TMBAM Eastspring มุ่งมั่นเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก เกิดภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจและการลงทุนต่าง ๆ รวมทั้งตลาดเงินตลาดทุน รวมทั้งการเกิด Circuit breaker ติดต่อกันในตลาดหุ้น จนทำให้ผู้ลงทุนเกิดความตื่นตระหนกและเทขายหุ้นและหน่วยลงทุน (Panic Sell) อย่างหนัก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) จึงตัดสินใจปิดกองทุนตราสารหนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ลงทุน
ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา TMBAM Eastspring ได้ทยอยปิดกองทุนตราสารหนี้รวม 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส กองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล (เน้นลงทุนในตราสารหนี้ไทย) กองทุนเปิดทหารไทยธนเพิ่มพูนและกองทุนเปิดทหารไทยธนไพบูลย์ (ที่มีสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศสูงกว่าสองกองแรก) เนื่องจาก Panic Sell ที่เกิดขึ้น ทำให้กองทุนไม่สามารถขายตราสารที่ถืออยู่ออกไปในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล ตั้งแต่วันที่ 16 – 26 มีนาคม 2563 มีปริมาณการขายโดยรวมสูงถึงร้อยละ 67 และ ร้อยละ 66 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนตามลำดับ และ การเทขายอย่างรุนแรงในวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งคิดเป็นปริมาณร้อยละ 33 และร้อยละ 51 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ วันก่อนหน้า ตามลำดับ
ทั้งนี้เพื่อคำนึงถึงประสิทธิภาพในการซื้อ-ขายตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ (Investment Grade Bonds) ในพอร์ตการลงทุน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงด้านราคา รวมถึงไม่ต้องการให้ผู้ลงทุนที่ถือหน่วยอยู่ต้องขาดทุนสูง (ถ้าหากยังคงถือหน่วยฯอยู่ในกองทุน) จึงต้องตัดสินใจปิดกองทุนในที่สุด
โดยผู้จัดการกองทุนเชื่อมั่นว่าการปิดกองเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเริ่มกระบวนการชำระบัญชีคืนเพื่อผลประโยชน์ให้กับผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม
กรณีของกองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส ตัดสินใจปิดกองทุนเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 เนื่องจากกองทุนดังกล่าวเหมาะสำหรับการบริหารสภาพคล่อง ซึ่งภายใน 5 วันหลังมีการปิดกองทุน ได้มีการจ่ายเงินคืนก้อนแรกไป ประมาณ 10% และทยอยจ่ายคืนเงินแก่ผู้ลงทุนได้ครบถ้วนตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ถือหน่วยลงทุน คือ สามารถจ่ายคืนเงินได้รวมทั้งหมด ได้ 100.06% ในวันที่ 13 พ.ย. 63 ที่ผ่านมา โดย TMBAM Eastspring ได้ทยอยจ่ายเงินจนหมดใช้เวลาประมาณ 7 เดือนกว่า นับว่าเป็นการบริหารและจัดการคืนเงินได้ตามสัญญา และเร็วกว่ากำหนดที่คาดการณ์ไว้ สำหรับกองอื่น ๆ อีก 3 กองทุนที่เหลือ TMBAM Eastspring ก็ได้จ่ายเงินคืนไปแล้ว 88-94% และคาดว่าจะได้เงินคืนครบถ้วน ไม่ต่ำกว่าต้นทุน ณ วันปิดกองทุน
ทั้งนี้ การจัดการคืนสินทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยรักษามูลค่าเงินลงทุน ณ วันที่ปิดกองทุนไว้ได้สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารกองทุนของ TMBAM Eastspring มีความเป็นมืออาชีพ Asset สินทรัพย์ที่ลงทุนไปเป็นสินทรัพย์ที่ถือว่าเป็น Investment Grade bonds มีคุณภาพ การซื้อขายต่อเนื่อง ทั้ง 4 กอง จึงสามารถทำการซื้อขายได้กำไรคืนอย่างคุ้มค่าและรวดเร็ว
การตัดสินใจปิดกองทุน ยกเลิกคำสั่งซื้อขายในธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้น มาถึงวันนี้ ต้องถือว่าเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผล เพราะหากยังคงเปิดให้มีการซื้อขายต่อไป จะทำให้ผู้ถือหน่วยขาดทุนหนักมาก ซึ่งในระหว่างที่มีการปิดกองทุน ทางผู้จัดการกองทุนหรือ Fund manager ยังคงทำหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนให้ดีที่สุด เพื่อต้นทุนที่ดี ซึ่งจะให้ผลที่แตกต่างจากการถูกบังคับให้ขายกองทุนในเวลาที่สถานการณ์ผิดปกติ จนเกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุน
TMBAM Eastspring ได้แจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไว้ตลอดว่าจะยึดแนวทาง capital preservation หรือการรักษามูลค่าการลงทุนไว้ให้ได้ใกล้เคียงกับวันที่ปิดกองซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าวันนั้นไม่มีการปิดกองจะไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ไม่รู้ความเคลื่อนไหว ซึ่งสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่อาจจะไม่มีปัญหาเพราะมีกระจายการลงทุนไปที่อื่น แต่ผู้ลงทุนรายย่อยจะไม่ทราบและได้รับผลกระทบ ถ้ามีการขายไปเรื่อย ๆ ทำให้มูลค่าหน่วยลดลง การตัดสินใจปิดกองทำให้คุณรักษาหน่วยลงทุนไว้ได้ แต่อาจจะมีสภาพคล่องที่ลดลงบ้างตามสถานการณ์ในตลาดโลก
ด้วยสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ดีสำหรับผู้ลงทุนไทยที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ทุกคนต้องมีสติ และพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจใด ๆ เพราะการตื่นตกใจกว่าเหตุอาจจะทำให้ขาดทุนโดยไม่จำเป็น สิ่งสำคัญ คือ การกระจายการลงทุน (Asset Allocation) รวมไปถึงการได้รับคำแนะนำการลงทุนที่ดี เลือกสรรกองทุนที่มีคุณภาพ เพื่อกระจายความเสี่ยงในการเลือกประเภทการออมที่หลากหลายสำหรับเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนในอนาคต
*** ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน