เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

“ทีเส็บ” เร่งไมซ์ในประเทศ หวังเมษา’64 ต่างชาติเริ่มไหลกลับ

12 ต.ค. 2563 | 11:00น.
นักท่องเที่ยวต่างชาติ

นักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือทีเส็บ ในฐานะองค์กรหลักในการผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงสร้างและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค สร้างภาพลักษณ์ไมซ์ไทย และพัฒนานวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไมซ์

ในปี 2563 ที่ผ่านมา ธุรกิจงานแสดงสินค้านานาชาติในไทยมีมูลค่าต่อ GDP สูงเป็นอันดับ 26 ของโลก และอันดับที่ 8 ของภูมิภาคเอเชีย โดยประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็น

จุดหมายปลายทางของการจัดกิจกรรมไมซ์ เป็นอันดับที่ 2 ของโลกและกรุงเทพฯได้รับการจัดอันดับที่ 2 ของเอเชีย ในฐานะเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการจัดงานที่มีความสามารถโดดเด่นเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ปี”63 ผู้ร่วมงานไมซ์ลดลง 60%

“จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บให้ข้อมูลว่า ปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมไมซ์ทุกประเทศลดลงจากปีก่อนกว่า 60% โดยประเทศไทยมีนักเดินทางไมซ์รวม 10.456 ล้านคน สร้างรายได้ 61,317 ล้านบาท แบ่งเป็นนักเดินทางไมซ์ต่างชาติ 5 แสนคน สร้างรายได้ 29,819 ล้านบาท และนักเดินทางไมซ์ในประเทศ 9.95 ล้านคน สร้างรายได้ 31,498 ล้านบาท ทั้งนี้ ประมาณการได้ว่าตลอดทั้งปีงบประมาณ 2563 นี้ อุตสาหกรรมไมซ์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

จะเกิดการใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรมไมซ์มูลค่ารวมราว 1.65 แสนล้านบาท ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้จากการจัดกิจกรรมไมซ์ 11,590 ล้านบาท และทำให้เกิดการจ้างแรงงานไมซ์กว่า 95,300 อัตรา

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

ทุ่มกระตุ้นไมซ์ในประเทศ

จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของผลกระทบจากไวรัสโควิดนี้ “ทีเส็บ” จึงวางแผนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปีงบประมาณ 2564 ด้วยแนวคิด “ไมซ์วิถีใหม่ เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ และสร้างความเข้มแข็งจากภายในผ่าน 4 แนวทางหลัก คือ การกระตุ้นตลาดในประเทศ การดึงงานนานาชาติ การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ไทย เพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้กลับมาโดยเร็ว

โดยในส่วนของการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ จะมุ่งเน้นกระจายงานสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และชาวบ้าน พร้อมทั้งยกระดับการจัดงานไมซ์ในภูมิภาคให้เป็นงานระดับประเทศ ทั้งนี้ มีแผนกระตุ้นการจัดงานภายในประเทศทั่วไทยให้เกิดการเดินทางโดยเร็วที่สุด หรือภายในไตรมาสแรกปี 2564 (ตุลาคม-ธันวาคม 2563)

เร่งตลาดผ่านตัวแทน 7 ประเทศ

สำหรับการเตรียมดึงงานนานาชาตินั้น”ทีเส็บ” จะมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านเวทีการจัดงานแสดงสินค้าเจาะรายอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการจัดทำแผนแม่บทงานแสดงสินค้านานาชาติ ภายใต้แคมเปญ “ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนต์”ซึ่งเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนและส่งเสริมงานแสดงสินค้านานาชาติในกลุ่มโลจิสติกส์และโครงสร้าง และกระตุ้นให้เกิดการสร้างงานใหม่ รวมถึงประมูลสิทธิ์งานระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวแนวคิด “เฟสติวัล อีโคโนมี” ส่งเสริมการจัดงานเทศกาลกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อสร้างมูลค่าและการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้กับพื้นที่และจังหวัดต่าง ๆ

รวมถึงเตรียมแผนดึงงานไมซ์ในตลาดต่างประเทศผ่านตัวแทนการตลาดใน 7 ประเทศ คือ จีน, อินเดีย, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, ยุโรป และอเมริกาเหนือ ในการอัพเดตสถานการณ์และข้อมูลเชิงลึก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับกลุ่มเดินทางไมซ์จากทั่วโลกอีกครั้ง

ส่วนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม “ทีเส็บ” มีมาตรการช่วยเหลือ สนับสนุน และฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาการจัดงานในรูปแบบออนไลน์ และรูปแบบผสมผสาน (hybrid) โดยในไตรมาสแรกนี้มีแผนสนับสนุนการใช้ virtual meeting space แพลตฟอร์ม หรือการส่งเสริมการจัดประชุมและงานแสดงสินค้าออนไลน์

One Stop Service for MICE

ด้านการพัฒนาระบบนิเวศไมซ์นั้น “จิรุตถ์” บอกว่า ทีเส็บได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกธุรกิจไมซ์ (one stop service center for MICE) เพื่อให้บริการข้อมูลและคำปรึกษาในการจัดงานเชื่อมโยงธุรกิจไมซ์ครบวงจรด้วยระบบดิจิทัล อำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบและมาตรการส่งเสริมธุรกิจไมซ์รวมทั้งการประสานงานให้บริการจัดงานไมซ์ให้กับหน่วยงานภาครัฐ

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาการให้บริการไมซ์เลน (MICE lane) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่เข้ามาจัดประชุมและแสดงสินค้าประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง โดยประสานความร่วมมือกับสำนักงานการตรวจคนเข้าเมืองในการอนุเคราะห์การอำนวยความสะดวกขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง, บริการ fast track, visa on arrival และการดูแลด้านสุขอนามัย (health control) เป็นต้น

ตั้งเป้าปี”64 รายได้บวก 3.5%

“จิรุตถ์” บอกด้วยว่า สำหรับปีงบประมาณ 2564 นี้ การระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมไมซ์ในประเทศไทย แต่ทีเส็บคาดว่าอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจะเติบโตได้ประมาณ 3.5% โดยในช่วงไตรมาสแรก (ตุลาคม-ธันวาคม 2563) นี้ มีจำนวนงานที่ทีเส็บให้การสนับสนุนแล้วราว 70 งาน

ขณะเดียวกัน นอกจากไมซ์ในประเทศแล้ว “ทีเส็บ” ยังเชื่อว่านักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศบางส่วนจะเริ่มกลับมาในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไปด้วย

โดยยังเชื่อว่าอุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยว