ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าลงที่ 31.15 บาท/ดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.95 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบเงินบาทวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกปรับฐานอย่างรวดเร็ว ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐลดลงถึง 5.9% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปีก็ปรับตัวลงมาแตะระดับ 0.66% ไม่เว้นแม้กระทั่งราคาทองคำที่ย่อลง 0.6% และน้ำมันดิบ WTI ที่ร่วงลง 9.1% มาที่ระดับ 36 ต่อบาร์เรล

ภาพตลาดการเงินที่ปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) ครั้งนี้ตั้งต้นจากความกังวลว่าจะไม่มีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มขายทำกำไรเพราะมองว่าตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาเร็วเกินไป นอกจากนี้ก็มีความกังวลเรื่องการระบาดของโคโรนาไวรัสในสหรัฐเข้ามาเป็นประเด็นกดดันพร้อมกัน
อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจในสหรัฐยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ในสหรัฐสัปดาห์ล่าสุดลดลงเหลือเพียง 1.54 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ผู้ขอรับสวัสดิการต่อเนื่องก็ลดลงมาเหลือเพียง 20.9 ล้านตำแหน่ง ชี้ว่าเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินงานตามปกติบ้างแล้ว
ส่วนในฝั่งตลาดเงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ แรงที่สุดในรอบสองเดือน แต่ในครั้งนี้มีฟรังก์สวิส (CHF) และเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นด้วย แตกต่างจากการปรับตัวลงของตลาดครั้งก่อน ที่มีเพียงดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หมายความว่านักลงทุน ไม่ได้กังวลกับปัญหาสภาพคล่องมากเข้ากับช่วงมีนาคมที่ผ่านมา
“ส่วนของเงินบาทก็อ่อนค่าขึ้นมาทันทีตามสกุลเงินเพื่อนบ้าน แต่เรามองว่าโอกาสที่จะเห็นเงินบาทอ่อนค่าแรงนั้นอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากไม่ได้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นละบอนด์ไทยในช่วงที่ผ่านมามากนัก ขณะเดียวกันระดับเงินบาทปัจจุบัน ก็น่าจะมีแรงขายกดดันจากผู้ส่งออกรออยู่ เนื่องจากส่วนมากมีความกังวลว่าเงินบาทจะแข็งค่าต่อ เพราะก่อนหน้านี้เคยเห็นเงินบาทปรับตัวลงหลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ไปแล้ว” ดร.จิติพลกล่าว