Skip to content

แบนต่อ! “สุริยะ” เคาะ 20 ต่อ 4 คงมติไม่ทบทวนยกเลิกพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส

28 ก.ย. 2563 | 14:51น.
แบนต่อ! “สุริยะ” เคาะ 20 ต่อ 4 คงมติไม่ทบทวนยกเลิกพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส

วันที่ 28 ก.ย. เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ครั้งที่ 3 มีมติ 20 ต่อ 4 ท่าน “ไม่เห็นด้วยให้ทบทวนมติยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร” ได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ถือเป็นที่สิ้นสุด จากกรรมการทั้งหมดที่มี 27 ท่าน

โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่สมควรทบทวนการออกประกาศที่ให้ยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าวก่อนหน้านี้ เนื่องจากมติเดิมที่ประกาศเพิ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา

ซึ่งมีเหตุผลรองรับชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นสารอันตรายมีผลเสียต่อสุขภาพ เห็นได้จากต่างประเทศที่ประกาศยกเลิกใช้สารนี้ในหลายประเทศแล้วเช่นกัน

“มตินี้ถือเป็นไฟนอลแล้ว ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยให้มีการทบทวน เพราะเพิ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อ1มิ.ย. แม้ยังมีการฟ้องร้อง ของสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย และผู้แทน 19 ภาคีเกษตร”

ที่อยู่ในการพิจารณาศาลปกครอง ดังนั้นจากนี้จึงมอบหมายให้กรมวิชาการ และกระทรวงสาธารณสุข นำข้อมูลและข้อสังเกตต่างๆนำไปพิจารณาต่อไป”

นายอภัย สุทธิสังข์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังไม่สามารถจัดหาสารทดแทนได้

แต่มีสารทางเลือกซึ่งต้นทุนสูงกว่า และกระบวนการทางเกษตรอินทรีย์ในการควบคุม/กำจัดวัชพืช แมลง/ศัตรูพืชให้ผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารเคมีด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ หาแนวทางและมาตรการทางการตลาดด้านราคาพืชผลทางการเกษตรเพื่อขายได้ราคาสูงขึ้นจูงใจให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรรอินทรีย์ และลด เลิกใช้สารเคมี

ตลอดจน เกษตรกรกลุ่มเครื่องจักรกลทางการเกษตรได้รวมกลุ่มกันรับจ้างไถพรวน ไถกลบต่างๆ แทนการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นทางเลือกให้เกษตรกรมากขึ้น รวมถึงการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยเพื่อทำเกษตรแปลงใหญ่ช่วยลดต้นทุน

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ (GMP) เพื่อตรวจตรารับรอง สินค้าเกษตรที่มีสารปนเปื้อน เกี่ยวกับการขาดแคลน

ที่ใช้เป็นวัตถุดิบแปรรูป โดยเฉพาะข้าวสาลี และ ถั่วเหลือง ที่มีค่ากำหนด สอดคล้องกับสหภาพยุโรป (EU) โดยยึดหลักความปลอดภัยและสวัสดิภาพผู้บริโภค และความเท่าเทียมระหว่างผู้ผลิตและผู้นำเข้าอาหาร ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิ.ย.2564

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ แบนสารเคมี