า เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในทุกมุมโลก

นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็นความมั่นใจและความภูมิใจที่สุดของทุก ๆ ประเทศในศตวรรษที่ 21 ในอันที่จะก้าวไปเบื้องหน้า ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย, ปากีสถาน, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, บราซิล, ชิลี, โบลิเวีย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ ฯลฯ

นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติ คือนโยบายว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พลังงานและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกระดับและภาคส่วน ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในการนี้ นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติจะเกี่ยวข้องกับภารกิจหลัก 5 ประการที่สำคัญ กล่าวคือ 1.การเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งตนเองทางเทคโนโลยี (Technological Self-reliant) เพื่อการผลิตสินค้าและบริการ ที่มีความจำเป็นทั้งของชาติและของประชาชน ซึ่งในด้านหนึ่งก็คือบรรดาชีวปัจจัย เช่น อาหาร, เครื่องนุ่งห่ม, ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค และในอีกด้านหนึ่งก็คือสิ่งที่เป็นความจำเป็นของประเทศ อาทิ พลังงาน การสื่อสารและคมนาคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการป้องกันประเทศ

2.การผลิตบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (scientific and technical manpower) ให้เพียงพอทั้งในคุณภาพและปริมาณ เพื่อรองรับขีดความสามารถในการพึ่งตนเอง อีกทั้งสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนา 3.การถ่ายทอดเทคโนโลยี (technology transfer) ที่มีความจำเป็นในการพึ่งตนเอง ซึ่งในเบื้องแรกก็คือเทคโนโลยีพื้นฐาน แล้วยกระดับขึ้นเป็นลำดับตามความพร้อมของบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยีแตกต่างจากการเรียนรู้วิธีใช้เทคโนโลยีหรือการบริโภคเทคโนโลยี

4.การวิจัยและพัฒนา (research & development) ซึ่งมุ่งหมายในการสร้าง “นวัตกรรม (Innovation) คือสิ่งใหม่ ๆ และวิธีการใหม่ ๆ จากสิ่งประดิษฐ์ (Invention) ที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการลดต้นทุนในการผลิต การเพิ่มคุณภาพและมาตรฐาน และการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ การวิจัยและพัฒนาจะต้องเชื่อมโยงกับการประกอบการ (entrepreneurship) ที่มุ่งสร้างมูลค่าของสินค้าและบริการที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่จะต้องใช้บุคลากรที่มีคุณภาพสูงและค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจคาดหวังผลตอบแทน

5.การปลูกฝังจิตสำนึกทางวิทยาศาสตร์ (scientific mindedness) แก่สาธารณชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จิตสำนึกทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย การคิดอย่างวิทยาศาสตร์ ความเชื่อในวิทยาศาสตร์ และการใช้วิทยาศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในขณะที่จะต้องให้สาธารณชนเลิกความงมงายที่เป็นโทษมากกว่าที่เป็นคุณอย่างเด็ดขาดในทุก ๆ กรณี

นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติในประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาในระหว่างปี พ.ศ. 2480-2484 ดร.ตั้ว ลพานุกรม รัฐมนตรีและอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ ได้จุดประกายความคิดในข้อเขียนและปาฐกถาต่าง ๆ ให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในหลากหลายมิติ และความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องทำนุบำรุงการวิทยาศาสตร์

ภายหลังจากนั้นอีกเกือบครึ่งศตวรรษ ระหว่างปี พ.ศ. 2527-2531 นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้ร่วมอุดมการณ์ ได้รื้อฟื้นปณิธานของ ดร.ตั้ว ลพานุกรม และนำมาสืบสานให้เป็น นโยบายวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเมืองไทยลมพัดแรง จุดไฟโดยไม้ขีด ไฟติดยาก จึงได้ปล่อยให้กาลเวลาผ่านพ้นไปอีก 3 ทศวรรษ จินตนาการเป็นสิ่งที่ดี ไม่มีอะไรเสียหาย แต่การประกาศนโยบายที่ “เย้ยฟ้าท้าดิน” น่าจะมีคุณค่าต่อประเทศชาติมากกว่า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยแลนด์ 4.0