เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“ดร.โกร่ง” ขอลาการเขียนไว้ก่อน

11 มิ.ย. 2563 | 18:48น.
ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ 'ดร.โกร่ง'

วันที่ 11 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ‘ดร.โกร่ง’ ได้ประกาศหยุดเขียนคอลัมน์ลงในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจและมติชน โดยชี้แจงในหนังสือพิมพ์มติชน ผ่านบทความชื่อ ขอลาการเขียนไว้ก่อน : วีรพงษ์ รามางกูร ดังนี้…

ได้เริ่มมาเป็นนักเขียนประจำสำนักพิมพ์มติชน จากการเชิญแกมบังคับของคุณขรรค์ชัย บุนปาน เป็นการทดลองสำหรับทั้งผู้ให้เขียนและผู้เขียน โดยการเขียนลงหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เขียนเป็นคอลัมน์ประจำ สัปดาห์เว้นสัปดาห์ก่อน ก่อนจะตกปากรับคำกันว่าจะเป็นนักเขียนประจำ ถ้าจำไม่ผิดเรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อปี 2543 บัดนี้ก็ล่วงเข้ามา 20 ปีแล้ว

ต่อมาคุณขรรค์ชัยคงจะเห็นว่าพอไปได้แล้ว ก็เชื้อเชิญให้เขียนเพิ่มในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยจะลงพิมพ์ฉบับวันพฤหัสบดีทุกสัปดาห์ และได้รับปากรับคำกัน

นับตั้งแต่นั้นมาก็ถือเป็นหน้าที่ที่มีต่อกันโดยไม่ต้องทวง ไม่ต้องเตือน ถือเป็นวัตรปฏิบัติ ต้นฉบับร่างต้องส่งเช้าวันจันทร์เป็นฉบับลายมือ ความยาว 5 หน้ากระดาษเอ 4 ต้องขอบใจทีมงานที่พิมพ์จากฉบับลายมือ ที่สามารถอ่านลายมือที่ยุ่งเหมือนยุงตีกันออก นานๆ จึงจะมีตัวที่อ่านผิดสักตัว ปีละตัว 2 ตัว เจ้าของลายมือบางครั้งก็ยังอ่านลายมือตัวเองไม่ออกก็มี ถือเป็นหลักปฏิบัติว่าต้นฉบับที่แก้ไขตรวจทานจากฉบับพิมพ์แล้ว จะส่งกลับอย่างช้าก็เช้าวันอังคาร ไม่เกินเที่ยง

ส่วนต้นฉบับของประชาชาติธุรกิจ ฉบับราย 3 วัน จะต้องส่งต้นฉบับสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ที่แรกก็ตั้งใจว่าจะเขียนอะไรไปตามแต่ที่เห็น ตามชื่อคอลัมน์ คนเดินตรอก เหมือนกับคนที่เดินตามตรอกซอกซอยเห็น เพราะเคยเดินตามตรอกวัดปทุมวนารามจากกรมตำรวจไปตลาดประตูน้ำ แต่ต่อมาก็เขียนเรื่อยเปื่อยไปเป็นเรื่องเศรษฐกิจและธุรกิจเป็นส่วนใหญ่

เคยออกตัวไว้แล้วว่า บทความที่เขียนไม่ใช่บทความวิชาการ แม้บางครั้งจะอ้างวิชาการอยู่บ้าง ก็ตามวิสัยของคนที่เคยเป็นอาจารย์ สอนหนังสือที่คณะรัฐศาสตร์และที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บทความที่เขียนจึงมาจากความทรงจำ จากข้อมูลปัจจุบันที่ฟังจากโทรทัศน์วิทยุ ฟังขณะนั่งรถไปทำงาน จากที่อ่านในที่ทำงานทุกเช้าจากหนังสือพิมพ์ 4-5 ฉบับ คือ มติชนรายวัน ประชาชาติธุรกิจ ไทยรัฐ ข่าวหุ้นธุรกิจ และ Bangkok Post เพื่อติดตามข่าวต่างประเทศ

จะอ่านมากกว่านี้ก็เกรงใจบริษัทที่เขาซื้อให้อ่านทุกวัน แต่จริงๆ ก็อ่านไม่ทันด้วย ต้องเอากลับไปอ่านไปค้นต่อที่บ้าน แล้วก็จำเอาที่อ่านนี้มาเป็นวัตถุดิบ เขียนรวดเดียวจบ เขียนไว้ครึ่งๆ กลางๆ แล้วมาเขียนต่อไม่ได้ เพราะเขียนไปแล้วก็จะลืม นำเอามาเขียนต่อกันไม่ได้

หลายครั้งเมื่อมีภารกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศ เช่นเดินทางไปประชุมสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ หรือเดินทางไปในงานของบริษัทที่เป็นประธาน เช่น บริษัท ดั๊บเบิ้ลเอ (1991) บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 บริษัทโรงพยาบาลบางมด บริษัทโรงพยาบาลกรุงเทพ บริษัทบางกอกแอร์ หรือบริษัทมติชน ก็จะเขียนต้นฉบับไว้ก่อน ฉบับถัดไปก็เอาเรื่องสถานที่ที่เดินทางไปมาลง เขียนเหมือนกับสารคดีการท่องเที่ยว แต่ตอนหลังไม่ค่อยได้เดินทางไปต่างประเทศ เพราะพ้นจากการเป็นกรรมการบริษัทบางกอกแอร์ บทความเชิงสารคดีการท่องเที่ยวที่ลงพิมพ์ในประชาชาติธุรกิจจึงเลิกราไป กลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจกับเรื่องการเมืองไป

ในเมื่อเรื่องที่เขียน เป็นเรื่องที่เขียนจากความจำ ปราศจากการค้นคว้า เป็นความเห็นอันเกิดจากตรรกะของตนเอง บางครั้งก็เกิดจากอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง ของปุถุชนธรรมดาจึงมีข้อผิดพลาดและอคติอยู่เสมอ ต้องขออภัยกับผู้อ่านไว้ ณ โอกาสนี้

มาถึงบัดนี้มีความจำเป็นจะต้องยุติการเขียนลง ทั้งประชาชาติธุรกิจและมติชน ด้วยความจำใจเนื่องจากสุขภาพ ความเจ็บป่วยมาเยือน ซึ่งเป็นของธรรมดาสำหรับคนสูงวัยที่มีอายุเข้าใกล้ 80 ปีเข้าไปทุกที
ถ้าเป็นสมัยก่อนลูกหลานก็ขนานนามว่าเป็น ไม้ใกล้ฝั่ง จะหักโค่นลงเมื่อใดก็ได้เมื่อ
น้ำเซาะตลิ่งเข้าหาฝั่งที่ต้นไม้ยืนอยู่

ข้อเขียนที่ผ่านมาบางครั้งก็อาจจะไม่เป็นที่ชอบใจ หรือเป็นที่ชอบใจ หรือรู้สึกเฉยๆ เมื่อได้อ่าน ก็เป็นของธรรมดา ส่วนที่ส่งความคิดความเห็นมาติชมไว้ในออนไลน์ ก็ต้องขอโทษที่ไม่เคยเปิดอ่าน เพราะเปิดไม่เป็น ถ้าจะเปิดอ่านก็ต้องไหว้วานลูกหรือเลขาฯ ช่วยเปิดแล้วพิมพ์มาให้หน่อย ซึ่งยุ่งยากก็เลยไม่ได้เปิดอ่าน ไม่ใช่ไม่เคารพต่อเสียงติชม คำติชมจึงมิได้สะท้อนออกมาเป็นตัวหนังสือของบทความฉบับต่อๆ มา

ช่วง 10 ปีแรกของบทความที่ออกมา เมื่อเขียนครบปี สำนักงานมติชนก็จะรวมเป็นเล่มออกจำหน่าย บางครั้งก็ต้องพิมพ์ซ้ำ แต่เมื่อวิทยาการเปลี่ยนไป ผู้อ่านนิยมอ่านทางออนไลน์มากขึ้น เพราะหาอ่านได้รวดเร็ว จะเก็บไว้ก็ง่ายกว่าตัวหนังสือที่พิมพ์บนกระดาษ การรวบรวมพิมพ์เป็นเล่มจึงเลิกไปเป็นธรรมดา

ต้นฉบับที่เขียนฉบับนี้ เป็นต้นฉบับที่เขียนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ก่อนจะต้องเข้าเป็นคนไข้ในที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเพื่อพยาบาลรักษา ค่อนข้างแน่ใจว่าคงไม่สามารถเขียนหนังสือส่งสำนักพิมพ์ได้เป็นปกติ ฉบับนี้อาจจะเป็นฉบับสุดท้ายที่ยังแข็งแรงพอที่จะหยิบปากกาขึ้นมาเขียนได้ สุขภาพก็ยังดี
แข็งแรงดี วันเสาร์ต้นเดือนมิถุนายนก็ยังไปออกรอบตีกอล์ฟได้ ถ้าไม่ไปตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือและวิทยาการสมัยใหม่ก็จะไม่ทราบเลยว่าป่วย แต่เมื่อทราบแล้วก็ต้องรักษาและปฏิบัติตัวตามคำสั่งของแพทย์

เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าหายไปไหน ไม่บอกไม่กล่าวกัน จึงขอบอกกล่าวกับแฟนคอลัมน์ผู้ที่ติดตามว่า ฉบับนี้น่าจะเป็นฉบับสุดท้ายที่จะยังเขียนได้ จึงเขียนอำลาท่านผู้อ่านเสียแต่บัดนี้เลย

สุดท้ายนี้ ขอขอบใจสำนักพิมพ์มติชนเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้โอกาสฝึกฝนตนเองในด้านการเขียน ขอขอบคุณคุณขรรค์ชัย บุนปาน ที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งครู ที่คอยหยอดคำคมให้จำใส่ใจเป็นคำเตือนอยู่เสมอ ขอขอบใจทีมงานของหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ฉบับ ที่กรุณาพิมพ์ต้นฉบับจากลายมือที่แสนจะอ่านยาก ป๋าเปรมเคยบอกให้ไปเรียนพิมพ์ดีดที่โรงเรียนสอนพิมพ์ดีดประตูน้ำ ท่านจะได้ไม่ต้องทนอ่านลายมือ ที่เขียนเสนอความเห็นจากวาระการประชุมรัฐมนตรี และคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ไปเรียนแล้วแต่ว่าไม่สำเร็จ ไม่มีความอดทนพากเพียรอุตสาหะก็เลยพิมพ์ไม่เป็น ขอขอบใจจริงๆ

ขอยุติการเขียนทั้งมติชนรายวันและประชาชาติธุรกิจไว้เพียงเท่านี้ก่อน เมื่อสุขภาพแข็งแรง วันหน้าฟ้าใหม่คงได้เขียนได้อ่านกันอีก

หวังว่าจะได้พบกันอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร