เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
World อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
Politics ‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
Politics มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
Real Estate อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
Politics 2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
ดูทั้งหมด

“ธุรกิจแลกเงิน” ตายเกลื่อน ซุปเปอร์ริชสีส้มปิด 30 สาขา

19 ธ.ค. 2563 | 19:30น.

ธุรกิจแลกเงินทรุดหนัก เจอผลกระทบนักท่องเที่ยวต่างชาติหาย อุปนายกสมาคมฯ “รายใหญ่สาหัส-รายเล็กตายเกลื่อน” เผยผู้ประกอบการล้มหายไปราว 70% “ซุปเปอร์ริชสีส้ม” เผยธุรกรรมเหลือไม่ถึง 5% ทยอยปิดสาขากว่า 30 แห่ง ลดค่าใช้จ่าย-ลดคนประคองตัว ลุ้นกลางปี”64 ยอดธุรกรรมเริ่มฟื้น

ร้านแลกเงินปิดตาย 70%

นางสาวชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ อุปนายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (TAFEX) และประธานกรรมการบริษัท ทเวลฟ์ วิคทอรี่ เอ็กเชน จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศถือว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดโควิด-19 เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเดินทางระหว่างประเทศเกิดขึ้น ทำให้ธุรกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหายไปค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ จากปัจจุบันที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตรวมกว่า 2,000 ราย คาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตหายไปจากระบบมากกว่า 70% โดยเฉพาะรายเล็ก ๆ เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนในการบริหารจัดการไม่ไหว เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ยอมรับว่าครั้งนี้รายใหญ่ก็บาดเจ็บสาหัส เพราะมีต้นทุนพนักงานและสาขาจำนวนมาก และไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์จะลากยาว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีในการฟื้นตัวประมาณกลางปี 2564

“รายใหญ่ไม่เคยคิดว่าจะเจอวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายหนักมาก ส่วนรายเล็กเดือดร้อนหนัก ล้มหายตายจากไปเยอะ อย่างที่เชียงใหม่ และจังหวัดท่องเที่ยวปิดกิจการล้มระเนระนาดไปเยอะ ซึ่งตอนนี้ในสมาชิกสมาคมก็ล้มหายไปเหลือไม่ถึง 100 บริษัท จากสมาชิกที่มีมากกว่า 160 บริษัท”

ลดสาขา-ลดคนประคองตัว

นางสาวชนาพรกล่าวว่า สำหรับในส่วนบริษัท ทเวลฟ์ วิคทอรี่ฯ แม้ว่าจะได้มีการปลดพนักงาน แต่พนักงานจำนวนหนึ่งทยอยขอลาออก ผลจากบริษัทปรับวิธีบริหารจัดการต้นทุน โดยปิดเวลาทำการสาขาให้เร็วขึ้นเพื่อลดเวลาทำงาน รวมถึงการโยกย้ายสาขาบางแห่ง และการปรับลดเงินเดือน ทำให้พนักงานบางส่วนลาออกเพื่อกลับต่างจังหวัด ปัจจุบันเหลือพนักงานราว 60 คน จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 80 คน

จากสถานการณ์ที่คาดว่าลากยาวบริษัทได้ปรับลดเงินเดือนพนักงานที่มีฐานเงินเดือนสูงกว่า 1.5 หมื่นบาท ลง 5% และลดอัตราขั้นบันไดตามฐานเงินเดือน รวมถึงเปลี่ยนจากการซื้อประกันกลุ่มมาเป็นประกันอุบัติเหตุ (P/A) แทน

นอกจากนี้ได้มีการปิดสาขาในบางพื้นที่ไปแล้ว 8-10 แห่ง จากเดิมบริษัทมีสาขาราว 60 แห่ง โดยปิดสาขาที่อยู่บนสถานีรถไฟฟ้า 2 แห่ง และตามศูนย์การค้า ซึ่งเป็นสาขาย่อยและทับซ้อนกัน ปริมาณธุรกรรมน้อย รวมถึงปิดในพื้นที่ที่ไม่ได้ช่วยปรับลดค่าเช่า

“ตอนนี้เราต้องหดตัวให้เล็ก เพื่อเก็บกำลังไว้รอเวลาเพื่อใหญ่เมื่อสถานการณ์กลับมาปกติ โดยระหว่างนี้ก็ทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินไปก่อน เป็นธุรกรรม wholesale เพื่อประทังให้อยู่รอด และมีธุรกรรมซื้อขายจากแรงงานต่างประเทศบ้าง หรือนักท่องเที่ยวที่มาอยู่ยาว ๆ กลุ่มนี้ก็ยังขนเงินมาแลกจำนวนมากพอให้บริษัทมีธุรกรรมบ้าง

อย่างไรก็ดี ในระยะยาว ธปท.ต้องผ่อนคลายเรื่องการโอนเงินตราต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะจะเป็นทางเลือกให้บริษัทแลกเงินด้วย เพราะคนเดินทางไม่ได้ ทำให้ระบบโอนเงินตราต่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้น และผู้บริโภคได้ประโยชน์ บริษัทแลกเงินอยู่รอดได้”

ซุปเปอร์ริชสีส้มปิดกว่า 30 สาขา

ด้านนายปิยะ ตันติเวชยานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ริชเคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) หรือ “ซุปเปอร์ริชสีส้ม”เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นมา บริษัทได้ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของพนักงานทยอยปรับลดจาก 380 คน เหลือเพียง 200 คน ส่วนพนักงานที่ยังอยู่บริษัทจะจ่ายเงินเดือน 75% และผู้บริหารจ่ายเพียง 50% ของฐานเงินเดือน อย่างไรก็ตาม การปรับลดเงินเดือนเมื่อคำนวณแล้วจะต้องเหลือเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท

โดยบริษัทยังคงใช้มาตรการแบบนี้ไปจนกว่าสนามบินจะเปิดให้เดินทางได้ปกติ ขณะที่จำนวนสาขาภายในสิ้นปีจะเหลือเพียง 12-15 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 50 แห่ง สาขาที่ปิดส่วนใหญ่ไม่ใช่แหล่งชุมชน ปริมาณธุรกรรมไม่เยอะ หรือค่าเช่าพื้นที่ยังสูงอยู่ เพื่อลดภาระต้นทุน

ยอดแลกเงินเหลือแค่ 5%

นายปิยะกล่าวว่า หากดูปริมาณธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราจะพบว่า ปัจจุบันเหลือธุรกรรมเฉลี่ย 600-700 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 5-6% จากเดิมเคยพีกสุดอยู่ที่ 9,000-10,000 ล้านบาทต่อเดือน อย่างไรก็ดี บริษัทหวังว่าปริมาณธุรกรรมจะกลับมาได้อย่างน้อย 50% ภายในกลางปี”64 ส่วนหนึ่งมาจากการดึงส่วนแบ่งตลาดมาจากธนาคาร ภายหลังจากธนาคารทยอยปิดสาขาและจุดแลกเงิน ซึ่งเดิมมาร์เก็ตแชร์ธุรกรรมจะอยู่กับธนาคารพาณิชย์ประมาณ 30% และผู้ประกอบการแลกเงิน 70%

เนื่องจากบริษัทยังมีสาขา รวมถึงอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาต การเป็นผู้ประกอบธุรกิจโอนเงินต่างประเทศ (money transfer) และ e-Money จาก ธปท. โดยระหว่างนี้บริษัทได้ลงทุนและพัฒนาระบบไอทีต่อเนื่องเพื่อรองรับการทำธุรกิจ

“เรายังมองธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศยังมีศักยภาพ แม้จะปิดสาขาไปบ้างแต่ธุรกิจยังไม่ได้ปิดตัว แม้ว่ารายเล็ก ๆ จะหายไปเยอะก็ตาม แต่ผู้ประกอบการที่เหลือก็ต้องปรับตัว เช่นเดียวกับเราที่มองว่าธุรกิจจะถูกดิสรัปต์ จึงได้มีการพัฒนาระบบดิจิทัล แม้จะกระท่อนกระแท่นในช่วงเริ่มต้น แต่จะเป็นผลดีในระยะยาว เพราะหลาย ๆ อย่าง ธปท.ก็ผ่อนคลายกฎ ลดข้อจำกัด ซึ่งเราหวังว่า 6 เดือนจากนี้ธุรกรรมกลับมาได้ 50%ก็ดีมากแล้ว”

รอธุรกิจท่องเที่ยวฟื้น

นายอมร สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ตอนนี้ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยอมรับว่าต้องรอภาคการท่องเที่ยวกลับมาก่อน ซึ่งจากการประเมินคาดว่าวัคซีนน่าจะเริ่มมีในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยกลับมา แต่คงยังไม่เหมือนช่วงก่อนโควิด-19เพราะทุกประเทศได้รับผลกระทบ และยังต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนั้น ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะทยอยฟื้นตัวตามภาคการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ จากรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของผู้รับอนุญาตหรือ money changer ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2563 มียอดซื้อขายอยู่ที่ 9,145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับลดลงราว 53.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดซื้อขาย19,548 ล้านดอลลาร์สหรัฐ