“ซีพีเอฟ” ย้ำไม่เลิกจ้างงานต่างด้าว 9,000 คนแน่นอน ยึดปฏิบัติต่อแรงงานทุกสัญชาติเท่าเทียมตามมาตรฐานสากล คุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน ให้สวัสดิการ ดูแลความปลอดภัยเต็มที่
นางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ บริษัทฯยังคงแนวทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดสูงสุดของอย่างต่อเนื่อง และยกระดับมาตรการป้องกันเพิ่มเติมด้านสุขอนามัยส่วนบุคคลและโรงงานให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐ
โดยปัจจุบัน ซีพีเอฟ จัดจ้างแรงงานต่างชาติตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้านว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างด้าว (MoU) ประกอบด้วยกัมพูชาและเมียนมา ทำงานอยู่ในโรงงานของซีพีเอฟกว่า 9,000 คน ทุกคนได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ผ่านการจัดจ้างและคัดสรรอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม

ซี่งบริษัทฯ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการเดินทาง ใบอนุญาตทำงาน และการตรวจสุขภาพ รวมทั้งจัดหาหอพัก และรถรับส่งให้แรงงานต่างชาติที่เพียงพอ และมีมาตรการควบคุมการระบาดเคร่งครัด เพื่อให้แรงงานต่างชาติมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่แออัด และเดินทางมาทำงานด้วยความปลอดภัย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจัดให้มีล่ามประจำโรงงานคอยให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา
“ซีพีเอฟ จัดจ้างแรงงานทั้งไทยและต่างชาติให้ความสำคัญการบริหารจัดการแรงงานทุกเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เพื่อดูแลให้พนักงานทุกคน โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง บริษัทฯ ดูแลเป็นพิเศษทั้งที่พักอาศัย รถรับส่ง พร้อมจัดล่ามให้ความช่วยเหลือ ขจัดอุปสรรคความแตกต่างทางภาษา เพื่อให้เข้าถึงข้อมูล รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานด้วยความเข้าใจ”
พร้อมกัน บริษัทมีมาตรการควบคุมและการรักษาระยะห่าง (Social Distancing) อย่างเข้มข้น พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือเรื่องอาหารให้พนักงานทุกคนในพื้นที่สมุทรสาคร

นอกจากนี้ได้ ร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (Labour Protection Network Foundation : มูลนิธิ LPN) เปิดโอกาสให้แรงงานทั้งไทยและต่างชาติซีพีเอฟสามารถแสดงความคิดเห็น ร้องเรียนและรับคำปรึกษาได้อย่างเสรีกับศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและรับฟังเสียงแรงงาน หรือ Labour Voices Hotline by LPN
อนึ่ง มูลนิธิ LPN ซึ่งเป็นองค์กรกลางเปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากแรงงานเป็นภาษากัมพูชา เมียนมา อังกฤษ และไทย ควบคู่กับจัดการอบรมให้แก่แรงงานผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ได้มีความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายแรงงาน มาตรการความปลอดภัยและการป้องกันโรค เพื่อพัฒนาศักยภาพของแรงงานต่างชาติได้มีความรู้ และเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย ช่วยให้แรงงานมีความมั่นใจในการทำงานและดำเนินชีวิต ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันโรคอย่างจริงจัง