เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

จับตา 5 ซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่

09 ม.ค. 2564 | 17:42น.
ซิลิคอน วัลเลย์
TechTimes
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

เวลาพูดถึงสตาร์ตอัพมักจะคิดไปถึงซิลิคอนวัลเลย์ในฐานะต้นกำเนิด แต่ตอนนี้ซิลิคอนวัลเลย์กำลังมีคู่แข่งอย่างน้อย 5 แห่งที่พร้อมชิงตำแหน่งเมืองหลวงแห่งเทคสตาร์ตอัพ

จากรายงาน The World Economic Forum ระบุว่า สิงคโปร์ เกาหลี บราซิล เคนยา และอิสราเอล คือดาวรุ่งแห่งโลกสตาร์ตอัพด้วยความพร้อมหลายด้าน

เริ่มที่ “สิงคโปร์” ที่ได้รับการจัดอันดับจาก The World Economic Forum ให้เป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรมเป็นอันดับที่ 13 ของโลก

แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผลักดันให้สิงคโปร์สร้างชุมนุมสตาร์ตอัพไฮเทคระดับโลกได้ดี คือ รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์และสนับสนุนให้เกิดนโยบายใหม่ ๆ ที่ “เป็นมิตร” กับสตาร์ตอัพ

การผลักดันจากภาครัฐอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องทำให้ยอดการลงทุนในสตาร์ตอัพของสิงคโปร์เพิ่มอย่างรวดเร็วจาก 2.39 พันล้านเหรียญในปี 2017 เป็น 8 พันล้านเหรียญในปี 2019

โดยเม็ดเงินลงทุนในกลุ่ม DeepTech (หรือกลุ่มที่พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นเพื่อปัญหาในอุตสาหกรรมต่าง ๆ) เพิ่มขึ้น 260% จาก 160 ล้านเหรียญ เป็น 580 ล้านเหรียญ ขณะที่เงินลงทุนในกลุ่มดาวเด่นอย่าง FinTech ก็ยังโตต่อเนื่องโดยเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากปี 2018 เป็น 861 ล้านเหรียญในปี 2019

เมืองถัดมา คือ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล ซึ่งการเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติทำให้ต้องขวนขวายกล้าคิดนอกกรอบ

ศักยภาพของอิสราเอลทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านไอทีและกล้าคิดนอกกรอบเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ดึงดูดยักษ์ระดับโลกอย่าง Google และ Microsoft ให้เข้ามาลงทุนและทุ่มงบฯมหาศาลให้กับเทคสตาร์ตอัพที่มีนวัตกรรมโดดเด่น

อีกประเด็นน่าสนใจ คือ หลักสูตรเกณฑ์ทหารอันเป็นการฝึกภาคบังคับของอิสราเอลยังมีเป้าหมายในการพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ด้วย

โดยตลอดการฝึกจะมีโปรแกรมการสอนด้านเทคโนโลยีชั้นสูงให้กับทหารทุกคนติดอาวุธทางปัญญากระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

เมื่ิอออกจากค่ายทหารไปก็สามารถทำธุรกิจต่อได้ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ปริมาณเงินลงทุนในสตาร์ตอัพอิสราเอลสูง 8.3 พันล้านเหรียญในปี 2019 เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนหน้า

ประเทศถัดมา คือ“เกาหลีใต้” ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจของเกาหลีนั้นโตจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยมีเครือบริษัทขนาดใหญ่อย่างซัมซุงและ LG

ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต่างยอมรับบทบาทสำคัญของสตาร์ตอัพในฐานะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เติบใหญ่

นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐผ่านโครงการอย่าง TIPS (Tech Incubator Program for Start-ups) ถือเป็น game changer ที่ทำให้วงการสตาร์ตอัพเกาหลีเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2017

รัฐบาลยังตั้งกระทรวง SMEs and Startups เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของสตาร์ตอัพเกาหลีขึ้นอีก โดยในปี 2019 รัฐออกเงินลงทุนในสตาร์ตอัพไปกว่า 3.5 พันล้านเหรียญ

หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 25% บริการที่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด ได้แก่ เทคโนโลยีชีวภาพ อีคอมเมิร์ซ และไอซีที

ถัดมาได้แก่ “เคนยา” ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนในสตาร์ตอัพทะลุ 2 พันล้านเหรียญในปี 2019 โดยการมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักและมีตลาดแรงงานที่ประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านไอทีขั้นสูง ทำให้เคนยากลายเป็นมหานครแห่งสตาร์ตอัพของแอฟริกา

โดยมีบริการ M-PESA หรือบริการโมบายแบงกิ้งระดับตำนาน เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนให้เกิดสตาร์ตอัพหน้าใหม่ที่พัฒนาบริการดิจิทัลอื่น ๆ มาต่อยอดมากมาย ซึ่งรัฐบาลมุ่งหวังให้เคนยาเป็นตลาดที่พร้อมรองรับบริการ 5G ที่กำลังจะมาถึง

และมีแผนจะสร้างซิลิคอนซาวันนาห์มาประชันกับซิลคอนวัลเลย์ โดยตั้งเป้าจะสร้างรายได้ราว 2% ของ GDP ให้ได้ภายใน 10 ปี

ประเทศสุดท้าย คือ “บราซิล” โดยมีเมืองเซาเปาลูเป็นที่มั่นหลัก จากรายงานของ Startup Genome’s Global Startup Ecosystem Report 2020 เมืองเซาเปาลูเป็นเมืองเดียวในละตินอเมริกาที่ตัดอันดับท็อป 30 ของเมืองสตาร์ตอัพโลก

ซึ่งบราซิลมีประชากรกว่า 200 ล้านคน และมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก ทำให้เป็นแหล่งเพาะสตาร์ตอัพชั้นดี

จะเห็นว่าทั้ง 5 ประเทศนี้แม้จะมีพื้นฐานและโครงสร้างทางประชากร สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกัน คือ การมีรัฐบาลที่มองการณ์ไกลและเล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญของเทคสตาร์ตอัพในการพัฒนาประเทศ

ที่สำคัญคือ การเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพเข้าถึงแหล่งทุนทั้งภายในและภายนอกอย่างเต็มที่โดยมีรัฐเป็นโต้โผทั้งในฐานะเจ้าของทุนและผู้กำหนดนโยบายต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

ซึ่งทั้งหมดนี้จะประสบผลสำเร็จได้ภาครัฐต้องมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน รวมทั้งต้องผลักดันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง