เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลิกภาคใต้ฮับนวัตกรรมเกษตร  ชูงานวิจัยพัฒนาลุ่มน้ำ ‘ทะเลสาบสงขลา’
SD พลิกภาคใต้ฮับนวัตกรรมเกษตร  ชูงานวิจัยพัฒนาลุ่มน้ำ ‘ทะเลสาบสงขลา’
เรือด่วนเจ้าพระยาปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค.นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยาปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค.นี้เป็นต้นไป
ค่าเงินบาทวันนี้ (16 ก.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.57 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (16 ก.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.57 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
บลจ.วรรณ เปิดข้อมูล ROH ผิดสัญญา ยันสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” สิ้นสุดไปแล้ว
Finance บลจ.วรรณ เปิดข้อมูล ROH ผิดสัญญา ยันสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” สิ้นสุดไปแล้ว
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
‘สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี’ (เจ้าคุณฌอน) สมเด็จพระราชาคณะต่างชาติ รูปแรกในประวัติศาสตร์สงฆ์ไทย
SD ‘สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี’ (เจ้าคุณฌอน) สมเด็จพระราชาคณะต่างชาติ รูปแรกในประวัติศาสตร์สงฆ์ไทย
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิด ‘BAR B GON PLANET GARDEN’ ชวนปิ้งย่างกลางสวน
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิด ‘BAR B GON PLANET GARDEN’ ชวนปิ้งย่างกลางสวน
SET วันนี้ (16 ก.ค.) กรอบ 1,615 – 1,640 จุด “บล.พาย” ชี้ส่งสัญญาณชะลอ-Valuation เริ่มสูง
Finance SET วันนี้ (16 ก.ค.) กรอบ 1,615 – 1,640 จุด “บล.พาย” ชี้ส่งสัญญาณชะลอ-Valuation เริ่มสูง
คน.เปิดสูตรดูแลราคาสินค้า ขาขึ้นต้องพิสูจน์ต้นทุน ขาลงต้องใช้เวลา
Economic คน.เปิดสูตรดูแลราคาสินค้า ขาขึ้นต้องพิสูจน์ต้นทุน ขาลงต้องใช้เวลา
‘ศุภาลัย’ อ่านเกมครึ่งปีหลัง ตลาด ‘คอนโดฯ’ ไปต่อ ‘ภูเก็ต’ ขายดี 
Real Estate ‘ศุภาลัย’ อ่านเกมครึ่งปีหลัง ตลาด ‘คอนโดฯ’ ไปต่อ ‘ภูเก็ต’ ขายดี 
ดูทั้งหมด

สืบสานพระราชปณิธาน ร.๙ จัดตั้งวิทยาลัยศาสตร์พระราชา-

12 ต.ค. 2560 | 07:00น.

สัมภาษณ์

ตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ “อาจารย์ยักษ์” ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิเศรษฐกิจพอเพียง และอื่น ๆ อีกมากมาย รับใช้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมัยยังรับราชการในสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรี

ด้วยการจดบันทึกพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อจัดทำแผนงานสนองพระราชดำริ ติดตาม ประเมินผล และประมวลผลงานสนองพระราชดำริของหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ

“อาจารย์ยักษ์” ยอมรับว่า สิ่งที่พระองค์คิด ทดลอง และปฏิบัติตลอดมา อาจทำให้เขาไม่ค่อยเข้าใจนักในเบื้องต้น บางครั้งยังแอบคิดด้วยว่า พระองค์ทรงรู้ได้อย่างไรว่าทำอย่างนี้แล้ว ผลจะออกมาเป็นแบบนี้

“หรือบางครั้งพระองค์ทรงคาดการณ์อนาคตล่วงหน้าว่า ถ้าโลกขับเคลื่อนแบบนี้ ประเทศขับเคลื่อนแบบนี้ แล้วทุกคนมุ่งที่จะเป็น State of Growth ตามทฤษฎีว่าด้วยการพัฒนาของนักวิชาการตะวันตกที่ต้องการสร้างประเทศให้มั่งคั่งเพียงอย่างเดียวทุกอย่างจะจบลงในไม่ช้า แต่สำหรับทฤษฎีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำไปได้เรื่อย ๆ ไม่มีวันจบ ทำได้ทุกวัน ทั้งยังจะสร้างความยั่งยืนให้แก่ลูก หลาน เหลน โหลน ในอนาคตด้วย”

“เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลา อาจจะ 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี และแรก ๆ อาจไม่ค่อยมีใครเชื่อ หรืออาจไม่ค่อยมีคนเข้าใจเลยแต่วันหนึ่งเขาจะเข้าใจเอง ซึ่งเหมือนกับพระราชดำรัสที่พระองค์ตรัสกับผมว่า ถ้าประเทศก้าวหน้าอย่างมาก ก็จะถอยหลังอย่างน่ากลัว ตอนนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่พอประเทศไทยเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 ผมเข้าใจเลย เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาที่เจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ปี 2550 ผมก็ยิ่งประจักษ์ชัดในสิ่งที่พระองค์ตรัสให้ฟัง”

องค์ความรู้มาจากชาวบ้าน และชุมชน

นอกจากนั้น “อาจารย์ยักษ์” ยังเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เจอกับตัวเอง เนื่องจากหน้าที่ที่ต้องตามเสด็จไปในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ทั้งยังต้องจดบันทึกพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระองค์ตรัสกับชาวบ้านหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเขียนแผนงานพัฒนาโครงการต่าง ๆ

“ผมคิดว่าเราเขียนแผนพัฒนาสุดยอดแล้ว ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งยังมีทฤษฎีจากทั่วโลกมาประกอบเหตุ และผลในการสนับสนุนความคิดด้วย แต่พอผมกราบบังคมทูล พระองค์กลับคิดไปไกลกว่าที่ผมเขียนเสียอีก เราก็พยายามอธิบายสิ่งที่เรานำทฤษฎีต่าง ๆ มาประกอบ แต่พระองค์ไม่ได้ทำให้เราเสียใจเลย ผมว่าเป็นการสอนของพระองค์มากกว่าที่ทำให้เรารู้ว่า แนวทางการพัฒนาจริง ๆ อยู่ในชุมชนนั่นแหละ”

“ขอให้เราค้นหาให้เจอ เพราะสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ที่สำคัญ องค์ความรู้ที่มาจากบรรพบุรุษยังเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ได้จริง และยังมีคนทำอยู่จริง ตรงนี้เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นองค์ความรู้ท้องถิ่น ที่เราจะต้องหาให้เจอ เพื่อนำมาประกอบร่างกับทฤษฎีของเรา และเราจะรู้เองว่า ชาวบ้านต้องการอะไร เขาขาดอะไร ที่สำคัญ จะต้องให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมด้วย”

“พระองค์ทรงสอนผมว่า ทำอะไรอย่าลัดขั้นตอน ค่อย ๆ พัฒนา ไปช้า ๆ ไปเรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ ว่า ตอนนั้นผมต้องฉีกแผนทิ้งทั้งหมดเลย เพราะเรารู้กับตัวเองเลยว่า สิ่งที่เราคิด เขียนเราไปหยิบยกความสำเร็จของทฤษฎีจากโลกตะวันตก ที่ใช้ไม่ได้กับบริบทของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ทำให้ผมคิดว่า สิ่งที่พระองค์ทรงสอนเป็นวิถีของชาวบ้านที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ผมเขาเคยทำมาก่อน เพียงแต่เราไม่คิดจะนำมาต่อยอดเท่านั้นเอง”

ทั่วโลกยอมจำนนความคิดของพระองค์

คำถามคือในหลวงทรงรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร ?

ตรงนี้เป็นสิ่งที่ “อาจารย์ยักษ์” คิด และพยายามไขปริศนามาโดยตลอด จนกระทั่งหลายปีผ่านมา จึงค้นพบว่าเพราะพระองค์ประสูติในสหรัฐอเมริกา เรียนหนังสือ และเติบโตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

“ทั้งสองประเทศล้วนเป็นประเทศที่เจริญ เพียงแต่สหรัฐอเมริกาอาจเป็นประเทศทุนนิยม ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศเป็นกลาง เปิดรับทุนนิยมเสรี ขณะเดียวกันก็ไม่ปิดกั้นประเทศสังคมนิยม เขาสร้างประเทศด้วยความบาลานซ์ สามารถอยู่ได้กับทุกประเทศในโลก ผมจึงเชื่อว่าพระองค์น่าจะทรงมีวิธีคิดแบบนี้”

“แต่สิ่งที่ประเทศไทยเหนือกว่าสวิตเซอร์แลนด์ คือ เรามีแดดมากกว่า ต้นไม้ปรุงอาหารเร็วกว่า ทั้งยังผลิตออกซิเจนได้มากกว่า ขณะเดียวกันก็ยังเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า จึงทำให้พระองค์เชื่อว่าการที่เราจะสร้างประเทศด้วยความพอเพียง จึงเป็นเรื่องง่ายมาก ๆ ขอให้เราตั้งเป้าเรื่องนี้เพื่อเป็นแชมป์โลก จะไม่มีใครสู้เราได้เลย ดังนั้น พอพระองค์ทรงคิดแบบนี้ ก็ทรงเพียรทำตามความเชื่อเรื่อยมา และก็เป็นจริงในเวลาต่อมาด้วย”

“จนกระทั่ง โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทูลเกล้าฯถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ (The Human Development Lifetime Achievement Award) เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระปรีชาสามารถ และพระราชกรณียกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรไทยตลอดรัชสมัย เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2549 ผ่านมา”

สิ่งเหล่านี้เป็นการพิสูจน์ให้โลกประจักษ์ชัดว่า แนวทางการทรงงานของพระองค์เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งยังทำให้เวลาต่อมา สหประชาชาติยังนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืนด้วย

“อาจารย์ยักษ์” บอกว่า ตรงนี้เป็นมุมมองที่แหลมคมของพระองค์ เพียงแต่คนไทยทุกวันนี้ยังไม่ค่อยซาบซึ้งกับหลักปรัชญานี้ ขณะที่ทั่วโลกต่างจำนนต่อความคิดของพระองค์ ทั้งยังใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน 17 เป้าหมายของ SDGs โดยเฉพาะเรื่องของการขจัดความยากจนของประชากรโลก

“ผมจึงเชื่อว่าหลักการทรงงานของพระองค์มีสิ่งสำคัญซ่อนอยู่ 3 ระดับ คือ หลักปรัชญา, แนวพระราชดำริ และทฤษฎีการพัฒนาในทุกมิติ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าพระองค์จะทรงทำโครงการใหม่ ๆ อะไรขึ้นมา จึงมีสิ่งเหล่านี้ซ่อนอยู่เสมอ จนก่อเกิดเป็น 4,000 กว่าโครงการ ซึ่ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา บอกว่า ใน 4,000 กว่าโครงการของพระองค์สามารถต่อยอดเป็นงานวิชาการได้มากกว่า 50,000 ชิ้น”

ตั้งวิทยาลัยศาสตร์พระราชาเผยแพร่สู่สากล

ตรงนี้จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ “ดร.สุเมธ” พูดคุยกับ “อาจารย์ยักษ์” และ “ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล” คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อต้องการเห็นสถาบันอุดมศึกษาที่ไหนสักแห่งนำเรื่องศาสตร์พระราชาไปพัฒนาเป็นงานวิชาการ เพื่อให้ทั่วโลกรู้ว่าสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างโครงการตามแนวพระราชดำริต่าง ๆ มากมายจะช่วยมนุษยชาติต่อไปได้ในอนาคต

อีกเหตุผลหนึ่งคือต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์เรียนรู้ในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยศาสตร์พระราชา และภูมิปัญญาท้องถิ่น

ซึ่งนับเป็นเรื่องดีที่ “ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ตอบรับในเรื่องนี้ และเชื่อว่าอีกไม่นานคงจะมีงานแถลงข่าวเพื่อเปิดตัววิทยาลัยศาสตร์พระราชาขึ้นภายใน สจล.

โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างบุคลากรนำศาสตร์พระราชาไปปรับใช้ พร้อมกับผลักดันหลักการทรงงานของพระองค์เผยแพร่ไปสู่ระดับสากล เพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศให้อยู่ดีกินดีขึ้น

ทั้งยังช่วยประชากรโลกที่ยากจนให้กลับฟื้นชีวิตขึ้นมาใหม่

อันเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงคาดหวัง

และเป็นสิ่งที่ “อาจารย์ยักษ์” ต้องการถวายชีวิตแด่พระองค์ เพื่อทำงานขับเคลื่อนมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติมาตลอด 21 ปี หลังจากลาออกจากราชการ เพื่อนำศาสตร์พระราชาไปเผยแพร่ให้ความรู้แก่ชาวบ้าน และชุมชน

ทั้งนั้นเพื่อต้องการให้พวกเขายืนได้ด้วยขาตัวเอง

และเมื่อพวกเขายืนได้ด้วยขาตัวเองแล้ว เขาก็จะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น ๆ ต่อไป

อันเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงคาดหวังมาตลอดพระชนม์ชีพ