เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

นัยยะจากแถลงการณ์สีจิ้นผิง

23 ต.ค. 2560 | 17:36น.

คอลัมน์ จับช่องลงทุน
โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม


ในฐานะผู้ติดตามประวัติศาสตร์ตลอดจนพัฒนาการทางสังคมเศรษฐกิจการเมืองจีน การประชุมสมัชชาผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั่วประเทศครั้งที่ 19 ที่จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปีนั้น เป็นจุดสำคัญที่สุดที่ไม่ควรพลาด เพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีน (พคจ.) คือองค์กรสูงสุดในการชี้นำทิศทางการบริหารประเทศจีน ดังนั้น ข้อสรุปจากการประชุมนี้คือการบอกถึงทิศทางของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองจีนในอนาคต โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (อีกนัยหนึ่งคือผู้นำสูงสุดพรรคคอมมิวนิสต์จีน) ได้ขึ้นกล่าวรายงานต่อที่ประชุมในวันที่ 18 ต.ค. 2560 เป็นเวลา 3 ชั่วโมง เมื่อคำนึงว่าสี จิ้นผิง เป็นบุคคลที่ทรงอำนาจสูงสุดมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองจีน หลัง พคจ.ได้อำนาจปกครองประเทศจีน ทำให้สิ่งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงพูด เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจรับฟัง โดยผมเก็บความจากสื่อต่าง ๆ และตั้งข้อสังเกตโดยสรุปจากมุมมองส่วนตัวดังนี้

1) มีการเปลี่ยนหลักการชี้นำปรัชญาการพัฒนาประเทศจีน (principal of contradiction) อย่างมีนัยสำคัญ โดยจากนี้ไป จีนจะเน้นการเติบโตในเชิงคุณภาพมากขึ้น เช่น การใส่ใจสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงคุณภาพชีวิตประชากรจีน มากกว่าเป้าหมายเชิงตัวเลขในการพัฒนาเศรษฐกิจเช่นในอดีต ซึ่งแง่นี้ตีความในเชิงเศรษฐกิจได้ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะไม่ร้อนแรงเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว เพราะการพัฒนาจะคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ไม่ง่ายและรวดเร็วเช่นในอดีต

2) ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจจีนจะเน้นไปที่การปฏิรูปด้านอุปทาน (supply side) มากกว่าเน้นด้านอุปสงค์ (อาทิ การปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อดำเนินโครงการขนาดใหญ่ เป็นต้น) โดยจากนี้ไปรัฐบาลจีนจะเน้นไปที่ผลิตภาพในการผลิต (productivity) นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และเน้นสมดุลการพัฒนาระหว่างเมืองและชนบท และรักษาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ หรือกล่าวได้ว่าเน้นคุณภาพของการพัฒนามากกว่าปริมาณ ตามที่ระบุในข้างต้น

3) กรอบระยะเวลาในการพัฒนาประเทศจีนตามแถลงการณ์ของสี จิ้นผิง มีระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น จากผู้นำสูงสุดรายอื่น ๆ ในอดีตที่มักจะเสนอกรอบระยะเวลาในการพัฒนาประเทศเพียง 5 ปีข้างหน้า แต่ในกรณีของสีนั้น ครอบคลุมถึงปี 2050 (พ.ศ. 2593) หรืออีก 33 ปีข้างหน้าเลยทีเดียว นี่อาจจะสะท้อนความต้องการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนที่ยาวนานกว่า 2 สมัย ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดธรรมเนียมจีนที่ต้องการให้ประธานาธิบดีจีน ดำรงตำแหน่งเพียง 2 สมัยหรือ 10 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดบทเรียนซ้ำรอยของการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป และอยู่ในอำนาจนานเกินไปจะมีวิจารณญาณที่ผิดพลาดและสร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ประเทศจีนได้ แม้ว่าในช่วงแรกจะสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากก็ตาม ดังกรณีของเหมา เจ๋อตุงที่ในช่วงบั้นปลายมีการตัดสินใจที่ผิดพลาด เกือบนำสังคมจีนไปสู่ความล่มสลาย กล่าวกันว่า เติ้ง เสี่ยวผิง บุคคลที่เป็นผู้นำสูงสุดหลังยุคเหมา เจ๋อตุง เป็นคนวางหลักการวาระประธานาธิบดีไม่เกิน 2 สมัย ดังนั้น การที่สี จิ้นผิง เตรียมจะดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 หรือต่อเนื่องจากปี 2022 (พ.ศ. 2565) ไปอีกนั้น จะมีแรงกระเพื่อมทางการเมืองมากน้อยเพียงใด เพราะเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือในวาระแรก (ที่กำลังจะหมดลง) ของสี จิ้นผิงนั้น พบว่าสี จิ้นผิงได้รวบอำนาจเข้าหาตัวเองอย่างมากที่สุดเหมือนเหมา เจ๋อตุงและเติ้ง เสี่ยวผิง ซึ่งผู้ติดตามประวัติศาสตร์จีนตลอด 5,000 กว่าปีจะทราบดีว่าปัญหาหลักในประวัติศาสตร์จีนคือ “การแย่งชิงอำนาจทางการเมือง”

ดังนั้น จากนี้ไปต้องจับตาดูว่าสี จิ้นผิงจะดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 หรือไม่ เพราะถ้าคิดจะดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 3 จากนี้ไป สี จิ้นผิงจะมีเวลา 5 ปีจากนี้ไปหรือช่วงเวลาในสมัยที่ 2 นี้เพื่อวางรากฐานทางอำนาจของตนให้แน่นหนาและมั่นคงขึ้น เพื่อปูทางไปสู่การดำรงตำแหน่งต่อ ซึ่งอาจจะสร้างความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศก็เป็นได้

แต่อย่างที่อาจารย์อาร์ม ตั้งนิรันดร แห่งคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ เคยกล่าวไว้ว่า การมองจีนไม่อาจจะดูได้จากหลักการหรือโวหารนักการเมืองจีนเพียงอย่างเดียว หากแต่จะต้องมองไปที่การปฏิบัติหรือความเป็นจริงของสังคมจีนควบคู่ไปด้วย ดังนั้น การมองไปที่การปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้นจริงยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการคาดการณ์แนวโน้มสังคมเศรษฐกิจการเมืองจีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สี จิ้นผิง