ประโยชน์ โสรัจจกิจ ชี้ผู้เลี้ยงกุ้ง-ปลาสูญกว่า 3 พันล้าน จี้รัฐแก้ปม แรงงานต่างด้าว
ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ของประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 1 หมื่นคนแล้วนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2563 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยมีจุดศูนย์กลางการระบาดมาจากตลาดกลางกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นปัญหาจากการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาอาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันกับแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย ผสมโรงกับการแพร่โรคจากบ่อนพนันหลายจังหวัด และได้กระจายวงกว้างออกไปส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและภาคธุรกิจทุกหย่อมหญ้า
“ประโยชน์ โสรัจจกิจ” ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ “แปดริ้ว” ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็น 1 ใน 3 ของจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีพื้นที่ใกล้กับจังหวัดที่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่

อาชีพส่วนใหญ่ของคนฉะเชิงเทราทำการเกษตร ทำประมง มีการเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกุ้งขาว กุ้งก้ามกราม รวมถึงปลากะพง ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้มากพอสมควร เพราะตลาดปลายทางที่เกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทราส่งผลผลิตไปขายเป็นหลัก คือ ตลาดที่จังหวัดสมุทรสาคร หรือตลาดมหาชัย
ผู้เลี้ยงกุ้ง-ปลา สูญ 3 พันล้าน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผลผลิตที่มีอยู่ขายได้น้อยลง เป็นเรื่องยากสำหรับผู้ประกอบการซึ่งไม่สามารถระบายสินค้าได้ ราคาก็ตกลงไปเช่นเดียวกัน อย่างการขายกุ้ง 1 ตัน สูญเงินไปกว่า 5-6 หมื่นบาท เรียกได้ว่ามูลค่าความเสียหายของสินค้าประมงที่จังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบรวมเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ส่วนตัวเลขที่แท้จริงยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ในตอนนี้
ขณะเดียวกัน ตลาดสดภายในจังหวัดก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่แพ้กัน ผู้คนตื่นตระหนกมากเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 รอบนี้มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตลาดอาหาร ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย
จากเคยซื้อข้าวของกักตุนอาหารเพื่อเตรียมรับมือกับโรคระบาด ตอนนี้มีพฤติกรรมตรงกันข้าม มีความระมัดระวังเรื่องอาหารการกินค่อนข้างสูง ซื้อของน้อยลง แต่คาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะอยู่ในระยะสั้น และอาจจะคลี่คลายอย่างเร็วที่สุดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคม
“ตอนนี้สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการ คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของกัน เนื่องจากผู้ซื้อไม่มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่เชื่อมั่นแม้กระทั่งแหล่งที่มาของอาหาร
จุดนี้อยากให้ผู้คนเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของบ้านเรา เพราะถ้าขาดความเชื่อมั่นในจุดนี้ผมว่าเราจะเดินต่อยาก ผมในฐานะผู้เลี้ยงปลากกะพงยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ มันเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้เลย และต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ให้ได้”
เศรษฐกิจซบเซารับปี’64
“ประโยชน์” บอกว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดฉะเชิงเทรานับตั้งแต่ช่วงปีใหม่มาจนถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่าซบเซา ไม่เพียงแต่ตลาดเท่านั้น ร้านค้า ร้านอาหาร ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ดูจากสภาพการณ์แล้วกำลังซื้อน่าจะลดลงไป 40-50% สถานการณ์ตอนนี้เชื่อว่าทุกคนตระหนักดีว่าการดำเนินธุรกิจอะไรก็ตามแต่ต้องมีความรอบคอบมากขึ้น
“ในปี 2564 นี้เราต้องย้อนกลับมาดูพื้นฐานของแต่ละคนว่าเป็นยังไง หาจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองและทำให้จุดอ่อนกลายเป็นจุดแข็งให้ได้ ในภาวะโลกปัจจุบันมักเกิดเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด เทคโนโลยี
ทุกอย่างสามารถแปรเปลี่ยนได้หมดทุกเวลา ฉะนั้น เราจะเติบโตต่อไปได้ต้องอยู่บนพื้นฐานศักยภาพของตัวเองพอสมควร โดยใช้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ส่วนปัจจัยภายนอกที่มาสนับสนุนอยากให้คิดถึงเป็นเรื่องสุดท้ายมากกว่า”
สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาคการเกษตร ประมง ในปีนี้อาจประสบปัญหาเรื่องการขาดทุนและมีปัญหาเกี่ยวกับการลงทุนในครั้งต่อไป หากภาครัฐออกมาตรการมาช่วยเกี่ยวกับเรื่องแหล่งเงินทุน
หรือมีแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยถูกให้การขับเคลื่อนต่าง ๆ ก็น่าจะไปต่อได้แบบช้า ๆ หรือแบบชะลอตัว แต่ถ้าจะให้ปรับเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นนั้นก็ถือว่ายากยิ่งกว่า เพราะการลงทุนทำธุรกิจอะไรก็ตาม แต่ละครั้งต้องใช้เงินตั้งต้นเป็นจำนวนมาก
ดัน “ต่างด้าว” ขึ้นบนดิน
“ประโยชน์” บอกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปฏิเสธไม่ได้ว่าการระบาดของโควิด-19 รอบนี้อาจจะมาจากแรงงานต่างด้าว การเข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมายเป็นบทเรียนที่สำคัญมากสำหรับบ้านเรา แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวอยู่มาก ทางแก้คือต้องทำให้แรงงานกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้อง
และภาครัฐต้องทำให้ขั้นตอนการดำเนินการรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาให้ง่ายขึ้น เพราะสุดท้ายหากปล่อยให้แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาจนทำให้เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด กลายเป็นผลกระทบและภาระที่เกิดขึ้นกับประชาชนคนไทย และกลายเป็นภาระของประเทศ
อย่างในจังหวัดฉะเชิงเทราเองเราน่าจะมีแรงงานกัมพูชาจำนวนเกือบแสนคน ถัดมาเป็นเมียนมา และ สปป.ลาวตามลำดับ
“อยากฝากถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ควรเร่งดำเนินการเชิงรุกในการแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานของภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นของขวัญสำหรับประชาชน ประเทศไทยมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานมาเนิ่นนาน
แต่นโยบายและขั้นตอนการนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายก็มีขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยาก และถูกปิดกั้นค่อนข้างมากโดยนายจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายกว่า 15,000-16,000 บาทต่อการขึ้นทะเบียนแรงงาน 1 คน ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการแต่ละคนเยอะมาก ทำในหน่วยงานเดียวไม่จบ
ต้องไปทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ดีไม่ดีต้องพาไปพิสูจน์สัญชาติที่ชายแดนอีกจากเรื่องง่ายก็เป็นยาก กว่าจะเปิดให้ขึ้นทะเบียนแต่ละรอบต้องใช้เวลานานนับปี ทั้งที่คนทำงานมีเข้าออกตลอดเวลา สุดท้ายจึงเกิดช่องว่างผลประโยชน์และมีการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อน”
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าการระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้จะสามารถควบคุมได้ และเชื่อว่าระบบสาธารณสุขของประเทศไทยสามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้ เพราะมีประสบการณ์มาแล้วในการระบาดโควิด-19 รอบแรก สิ่งที่อยากจะฝากถึงรัฐบาลคือเรื่องการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และแรงงานต่างด้าว อยากให้รัฐบาลแก้ไขเรื่องนี้เป็นสำคัญ