เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

ถอนไฟออกจากไฟ ประยุทธ์ ยุบสภา-ลาออก ล้างไพ่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ

21 ต.ค. 2563 | 11:00น.
ยุบสภา ครม.รักษาการ ประยุทธ์ อุนมัติอะไรไม่ได้บ้าง

“ประยุทธ์ออกไป” คือ ข้อเรียกร้องและเสียงตะโกนของ “ม็อบราษฎร” ดังกึกก้องทั่วทุกท้องถนน ทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองทั่วประเทศ วันละไม่น้อยกว่า 10 จุด

ติดเทรนด์ในโลกโซเชียลภายใน 12 ชั่วโมง หลังแกนนำและแนวร่วม “ม็อบราษฎร” ประกาศติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์

“ประยุทธ์ออกไป” เป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้อง ที่ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล เสนอจุดยืน พ่วงไปกับการให้รัฐบาลเปิดสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน

เพื่อถอนไฟออกจากไฟ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงโบกธงถอย ทำตามข้อเสนอของผู้ชุมนุม ทั้งในฝ่ายบริหาร-ตุลาการ-นิติบัญญัติ

เริ่มจากขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ตั้งแต่วันที่ 26-27 ตุลาคม 2563 อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 165

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในกระบวนการยุติธรรม ศาลอุทธรณ์กลับคำศาลชั้นต้น ให้ประกัน น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล นายณัฐชนน หรือณัฐช ไพโรจน์ และ นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ 3 แกนนำคณะราษฎร 2563 ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ในความผิดหลายข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีจัดการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และกิจกรรมที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม-10 สิงหาคม 2563

นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ให้ประกัน 19 ผู้ต้องหา ที่มีการจับกุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563

แต่หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง ทั้งรุ้งและเพนกวินก็ถูกหมายจับคดีอื่น กลับเข้าฝาก ขังต่อที่ ตชด.ปทุมธานี ด้วยหมายจับคดีอื่นก่อนหน้านี้

นับเป็น 1 ในยุทธวิธีของฝ่ายรัฐบาล สนธิกำลังกับฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ที่มีการ “แกงคืน” ผู้ชุมนุม ด้วยการจับสลับปล่อย

จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2563 ฝ่ายผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” บรรลุชัยชนะไปแล้วอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ การปล่อยตัวแกนนำบางส่วน และการเปิดสภาสมัยวิสามัญ

ทว่า ข้อเสนอที่ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายนิติบัญญัติยังแบ่งรับแบ่งสู้ คือ วาระการพิจารณาของสภา 2 วัน เพื่อให้รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา คือ มาตรา 256 เปิดทางให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งมาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่

และแก้มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตจนเป็นทางตัน

ในกรณีที่มีการยุบสภาขึ้น ก่อนการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่จะแล้วเสร็จ ในท่ามกลางวิกฤตการเมือง พล.อ.
ประยุทธ์ มีทางเดินหมากอยู่ 3 ทาง ภายใต้รัฐธรรมนูญ

ทางที่หนึ่ง ประคองสถานการณ์ ประนีประนอมกับข้อเสนอของผู้ชุมนุม เปิดการอภิปรายข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ในสภาสมัยวิสามัญ พร้อมเปิดทางเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตราดังกล่าว โดยใช้เสียงของพรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา

ทางที่สอง หากวิกฤต จนสุดปลายมือ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่สามารถไปต่อต้องลาออก นำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิม 19 พรรค และเสียง 250 ส.ว. ซึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในพรรคอันดับ 2 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

ทางที่สาม วิกฤต จนต้องล้างกระดานการเมืองใหม่ “พล.อ.ประยุทธ์” ลาออกและยุบสภา ล้ม-ตีตกข้อเสนอของผู้ชุมนุมทุกข้อ ทั้งไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีการปฏิรูป นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ภายใต้กติกาเก่า ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

ระหว่างนี้ มีเกมคู่ขนานของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ปรับเกม-เปลี่ยนแผน ด้วยความเชื่อของสัญชาตญาณนักการเมืองว่า “วิกฤตการเมืองจะลุกลามเหมือนไฟป่า ต้องมีทั้งนายกรัฐมนตรีออกไปและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนการเลือกตั้งใหม่”

ขณะที่นักการเมืองฝ่ายค้านอีกรายวิเคราะห์ทางออกใหม่ไว้ 2 ทาง คือ

ทางแรก เพื่อเป็นการล้างไพ่ และไปต่อได้โดยไม่ต้องยุบสภา คือ ให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว

ทั้ง 19 พรรครัฐบาล รวม 276 เสียง ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 120 เสียง ภูมิใจไทย 61 เสียง ประชาธิปัตย์ 52 เสียง ชาติไทยพัฒนา 12 เสียง รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง พลังท้องถิ่นไท 5 เสียง ชาติพัฒนา 4 เสียง รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง

พรรคเล็ก 10 พรรค พรรคละ 1 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชานิยม พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคประชาธรรมไทย พรรคไทรักธรรม

และพรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 เสียง

ทั้งนี้ พรรคพลังชาติไทย ยุบไปรวมกับพลังประชารัฐ ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลจาก 20 พรรค เหลือ 19 พรรค

หาก 19 พรรค ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ในที่ประชุมรัฐสภา

จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอน ในทางที่ 2 คือการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ หลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไปแล้ว สภาผู้แทนฯก็สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ โดยไม่ต้องมี ส.ว. 250 เสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง เกมนี้อาจทำให้ได้นายกรัฐมนตรีจากขั้วของฝ่ายค้านในปัจจุบัน ที่นำโดยเพื่อไทย

การชิงไหวชิงพริบในช่วงวิกฤตการเมือง ทำให้ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ต่างต้องวางแผน ขับเคลื่อนด้วยจังหวะที่แม่นยำ

ดังนั้นการ “ประชุมลับ” ของนายกรัฐมนตรี กับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล จึงต้องกระชับวง-วาระ เตรียมพร้อมรับการรุกของฝ่ายค้านและการชุมนุมของราษฎร

กะพริบตาทีเดียว อาจเห็นชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ !