เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.พ. แจงแผนชะลอกำหนดตำแหน่ง ขรก. ไม่ใช่เบรกเลื่อนระดับสูงขึ้น
Politics ก.พ. แจงแผนชะลอกำหนดตำแหน่ง ขรก. ไม่ใช่เบรกเลื่อนระดับสูงขึ้น
นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
Politics นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
“สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
Real Estate “สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
“ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
News “ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
Economic ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
Real Estate สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
Finance ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
Economic ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
Economic วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

“ดุสิตธานี” ไม่หวั่นขาดทุน 878 ล้าน มั่นใจไตรมาส 4 ฟื้น

19 พ.ย. 2563 | 17:23น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

“ดุสิตธานี” เปิดตัวเลข 9 เดือนแรก โควิดทุบขาดทุน 878 ล้านบาท ยันไตรมาส 3 ขยับฟื้นตัวจากไตรมาส 2 กว่า 51% แม้ไม่อาจเทียบปีก่อน หลังธุรกิจกลับมาเปิดให้บริการครบ เดินหน้าเปิดโรงแรมตามแผน มั่นใจไตรมาสสุดท้ายทยอยฟื้นเพิ่มอีก

ขาดทุน 9 เดือน 878 ล้าน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC เปิดเผยว่า รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/2563 ระบุกลุ่มดุสิตฯ ทำรายได้รวม 643 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งมีรายได้รวม 424 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นถึง 219 ล้านบาท หรือ 51.65% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้รวม 1,621 ล้านบาท ขณะที่กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ชี้สะท้อนเห็นสัญญาณการฟื้นตัวรายไตรมาสที่ชัดเจนมากขึ้น

แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้จะมีผลขาดทุนสุทธิ 343 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 73 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 878 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 51 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่เมื่อพิจารณาผลประกอบการเทียบไตรมาสต่อไตรมาส บริษัทฯ เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจชัดเจนมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยเฉพาะรายได้รวมที่กลับมาเพิ่มถึง 51.65% จากไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นผลจากการที่ธุรกิจสามารถทยอยกลับมาให้บริการต่าง ๆ ได้อีกครั้ง

สัญญาณบวกปรากฎรายไตรมาส

“หลังจากปีนี้เราได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสแรกต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ 2 แบบเต็มไตรมาส ทำให้รายได้จากการขายและการบริการลดลง แต่ในไตรมาสที่ 3 สัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนขึ้น ทั้งจากธุรกิจโรงแรมที่เริ่มมีอัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่มขึ้น ในขณะที่ธุรกิจการศึกษาเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการกลับมาเปิดการสอนของโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร และธุรกิจอาหารก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเข้าลงทุนใน The Caterers ในประเทศเวียดนามตามแผนการขยายธุรกิจของบริษัท เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง (Epicure Catering) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่กลุ่มดุสิตธานีเข้าไปถือหุ้น” นางศุภจีกล่าว

นอกจากนี้ กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทฯ ยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ติดลบ 53 ล้านบาท น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ติดลบ 207 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับแผนธุรกิจ ตลอดจนปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงการที่บริษัทฯ มีมาตรการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

มั่นใจไตรมาสสุดท้ายฟื้นต่อเนื่อง

สำหรับในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เชื่อว่า ภาพรวมธุรกิจจะทยอยฟื้นตัว เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมากขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐ

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา กลุ่มดุสิตธานีได้นำเสนอกลยุทธ์การขายและแนวทางการทำตลาดที่สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ  รวมถึงมีแผนที่จะเปิดโรงแรมใหม่ที่ประเทศสิงคโปร์ภายใต้สัญญารับจ้างบริหาร ซึ่งจะทำให้จำนวนโรงแรมที่เปิดในปีนี้ครบ 5 แห่งตามแผนที่วางไว้ โดยปัจจุบันได้เปิดไปแล้ว 4 แห่ง

ได้แก่ โรงแรมดุสิตดีทู ซัลวา โดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อเดือนมีนาคม โรงแรมดุสิต รีสอร์ท กวม ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมิถุนายน โรงแรมดุสิตธานี เวลเนส รีสอร์ท ที่เมืองซูโจว ประเทศจีน เมื่อเดือนกรกฎาคม และโรงแรม อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ในขณะที่ธุรกิจการศึกษา มีแนวโน้มดีขึ้นจากจำนวนนักศึกษาใหม่เพิ่มขึ้นของวิทยาลัยดุสิตธานี และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหลักสูตรของโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เช่นเดียวกับธุรกิจอาหารส่งสัญญาณบวกมากขึ้น โดยบริษัท เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง เริ่มรับรู้รายได้อย่างเต็มจำนวนหลังจากโรงเรียนนานาชาติกลับมาเปิดดำเนินการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโรงเรียนนานาชาติที่เซ็นสัญญามาใหม่ เช่น King’s College , Verso, ICS Udon Thani  และ Lycée Français International de Bangkok

นอกจากนี้ธุรกิจอาหาร NRF ที่ดุสิตเข้าลงทุนก็สามารถทำ IPO ได้ประสบความสำเร็จ โดยมีราคาตลาดที่สูงกว่าราคาจองซื้ออย่างมาก รวมถึงธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ “Kauai” (คา-วา-อิ) เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังจากที่เพิ่มจำนวนจุดขาย Grab & Go ทำให้ปัจจุบันมีจุดขายทั้งหมด 4 แห่ง ประกอบด้วย เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ วิสซ์ดอม 101 ซึ่งเป็นสาขาแรก สยามดิสคัฟเวอรี เอ็มไพร์ทาวเวอร์ และเอ็มควอเทียร์

ทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ในส่วนของโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มีความคืบหน้าไปมาก โดยการก่อสร้างอยู่ระหว่างการดำเนินการโครงสร้างใต้ดิน (Sub-structure) และประมูลผู้รับเหมาหลัก  และสามารถสรุปการขาย และทยอยลงนามในสัญญาไปแล้วบางส่วน

“ต้องยอมรับว่า แม้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 และงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ยังมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ภาพรวมของธุรกิจถือว่าน่าพอใจ โดยเฉพาะเราได้ผ่านช่วงเวลายากลำบากที่สุดมาแล้วจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแพร่ระบาด ความรู้ความเข้าใจในการดูแลตัวเองของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยบริษัทฯ จะถือเอาโอกาสนี้มาใช้ในการปรับโครงสร้างองค์กร วางแผนการทำงานและแผนการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป”