เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เอสซีจีทุ่ม6พันล้านรุกดิจิทัล มุ่งนวัตกรรมรับสังคมสูงวัย

26 ต.ค. 2560 | 06:30น.

เอสซีจีทุ่ม 6 พันล้าน เพิ่มช่องทางขายสินค้าและบริการ รับโลกยุคดิจิทัล ชูธงทำตลาดทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ รุกหนักค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมเพื่อคนสูงวัย ใช้ญี่ปุ่นเป็นต้นแบบพัฒนาครบวงจร เดินหน้าขยายตลาด CLMV ต่อเนื่อง มั่นใจโค้งสุดท้ายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ-สารพัดปัจจัยบวกหนุนเศรษฐกิจโต

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2560 เอสซีจีไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก มีเพียงบางอย่างที่ต้องปรับ เช่น เรื่องของดิจิทัล, อินดัสทรี 4.0 และเรื่องออโตเมชั่น ซึ่งคงหนีไม่พ้นการที่เอสซีจีปรับตัวเรื่องพวกนี้ได้ก่อนคนอื่นถือเป็นเรื่องที่ดี สำหรับเอสซีจีได้นำเอาดิจิทัลเข้ามารวมอยู่ในนวัตกรรม หรืออินโนเวชั่น ซึ่งใน 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีลงทุนเรื่องนวัตกรรมเยอะมาก ทั้งในด้านการลงทุน และการบริการลูกค้า

ทุ่ม 5-6 พันล้านรับโลกยุคดิจิทัล

เรื่องดิจิทัลในแง่ธุรกิจ เอสซีจีศึกษาอย่างเป็นระบบเมื่อปีที่ผ่านมา โดยใช้บริษัทที่ปรึกษาเข้ามาช่วย ลงทุนไป 5,000-6,000 ล้านบาท เอสซีจีไม่ได้มองว่าดิจิทัลจะมาทดแทนอะไร แต่เป็นเพราะรูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้เกิดผลกระทบกับธุรกิจมาก จากการศึกษาพบว่าเราคงต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อช่วยเสริมศักยภาพการทำธุรกิจ ส่วนการขายสินค้าทางออนไลน์ เอสซีจีเริ่มมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ปัจจุบันได้เพิ่มช่องทางขายทาง “ไลน์” เข้าไปด้วย

เพิ่มช่องทางขาย-บริการ

อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ “บีทูบี” ขณะที่การขายแบบ “บีทูซี” สัดส่วนยังน้อยอยู่ แต่พยายามจะเพิ่มให้มากขึ้น โดยสินค้าเอสซีจีส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการให้บริการ ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าพร้อมบริการเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้กำลังคุยกันว่าจะปรับโฉมใหม่ใน 3 เรื่อง คือ 1.ข้อมูลข่าวสาร (ดิจิทัลคอนเทนต์) ที่ลงไปถึงลูกค้า ต้องมีครบทุกรูปแบบ เพิ่มช่องทางสื่อสารให้มากขึ้น และเพิ่มช่องทางมือถือให้มีทั้งไลน์ เฟซบุ๊ก 2.เรื่องของการมองไปข้างหน้า หรือเทรนด์ 3.เรื่องของเทคโนโลยีจะทำให้มากขึ้นไปอีก

ตอบโจทย์ลูกค้าคนรุ่นใหม่

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่เอสซีจีต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องดังกล่าว เป็นเพราะมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามามากขึ้น และคนรุ่นใหม่จะสนใจเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อของทางออนไลน์

“เราปรับช่องทางการขาย พยายามทำให้เป็นดิจิทัลที่ดูง่าย ใช้ง่าย ตอบสนองกับคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันการบริการก็ยังมีอยู่ เพราะคนเหล่านี้ถึงแม้จะซื้อสินค้าไปแล้ว แต่ก็ยังต้องการการบริการ ดังนั้นยังต้องมีเซอร์วิสเซ็นเตอร์ แต่รูปแบบอาจเปลี่ยนใหม่ เช่น การสต๊อกสินค้าอาจไม่จำเป็นแล้ว เราสามารถส่งของไปถึงลูกค้าจากที่ไหนก็ได้ ส่วนดีลเลอร์จะทำแพลตฟอร์มนี้ให้ ที่เขาทำเองอยู่แล้วก็มี ก็ให้เขาทำไป”

รุกสินค้านวัตกรรมรับสังคมสูงวัย

นายรุ่งโรจน์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เอสซีจีต้องศึกษาเพิ่มเติมและให้ความสำคัญมากขึ้น คือ สินค้านวัตกรรมคนสูงอายุ รองรับสังคมไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับดีมาก แต่ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้และพัฒนาต่อไปอีก เช่น ไปดูตัวอย่างที่ญี่ปุ่น พบว่าสินค้าของเขามีคุณภาพและทำแบบครบวงจร โดยเจาะรายละเอียดลงไปถึงแต่ละช่วงอายุของคนแก่ ยกตัวอย่าง อายุ 60-65 ปี ต้องการการดูแลน้อยมาก สินค้าจะเป็นแบบหนึ่ง อายุ 65-70-75 ปี ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ระยะช่วยตัวเองไม่ได้ก็อีกแบบหนึ่ง สุดท้ายพวกติดเตียง สินค้าจะเป็นอีกแบบ สเปซที่ใช้ก็ต่างกัน ดังนั้น คิดว่าเอสซีจีต้องทำแบบเจาะลึกลงไปถึงทุกเซ็กเมนต์เช่นที่ญี่ปุ่นทำ

สำหรับธุรกิจขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน “เอสซีจี ยามาโตะ เอ็กซ์เพรส” หรือ “แมวดำ” ซึ่งร่วมทุนกับยามาโตะ เอเชีย ตอบสนองการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การซื้อขายผ่านออนไลน์และความเป็นเมืองนั้น เวลานี้พยายามเร่งขยายเพิ่มอีก ในเมืองใหญ่ ๆ มีครบแล้ว แต่ธุรกิจนี้ต้องยอมรับว่าแข่งขันกันสูงมาก ตอนนี้มีผู้ประกอบการ 10 กว่าเจ้าแล้ว อย่างไรก็ดี ตนอยากให้ความสนใจเรื่องการค้าชายแดน อาจมองข้ามเรื่องนักท่องเที่ยวที่เข้ามาบริเวณชายแดน ปีหนึ่ง 30 กว่าล้านคน เป็นตัวเลขที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้

ปี”61 สารพัดปัจจัยบวกหนุน ศก.

นายรุ่งโรจน์กล่าวถึงสถานการณ์ธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ครึ่งแรกของปี 2560 อาจติดลบบ้าง แต่ครึ่งปีหลังคงไม่แย่ และน่าจะดีขึ้น รวมไปถึงไตรมาสแรกของปี 2561 ซึ่งมีปัจจัยหนุน เช่น ผลิตผลทางการเกษตรมีราคาดีขึ้น การใช้จ่ายต่าง ๆ ดีขึ้น อีกอย่างคือภาครัฐเร่งการทำโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ตลาดนอกประเทศส่วนใหญ่พอไปได้ กัมพูชาบูมมากที่สุด ที่มีปัญหาคือเวียดนาม ปีนี้เวียดนามแย่ เพราะทรายขาดตลาด เนื่องจากมีการตรวจสอบใบอนุญาตการดูดทรายของบริษัทต่าง ๆ ในเวียดนาม พบว่าผิดกฎหมายหมดเลย จึงทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างในเวียดนามหยุดชะงักเพราะไม่มีทราย อย่างไรก็ตาม การลงทุนต่อจากนี้จะขยายธุรกิจในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

“ส่วนปี 2561 สถานการณ์จะเป็นอย่างไรนั้น ดูแนวโน้มหลายอย่างปีหน้า (2561) น่าจะดีขึ้น ที่น่าสนใจคือส่วนหนึ่งเศรษฐกิจเราเรื่องการส่งออกยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะว่าเรามีฐานอยู่แล้ว ถึงแม้มองว่าฐานนี้อาจมีการปรับฐานให้ดีขึ้นเป็น ไทยแลนด์ 4.0 แต่มันมีฐานอยู่ แรงงานอุตสาหกรรมยังมีอยู่ โรงงานอุตสาหกรรมก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้น เรื่องส่งออกต้องดูให้ดี ๆ ผมคิดว่าเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว รัฐบาลออกมาพูดเหมือนกันเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งต้องคิดให้ดี ๆ ของเรานี่ค่าเงินบาทแข็งมาตลอด ถ้าเทียบกับทุกชาติเพื่อนบ้าน และอีกอย่างการค้าชายแดนจำเป็นต้องให้สินค้าเราแข่งขันให้ได้ ถ้าสินค้าเราแข่งไม่ได้ สักพักสินค้าจีนจะเข้ามาตีตลาด ฉะนั้นต้องเข้าไปสร้างมาร์เก็ตแชร์ตรงนี้ให้ได้ คิดว่านโยบายต้องช่วย อย่างน้อยต้องพยายามอย่าให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งเกินไป” นายรุ่งโรจน์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เอสซีจี