เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

งานวิจัยชี้มาตรการที่มิใช่การคุมขังมีประสิทธิภาพกว่าการคุมขัง

02 ก.ค. 2563 | 18:20น.

งานวิจัยชี้มาตรการที่มิใช่การคุมขังมีประสิทธิภาพกว่าการคุมขังศาลไทยโชว์ยกระดับสิทธิพื้นฐานผู้กระทำผิด นำร่องมาตรการปล่อยชั่วคราว

งานวิจัยเผย “มาตรการที่มิใช่การคุมขัง” ช่วยลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ สร้างพฤติกรรมทางบวกต่อผู้กระทำผิด ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมมากกว่าการคุมขัง ด้านศาลฎีกาไทย โชว์ความก้าวหน้า พัฒนาและยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา และจำเลย ผ่าน “มาตรการควบคุมหลังการปล่อยชั่วคราว” ตั้งเป้าหมายขยายการทดลองมาตรการทั่วประเทศในกันยายนนี้ หลังนำร่องใน10 ศาลจังหวัด

ดร.บาร์บารา โอเวน ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านยุติธรรมอาญา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสเตทกล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นเสมือนสัญญาณเตือนให้เกิดการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อสร้างผลกระทบทางบวกต่อสังคมผ่านการใช้มาตรการที่มิใช่การคุมขัง โดยมุ่งเน้นกระบวนการฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ อีกทั้งข้อค้นพบในงานวิจัยชี้ชัดว่า มาตรการที่มิใช่การคุมขังก่อให้เกิดผลดีต่อสังคมมากกว่า ทั้งในแง่ของการลงทุนในชุมชนแทนที่การสร้างเรือนจำซึ่งอยู่ห่างไกล การสร้างบ้านเรือน การจ้างงาน สวัสดิการดูแลเด็ก และการศึกษา ตลอดจนการสร้างความแข็งแกร่งภายในชุมชนผ่านการรักษาบำบัด

หลักสำคัญในการปรับใช้มาตรการที่มิใช่การคุมขัง คือ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ของสังคม คนในสังคมและชุมชน ซึ่งเป็นตัวแปรในการช่วยพัฒนาความรู้ความเข้าใจแบบองค์รวม และการบริหารจัดการ ให้การสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน ตลอดจนการเยียวยาความบอบช้ำทางจิตใจอันเกิดขึ้นจากความรุนแรง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเป็นการ สร้างความรู้สึกปลอดภัย และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

“มาตรการที่มิใช่การคุมขังเป็นมาตรการหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เป็นการเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งของสิทธิมนุษยชน อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่มนุษย์พึงมี ขณะเดียวกัน ข้อกำหนดกรุงเทพ ที่มีการผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นอีกแนวนโยบายหนึ่งที่ช่วย ยืนยันหลักสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังเช่นกัน” ดร.บาร์บารากล่าว

ศาลฎีกาโชว์ความก้าวหน้า-ยกระดับสิทธิผู้กระทำผิด

ดร.สุธาทิพ ยุทธโยธิน ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยเอง ได้มีการพัฒนาและยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา และจำเลยโดยคำนึงถึงเหยื่ออาชญากรรมและความสงบสุขของสังคม โดยมีการกำหนดมาตรการในการขอปล่อยตัวชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความสะดวกรวดเร็ว และการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นอกจากนี้ ยังได้กำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อผู้ต้องหา จำเลย เหยื่ออาชญากรรมผู้เสียหาย ตลอดจนกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม ในทุกขั้นตอนของกระบวนการศาล ที่สำคัญ ยังได้เพิ่มบทบาทเชิงรุกในการ ให้ข้อมูลแก่ประชาชนในเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดีในศาล และให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสิทธิของตนตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยดำเนินการวางเป้าหมายหลักเกี่ยวกับการปล่อยผู้ต้องหา และจำเลยชั่วคราว ลดการเรียกหลักประกัน เพิ่มความปลอดภัยให้สังคม และลดการคุมขังโดยไม่จำเป็นในทุกขั้นตอนด้วยมาตรการควบคุมหลังการปล่อยชั่วคราวในหลายรูปแบบ เช่น ให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนด
ตั้งผู้กำกับดูแลให้ทำหน้าที่รับรายงานตัวแทนศาล หรือติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) พร้อมกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่หรือการเดินทาง การพิจารณาดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักการประเมินความเสี่ยง (Risk assessment)

นอกจากนี้ คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ยังได้จัดให้มีศาลต้นแบบในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย รวม 10 ศาล

ได้แก่ ศาลอาญาธนบุรี ศาลจังหวัดนครนายกศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลจังหวัดมหาสารคามศาลจังหวัดลำพูน ศาลจังหวัดกำแพงเพชร ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลจังหวัดนาทวี ซึ่งผลการดำเนินงานในเฟสแรก ปรากฏว่า มีผู้ต้องหายื่นคำร้องใบเดียว-เพื่อขอปล่อยชั่วคราวทั้งสิ้น 488 คำร้อง อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีประกัน 365 คำร้อง คิดเป็นสัดส่วน 72.95 โดย 11% เป็นส่วนของผู้ต้องหาหญิง

นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ต้องหาที่ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวส่วนใหญ่เป็นการขอครั้งแรก เนื่องจากไม่มีหลักประกัน และไม่ทราบถึงกฎระเบียบที่สามารถขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่เสนอหลักประกันได้

“จากการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นอีกความก้าวหน้าในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทย โดยศาลฎีกาตั้งเป้าหมายในการขยายผลให้ครอบคลุม 269 ศาลยุติธรรม ทั่วประเทศภายในเดือนกันยายนนี้” ดร.สุธาทิพกล่าว