เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘พิพัฒน์’ รับฟังข้อเสนอภาคขนส่ง เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ
Economic ‘พิพัฒน์’ รับฟังข้อเสนอภาคขนส่ง เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,750 บาท
วาระกล่าวถ้อยแถลงจุดยืนไทย ข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา ภายใต้ UNCLOS ครั้งแรกที่สิงคโปร์ สด 15 ก.ย.นี้
World วาระกล่าวถ้อยแถลงจุดยืนไทย ข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา ภายใต้ UNCLOS ครั้งแรกที่สิงคโปร์ สด 15 ก.ย.นี้
เจ้าของหนังสือ Chip War ชี้ ‘ไทยเป็นกลาง’ ได้เปรียบในศึกชิปโลก
Tech เจ้าของหนังสือ Chip War ชี้ ‘ไทยเป็นกลาง’ ได้เปรียบในศึกชิปโลก
iPhone รุ่นเก่า ขึ้นราคายกแผง ?
Tech iPhone รุ่นเก่า ขึ้นราคายกแผง ?
“ศุภจี” เปิดเกมอินเดีย ดันอาหารสุขภาพ-สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก
Economic “ศุภจี” เปิดเกมอินเดีย ดันอาหารสุขภาพ-สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอ-เงินเฟ้อ Q4 เร่งขึ้น
Finance ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอ-เงินเฟ้อ Q4 เร่งขึ้น
‘สารัชถ์’ ขายบิ๊กลอต GULF จำนวน 1.69 พันล้าน ให้นักลงทุนสถาบัน ส่วน BBL โผล่อีก 451 ล้าน
Finance ‘สารัชถ์’ ขายบิ๊กลอต GULF จำนวน 1.69 พันล้าน ให้นักลงทุนสถาบัน ส่วน BBL โผล่อีก 451 ล้าน
ธปท. ชี้เอสเอ็มอีซอมบี้พุ่งเกือบ 6% ต้องเน้นช่วยกลุ่มที่มีศักยภาพไปต่อได้
Finance ธปท. ชี้เอสเอ็มอีซอมบี้พุ่งเกือบ 6% ต้องเน้นช่วยกลุ่มที่มีศักยภาพไปต่อได้
สูตรสำเร็จ ‘โกลบอลเฮ้าส์’ สร้างระบบ-AI ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ 
Real Estate สูตรสำเร็จ ‘โกลบอลเฮ้าส์’ สร้างระบบ-AI ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ 
ดูทั้งหมด

ผวาแผนลดภาษี “ทรัมป์” หนี้ท่วมสหรัฐ-ทุบตลาดหุ้นถล่ม

18 ต.ค. 2560 | 20:05น.

หลังจากประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” เปิดเผยรายละเอียดแผนลดภาษีครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ได้หาเสียงไว้ ใช่ว่าทุกคนจะรู้สึกดีใจหรือเห็นด้วย แม้แต่คนในวอลล์สตรีตระดับบิ๊กบางคนเองก็ยังรู้สึกวิตกกังวลเพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียมากกว่าดี

เพราะตามที่เปิดเผยออกมานั้น จะมีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือภาษีที่เก็บจากบริษัทต่าง ๆ จาก 35% เหลือ 20 % ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 36.9% เหลือ 35% โดยทรัมป์อ้างว่านี่เป็นการลดภาษีครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญเห็นว่านี่เป็นมาตรการที่มา “ผิดที่ผิดเวลา” และแทบไม่มีความจำเป็นเลย เพราะว่าสภาพเศรษฐกิจไม่ได้มีความต้องการกระตุ้นขนานใหญ่เช่นนั้น เนื่องจากอัตราการว่างงานก็ลดต่ำลงที่สุดในรอบ 16 ปี ไปอยู่ที่ 4.2 % ซึ่งถือว่าเป็นระดับปกติแล้ว

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ย และลดขนาดงบดุลลง หลังจากใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินมานานเพื่อโอบอุ้มเศรษฐกิจนับจากเกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่เมื่อปี 2551 กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือเฟดกำลังจะแตะเบรกเศรษฐกิจ แต่ทรัมป์กลับจะเหยียบคันเร่ง

เดวิด เคลลี หัวหน้านักยุทธศาสตร์ระดับโลกของเจพีมอร์แกน ฟันด์ ชี้ว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่เฟดจะทำตรงข้าม “มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเหยียบเบรกและคันเร่งพร้อมกัน ขอย้ำมีแต่คนโง่หรือวอชิงตันเท่านั้นที่ทำอย่างนี้” เคลลีระบุว่า การลดภาษีให้กับบริษัทขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้น นอกจากนั้นหากเศรษฐกิจสะดุดขึ้นมาอีกครั้ง จะทำให้รัฐบาลไม่เหลือเครื่องมือที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับ เอ็ด ยาร์เดนิ ประธานยาร์เดนิ รีเสิร์ช ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาการลงทุน บอกว่า เศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นใด ๆ เลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่านับจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พร้อมกับประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวงเงินมหาศาล ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ของตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่ารวม 63 ครั้ง จนทำให้เกรงว่าจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ

ตามการประเมินของนักวิเคราะห์อิสระ เชื่อว่า แผนลดภาษีครั้งนี้จะมีมูลค่ารวมราว 6 ล้านล้านดอลลาร์ และจากการประเมินของศูนย์นโยบายภาษี การลดภาษีจะทำให้รายได้รัฐหายไป 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปี และปัญหาสำคัญก็คือจะไปเพิ่มหนี้ของประเทศ ซึ่งขณะนี้สูงมากอยู่แล้วที่ 20 ล้านล้านดอลลาร์หรือเกือบ 80% ของจีดีพี สูงที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2

นักเศรษฐศาสตร์อีกหลายคนตั้งคำถามว่า แผนลดภาษีของรัฐบาลจะกระตุ้นการลงทุนและเพิ่มการจ้างงานชาวอเมริกันได้จริงหรือ ในเมื่อบริษัทอเมริกันมีเงินสดเต็มไปหมดอยู่แล้ว ปัญหาขณะนี้คือการขาดแรงงานที่มีทักษะต่างหาก

แม้แต่ขาใหญ่ในวอลล์สตรีตอย่าง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” แห่งเบิร์กเชียร์แฮตธะเวย์ ผู้โด่งดัง รวมทั้ง “ลาร์รี ฟิงค์” ซีอีโอบริษัทแบล็กร็อก ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในโลก ก็ไม่ได้ดีใจไปกับการลดภาษี ทั้งยังเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องลดภาษีนิติบุคคลมากขนาดนั้น

“ผมมีธุรกิจหลายอย่าง และไม่คิดว่าจะมีธุรกิจไหนแข่งขันไม่ได้ในโลกนี้เพียงเพราะอัตราภาษี” บัฟเฟตต์ระบุ และว่าเขาไม่เห็นด้วยเลยหากจะมีการนำภาษีอื่นมาใช้แทนภาษีอสังหาริมทรัพย์ เพราะนั่นจะเป็นการให้ประโยชน์แก่คนอเมริกันที่รวยที่สุดโดยไม่จำเป็น

ซีอีโอบริษัทแบล็กร็อก เห็นว่า อัตราภาษีนิติบุคคลที่ระดับ 27% ก็น่าจะทำให้ภาคธุรกิจของสหรัฐพอใจแล้ว ขณะเดียวกันก็ช่วยหลีกเลี่ยงการขาดดุลงบประมาณของรัฐเพิ่มเติมได้ด้วย สิ่งที่ทรัมป์เสนอมาจะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณมากเกินไป

ทรัมป์และทีมงานอ้างว่าการลดภาษีจะคุ้มค่าแม้ว่าจะทำให้รายได้รัฐหายไป แต่ก็จะถูกชดเชยด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตและคนมีงานทำมากขึ้น ทำให้รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น