เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ไทม์ไลน์เปิดรับ “ต่างชาติ” คนท่องเที่ยวลุ้นเลิกมาตรการกักตัว

31 ธ.ค. 2563 | 09:30น.
เปิดประเทศ

รัฐบาลไทยมีความพยายามในการขับเคลื่อนนโยบาย “เปิดประเทศ” รับชาวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเปิดระยะที่ 1 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.) ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 30 มิถุนายน 2563

โดยเริ่มจากมีมติอนุมัติให้ชาวต่างชาติ 6 กลุ่มแรก ประกอบด้วย

1.คู่สมรสและบุตรของผู้มีใบอนุญาตทำงาน หรือได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำงานในราชอาณาจักร

2.ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

3.คู่สมรสต่างชาติและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสัญชาติไทย

4.ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีความจำเป็นต้องเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยและผู้ติดตาม โดยให้การรักษาเพียงบางโรค และไม่ใช่การรับรักษาการป่วยด้วยโควิด-19 ในไทย

5.นักเรียน นักศึกษาต่างชาติ และผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว

และ 6.ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษกับประเทศเป้าหมาย

จากนั้น 22 กรกฎาคม 2563 ศบค.ได้อนุญาตให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้อีก 4 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มผู้จัดแสดงสินค้า สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาจัดแสดงสินค้าในประเทศไทย

2.คณะถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์

3.กลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานต่างชาติ 3 สัญชาติ ตามข้อกำหนด MOU เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างและผลิตอาหาร ที่ประสบปัญหาขาดแรงงาน

และ 4.กลุ่มผู้รับบริการทางการแพทย์ หรือกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาเพื่อรับการรักษาพยาบาล

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ถือบัตร Thailand Elite Card ซึ่งมีกว่า 1 หมื่นราย ซึ่งอาจเป็นทั้งนักธุรกิจ ผู้เข้ามารับการรักษาพยาบาล หรือเป็นคู่สมรสของผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยทุกกลุ่มยังคงต้องปฏิบัติตัวตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการกักตัว 14 วัน

ต่อมา 15 กันยายน 2563 ครม.ได้พิจารณาอนุมัติหลักการ แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ หรือ special tourist visa (STV) สำหรับบุคคลที่ต้องการเข้ามาพำนักระยะยาว โดยมีสิทธิขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ โดยเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ครั้งละ 2,000 บาท ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลา 90 วัน

หลังจากที่ครบกำหนดเวลาอนุญาต 90 วันแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน (รวม 270 วัน) โดยคนต่างด้าวต้องยื่นคำขอตามแบบและเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังเดินหน้านโยบายเปิดรับชาวต่างชาติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากการเปิดรับชาวต่างชาติแบบเฉพาะกลุ่มแล้ว ล่าสุดนี้ได้ปลดล็อกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปกลุ่ม ผ.30 จำนวน 56 ประเทศให้เข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยใช้เพียงแค่หนังสือรับรองเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย หรือใบ COE และกักตัว 14 วัน

ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้าไทยสามารถยื่นขอ COE ช่องทางออนไลน์ผ่าน www.coethailand.mfa.go.th พร้อมนำบุ๊กกิ้ง ตั๋วโดยสารเครื่องบิน ประกันการเดินทาง บุ๊กกิ้งโรงแรมมาอัพโหลด จากนั้นทางสถานทูตจะอนุมัติ COE เพื่อเดินทาง

โดยขั้นตอนการเดินทางมายังประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

1.ตรวจสอบประเภทวีซ่าที่เหมาะสมกับระยะเวลาที่จะพำนักในประเทศไทยและติดต่อสถานทูต/สถานกงสุลใหญ่เพื่อขอวีซ่า (กรณีไม่ได้รับการยกเว้นวีซ่า)

2.ลงทะเบียนขอรับ COE ผ่านเว็บไซต์ coethailand.mfa.go.th (รออนุมัติลงทะเบียนภายใน 3 วันทำการ)

3.จัดหาตั๋วเครื่องบิน สถานที่กักกันตัว ASQ/ALQ/AHO/GQ (ภายใน 15 วันหลังจากได้รับการอนุมัติลงทะเบียน)

4.สถานทูต/สถานกงสุลใหญ่ตรวจสอบข้อมูลและอนุมัติ COE (ภายใน 3 วันหลังจากส่งเอกสาร)

และ 5.จัดหาใบรับรองแพทย์ fit to fly และผลตรวจ COVID-19 (RT-PCR) ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางจากต้นทางเพื่อแสดงต่อสายการบิน

สำหรับในส่วนของสายการบินที่ให้บริการนั้นที่ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จัดหาเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ (semicommercial flights) ให้บริการมาเป็นระยะ โดยในช่วงตั้งแต่ 1 กันยายน-31 ตุลาคม 2563 มีสายการบินพาณิชย์ 9 สายที่ให้บริการ ประกอบด้วย เอมิเรตส์, กาตาร์, เอทิฮัด, คาเธ่ย์ แปซิฟิค, ลุฟท์ฮันซ่า, สวิส แอร์, ออสเตรเลียน แอร์ไลน์, อีวีเอ แอร์ และการบินไทย นำร่องให้บริการเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์มายังประเทศไทย

และตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2563 ก็ได้อนุญาตให้สายการบินทั่วไปสามารถให้บริการเที่ยวบินแบบกึ่งพาณิชย์ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางมายังประเทศไทยให้แก่ผู้เดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

โดยปัจจุบันมีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์มายังประเทศไทยจำนวน 44 สายการบิน และตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมาท่าอากาศยานภูเก็ตอนุญาตให้เที่ยวบินระหว่างประเทศสามารถนำผู้โดยสารมาลงที่ท่าอากาศยานภูเก็ตได้

ในส่วนของสถานที่กักกันตัวทางเลือกนั้นตัวเลข ณ 21 ธันวาคม 2563 มีจำนวนโรงแรม ASQ (alternative state quarantine) จำนวน 122 โรงแรม รวม 15,766 ห้อง (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) โรงแรม ALQ (alternative local quarantine) จำนวน 47 โรงแรม รวม 4,686 ห้องใน 9 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี, ภูเก็ต, ปราจีนบุรี, มุกดาหาร, เชียงใหม่, เชียงราย, พังงา, สุราษฎร์ธานี และบุรีรัมย์

โรงพยาบาล/คลินิก AHQ (alternative hospital quarantine) จำนวน 172 แห่งทั่วประเทศ และสนามกอล์ฟ GQ (golf quarantine) ซึ่งปัจจุบันกรมสนับสนุนบริการสุขภาพอยู่ระหว่างการตรวจประเมินสนามกอล์ฟ 6 แห่งใน 4 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี, ราชบุรี, กาญจนบุรี และเชียงใหม่

โดยประเด็นสำคัญที่สุด ณ เวลานี้ คือ ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยทุกคนยังต้องกักตัว 14 วัน ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และล่าสุดมีกระแสว่าเร็ว ๆ นี้ กระทรวงสาธารณสุขกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาลดวันกักตัวจาก 14 วัน เป็น 10-4 วัน

อย่างไรก็ตาม ในฟากของกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังคงลุ้นให้รัฐบาลเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศกลุ่มความเสี่ยงต่ำ โดยไม่ต้องกักตัวต่อไป…