เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

“โรงสีสิงห์โตทอง” ขวางส่งมอบประมูลข้าว อคส.

18 มิ.ย. 2563 | 14:56น.
ส่งออกข้าว

อคส. จ่อลงนามสัญญาขายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลลอตสุดท้าย 1.4 แสนตัน ให้ผู้ชนะ 8 ราย 22 มิ.ย.นี้ เมินเสียงต้านเจ้าของคลัง “โรงสีสิงห์โตทอง” ยืนกรานใช้สิทธิยึดหน่วงข้าวบีบรัฐจ่ายค่าเช่า

พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับผู้ชนะการประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล 8 ราย ตัวแทนเจ้าของคลัง เพื่อขอความเห็นและข้อมูลประกอบการพิจารณาจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลตามที่อคส.ได้เปิดประมูลครั้งที่ 1/2563 ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.)

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญากับทั้ง 8 ราย ได้ภายในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ในปริมาณรวมกว่า 1.4 แสนตัน จากปริมาณที่เปิดประมูล 2 แสนตัน

“กรณีที่บริษัทโรงสีสิงห์โตทองผู้รับฝากข้าวจะใช้สิทธิยึดหน่วงข้าวสาร 1.4 แสนตัน ที่จัดเก็บในคลังของบริษัทนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ทางบริษัทสามารถทำได้แต่ทาง อคส.ต้องดำเนินการทำสัญญากับผู้ชนะการประมูล ตามทีโออาร์การประมูลข้าวซึ่งมีกำหนดเดดไลน์ 22 มิ.ย.นี้ ส่วนการดำเนินการทางคดีก็ต้องดำเนินการต่อไป จากการหารือครั้งนี้ผู้ชนะการประมูลข้าวทุกรายยืนยันว่าจะทำสัญญารับมอบข้าวต่อไม่ว่าบริษัทจะใช้สิทธิในการยึดหน่วงข้าวหรือไม่”

รายงานข่าวระบุว่า ผลการประมูล ครั้งที่ 1/2563 มีผู้ชนะทั้งหมด 8 บริษัท รวมปริมาณ 147,298 ตัน มูลค่ารวม 1,559 ล้านบาท (กราฟิก) สำหรับภาพรวมราคาประมูลที่เสนอซื้อมีตั้งแต่ตันละ 8,278 บาทไปจนถึงราคาสูงสุด 13,421 บาทซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่สูงมาก หากเทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน

โดยชนิดข้าวที่นำมาประมูลมีทั้งข้าวหอมจังหวัด ได้ราคาตันละ 13,421 บาท ข้าวเหนียว10% และข้าวขาว 5% ราคาตั้งแต่ 8,200-13,000 บาท ข้าวหอมมะลิ100% ตันละ 13,167 บาท ชั้น 2 และปลายข้าวขาว A1 เลิศ ตันละ 8,510-9,230 บาท

นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือสิงห์โตทองกรุ๊ป กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทาง อคส.ได้เชิญให้เข้าร่วมประชุม แต่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมได้ และได้แจ้ง อคส.ไปแล้วว่า บริษัทจะใช้สิทธิยึดหน่วงข้าวสารจนกว่าจะได้รับการชำระหนี้ ตามที่ได้เคยมีหนังสือถึง อคส.ไปก่อนหน้านี้

“ผู้ชนะการประมูลจะได้รับมอบข้าวที่เก็บในคลังของสิงห์โตทองก็ต่อเมื่อทาง อคส.เคลียร์หนี้สินให้กับบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่สามารถระบุได้ว่าจะให้รับมอบได้เมื่อไร”

สำหรับข้อกำหนดเรื่องการรับมอบข้าวตามทีโออาร์ประมูลกำหนดว่า ผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินค่าสินค้าก่อนที่จะรับมอบและต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดจากการรับมอบและขนย้ายแต่เพียงฝ่ายเดียว หากซื้อปริมาณไม่เกิน 10,000 ตัน ต้องรับมอบให้เสร็จภายใน 20 วันนับถัดจากวันทำสัญญา, หากซื้อ 10,000-20,000 ตัน ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันทำสัญญา และผู้ซื้อเกินกว่า 20,000 – 50,000 ตันภายใน 60 วันนับถัดจากวันทำสัญญา ซึ่งหากชำระเงินค่าข้าวแล้วรับมอบไม่ทันเวลาผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบค่าเก็บรักษาที่เหลือ และขนย้ายตามสัญญาโดยไม่มีค่าปรับ แต่หากชำระเงินไม่ครบและรับมอบไม่เสร็จต้องรับผิดชอบค่าปรับ และค่าเก็บรักษาตามปริมาณคงเหลือทั้งหมด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าว