มหรสพหรือการแสดงรื่นเริงเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพกษัตริย์ หรืองานพระราชทานเพลิงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านาย ตามแบบแผนราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
จากข้อมูลบอกว่า การจัดมหรสพสมโภชมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ชม และถือว่าเป็นงานออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังถือเสมือนเป็นการแสดงพระกฤดาธิการของพระมหากษัตริย์
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการจัดมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุเรื่อยมา จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีประกาศงดการแสดงมหรสพสมโภชในงานออกพระเมรุ สืบเนื่องมาจากรัชกาลที่ 5 ทรงมีรับสั่งให้ลดทอนความใหญ่โตในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระองค์เอง ซึ่งรวมถึงการลดทอนความใหญ่โตของพระเมรุมาศด้วย
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 9 ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เมื่อปี พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อฟื้นการประโคมดนตรี หรือการประโคมย่ำยาม และการมหรสพ เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงาเหมือนครั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เมื่อปี พ.ศ.2528 ทั้งยังเป็นการรักษาโบราณราชประเพณีไว้ด้วย
จากนั้นในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ครั้งต่อมาจึงมีการแสดงมหรสพสมโภชทุกงาน
สำหรับมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กำลังจะถึงนี้ ผู้รับผิดชอบคือกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรได้เตรียมการจัดการแสดงมหรสพสมโภชอย่างสมพระเกียรติ ใช้นักแสดงรวม 3,084 คน แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1.การแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม จัดการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ-รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ แสดงโดย นาฏศิลปิน สำนักการสังคีต นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศ 12 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมผู้แสดง ผู้พากย์-เจรจา ผู้บรรเลง ขับร้อง และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 300 คน
2.ส่วนการแสดงมหรสพ ณ เวทีกลางแจ้งบริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ มี 3 เวที ประกอบด้วย
เวทีที่ 1 เวทีการแสดงหนังใหญ่เบิกหน้าพระ และโขนเรื่องรามเกียรติ์ การแสดงบนเวทีนี้ มี 3 ส่วน ได้แก่
– การแสดงหนังใหญ่เบิกหน้าพระ และการแสดงเบิกโรงหนังใหญ่ ชุดจับลิงหัวค่ำ ผู้แสดงเป็นครูอาวุโสสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ร่วมกับครูอาวุโสสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

– การแสดงโขนหน้าจอและโขนชักรอก เรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร ชุดศึกทศกัณฐ์ครั้งแรก ทัพสิบขุนสิบรถ ชุดท้าวมาลีวราชว่าความ ชุดนางมณโฑหุงน้ำทิพย์ ชุดศึกทศกัณฐ์ ขาดเศียรขาดกร และชุดสีดาลุยไฟ พระรามคืนนคร เป็นการแสดงของกรมศิลปากร
– การแสดงโขนหน้าจอและโขนชักรอก เรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามาวตารทศกัณฐ์รบสดายุ หนุมานถวายพล พิเภกสวามิภักดิ์ (โขนพระราชทานมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ) แสดงโดยนาฏศิลปิน สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ร่วมด้วยครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป์ 12 แห่ง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จำนวน 1,020 คน และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 100 คน รวม 1,120 คน และส่วนการแสดงโขนพระราชทาน ใช้ผู้แสดงประมาณ 200-300 คน

เวทีที่ 2 เวทีการแสดงละคร หุ่นหลวง และหุ่นกระบอก ประกอบด้วย ละครเรื่องพระมหาชนกหุ่นหลวงตอนหนุมานเข้าห้องนางวานริน หุ่นกระบอก เรื่องพระอภัยมณี ตอนกำเนิดสุดสาคร จนถึงพระฤๅษีช่วยสุดสาคร รำกิ่งไม้เงินทอง ละครในเรื่องอิเหนาตอนบุษบาชมศาล-อิเหนาตัดดอกไม้-ฉายกริช-ท้าวดาหาบวงสรวง และละครเรื่องมโนห์รา ใช้ผู้แสดงบรรเลง ขับร้อง จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 322 คน และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 100 คน รวม 422 คน
เวทีที่ 3 เวทีการบรรเลงดนตรีสากล “ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า” เป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพลงเทิดพระเกียรติ บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อแสดงความอาลัย และบทเพลงที่สื่อความหมายสอดคล้องกับการแสดงแต่ละองก์ ทั้งหมด 7 องก์ โดยผู้บรรเลง ขับร้อง และผู้แสดง จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ วงสหายพัฒนา โรงเรียนราชินี กรมดุริยางค์ทหารบก กองดุริยางค์ทหารเรือ กองดุริยางค์ทหารอากาศ กองสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Royal Bangkok Symphony Orchestra
นอกจากการบรรเลงดนตรีแล้ว เวทีนี้ยังมีศิลปะการแสดงบัลเลต์มโนห์รา แสดงโดยนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป์ รวมการแสดงทั้งหมดในเวทีที่ 3 ใช้ผู้บรรเลง ขับร้อง และผู้แสดง 753 คน ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง 189 คน รวม 942 คน
การแสดงมหรสพทุกเวทีกำหนดเวลาเริ่มแสดง 18.00 น. ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 26 ตุลาคม จนถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 27 ตุลาคม ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยจะถ่ายทอดสดให้ผู้ชมได้ชมตลอดการแสดง ทั้งนี้การแสดงทุกเวทีจะหยุดการแสดงเมื่อมีพระราชพิธีในพระเมรุมาศ
หลังจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงเสร็จสิ้นแล้ว ในวันที่ 2-30 พฤศจิกายน 2560 รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และตลอดทั้งเดือนจะจัดแสดงมหรสพบนเวทีให้ประชาชนได้ชมด้วย