เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

จีนหวั่นประชากรสูงวัยพุ่ง ฉุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจชาติ

05 ธ.ค. 2563 | 10:46น.

สังคมผู้สูงอายุเป็นสถานการณ์ที่หลายประเทศให้ความสำคัญ แม้แต่ประเทศที่มีประชากรมหาศาลอย่าง “จีน” ที่หวาดวิตกว่าจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์แรงงานของประเทศ และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า “หลี่เหิง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในประเทศของจีน เปิดเผยว่า ประชากรจีนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป กำลังเพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกลุ่มคนที่เกิดในยุคเบบี้บูมเมอร์ หรือราวทศวรรษ 1960 กำลังเข้าสู่วัยเกษียณ โดยคาดว่าผู้ที่ยื่นขอรับบำนาญจะเพิ่มขึ้นแตะ 300 ล้านคนภายใน 5 ปีข้างหน้า เพิ่มจาก 254 ล้านคนในปี 2019 และมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้สูงวัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านคนภายในปี 2033 ก่อนที่จะแตะระดับสูงสุด 487 ล้านคนในปี 2053 ซึ่งเวลานั้นหากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลราว 1 ใน 3 ของชาวจีนทั้งประเทศเป็น “ผู้สูงวัย”

สถานการณ์จำนวนประชากรสูงวัยอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ไม่ว่าจะเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี (ปี 2021-2025) และพิมพ์เขียวพัฒนาเศรษฐกิจปี 2035 โดยเฉพาะภาคผลิตและการส่งออกของประเทศที่ต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมหาศาล

หลี่ีเหิงระบุว่า จำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น กำลังนำมาซึ่งความท้าทายและผลกระทบครั้งใหญ่ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น ทางการจีนจึงวางแผนรับมือด้วยการผลักดันนโยบายเพื่อจัดการปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเกิด การดูแลเด็ก ระบบการศึกษา การเกษียณอายุ เงินบำนาญ การกระจายรายได้ รวมทั้งรัฐสวัสดิการที่จะต้องดูแลผู้สูงอายุ

โดยผู้กำหนดนโยบายและนักวิชาการในประเทศจีน ได้มองบทเรียนจากประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัวแล้วในปัจจุบันอย่าง “ญี่ปุ่น” ที่มีปัญหาคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องหันมาเน้นภาคการส่งออก ขณะที่ภาวะหนี้สินภายในประเทศเติบโตมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไป

“อลิเซีย การ์เซีย-เฮอร์เรโร” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ “นาติซีส์” บริษัทการลงทุนชี้ว่า จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพด้านแรงงานของจีน และอาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันของจีนในตลาดโลกลดลง

ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้พยายามแก้ปัญหาด้วยการขยายอายุเกษียณ รวมถึงการลงทุนระบบสาธารณสุขเพื่อดูแลสุขภาพประชากรมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ นโยบายดังกล่าวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาผลิตภาพของแรงงานที่ลดลงได้

รัฐมนตรีหลี่ีเหิงระบุว่า จีนจะต้องเพิ่มอัตราการเกิดให้ถึงระดับที่เหมาะสมเพื่อชดเชยกำลังแรงงานที่ลดลง แม้ว่าในปี 2015 รัฐบาลจีนยกเลิก “นโยบายลูกคนเดียว” ที่ใช้มายาวนาน โดยอนุญาตให้ชาวจีนสามารถมีบุตร 2 คนได้ แต่ปัจจุบันจำนวนทารกแรกเกิดของจีนยังคงระดับต่ำอยู่ที่ 14.65 ล้านคนในปี 2019 ซึ่งต่ำกว่าปี 2016 ที่อัตราการเกิดของจีนอยู่ที่ 17.86 ล้านคน ซึ่งการเร่งส่งเสริมให้ชาวจีนมีบุตรมากขึ้นจึงจะเป็นหนทางแก้ปัญหาสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นก็อาจส่งผลดีต่อธุรกิจในประเทศบางกลุ่ม ผลสำรวจของธนาคารเพื่อการลงทุน “เครดิตสวิส” พบว่าชาวจีนรุ่นเบบี้บูมเมอร์กว่า 245 ล้านคนในปัจจุบันมีความมั่งคั่ง และเต็มใจที่จะใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจจีน และสามารถชดเชยต่อการสูญเสียกำลังการผลิตเพื่อการส่งออกได้