เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ไทยคึกเล่นหุ้นเวียดนาม ลงทุนซื้ออนาคตดาวรุ่งอาเซียน

25 ต.ค. 2560 | 23:00น.

นักลงทุนไทยพาเหรดลงทุนตลาดหุ้นเวียดนาม โบรกเกอร์ตื่นตัวพาเยี่ยมชมกิจการถึงถิ่น แนะเป็นการกระจายความเสี่ยงพอร์ต “ดร.นิเวศน์” เผยไม่ใช่ตลาดของนักเก็งกำไร ต้องลงทุนระยะยาวซื้ออนาคตประเทศเวียดนาม จากทิศทางเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง-การเติบโตชนชั้นกลาง “ซีไอเอ็มบี” เปิดขายกองทุนหุ้นเวียดนามกองแรก สมาคม VI ยกทัพนักลงทุนไทย 100 คนเยือน 1-4 พ.ย.นี้ บล.ภัทรเตือนมาตรฐานบัญชี-ค่าเงินยังเสี่ยง

นางสาวกัลชุญา ศุขเทวา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด และผู้เชี่ยวชาญการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนาม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นเวียดนามกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุน (รายย่อย)ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น และไทย เพราะเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะไตรมาส 3 จีดีพีเติบโตถึง 7.3% ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้มีการลงทุนมากขึ้น สำหรับนักลงทุนไทยนั้นเริ่มเข้าไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน ช่วงที่ตลาดหุ้นเวียดนามยังเงียบเหงา หลังเกิดฟองสบู่แตกช่วงปี 2012 เงินด่องอ่อนตัวลงมาเรื่อย ๆ ซึ่งตอนนั้น ดร.นิเวศน์ (เหมวชิรวรากร) เป็นผู้ริเริ่มเข้าไปก่อน และจุดประกายทำให้มีนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI) ตามเข้าไปเรื่อย ๆ

“ตอนนี้นักลงทุนไทยตื่นตัวไปลงทุนเวียดนาม การลงทุนในเวียดนามมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งการลงทุนหุ้นโดยตรงผ่าน บล.ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีโบรกเกอร์เข้าไปเปิดการลงทุนในเวียดนามมากขึ้นเรื่อย ๆ มีการพานักลงทุนไทยไปเยี่ยมชมกิจการเวียดนามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับจ้างบริหารกองทุนส่วนบุคคลเพื่อลงทุนในเวียดนาม นอกจากการเติบโตของดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามแล้ว ในแง่ของปันผลหุ้นเวียดนามค่อนข้างสูงอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 9-10% ซึ่งในส่วนของทรีนีตี้ก็กำลังศึกษาและเตรียมเปิดกองทุนส่วนบุคคลเพื่อลงทุนในเวียดนามในช่วงปลายปีนี้เช่นกัน”

หุ้นเปิดขายไอพีโอเกือบทุกวัน

นางสาวกัลชุญากล่าวว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นเวียดนามคึกคักมาก เพราะอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากกิจการที่รัฐเป็นเจ้าของ เปิดให้เอกชนเข้ามาเป็นเจ้าของร่วม ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคือการนำเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ต่างชาติและประชาชนร่วมเป็นเจ้าของ เช่น กรณีบริษัท Vinamilk เดิมเป็นกิจการของรัฐ ปัจจุบันรัฐลดสัดส่วนเหลือราว 26% เป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นเวียดนาม มูลค่าราว 3.1 แสนล้านบาทและหลัง ๆ ก็เริ่มมีบริษัทเอกชนของเวียดนามเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นเวียดนามมากขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นเวียดนามปัจจุบันมี 3 ตลาดคือฮานอย โฮจิมินห์ และอัพคอม ซึ่งอัพคอมเป็นตลาดเกิดใหม่ เปรียบเสมือนตลาด mai ของไทยที่เป็นหุ้นตัวเล็ก ข้อดีคือการเปิดเผยข้อมูลน้อยกว่าอีก 2 ตลาด ทำให้มีบริษัทเข้าจดทะเบียนได้ง่ายขึ้น ตอนนี้อัพคอม มีหุ้นอยู่ราว 600 ตัว มีหุ้นเข้า IPO เกือบทุกวัน รวม 3 ตลาดมีหุ้นรวมกว่า 1,300 ตัว

สำหรับธีมการลงทุนเวียดนาม โบรกเกอร์ส่วนใหญ่พูดถึงการเจริญเติบโตของชนชั้นกลางที่เริ่มมีมากขึ้น จากในอดีตที่มีประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งมองว่าจะเพิ่มเป็น 30 ล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้นธีมการลงทุนในเวียดนามตอนนี้จะไปอยู่ที่หุ้นเกี่ยวข้องกับการจับจ่ายใช้สอย กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ค้าปลีกรวมถึงพวกอินฟราสตรักเจอร์ เพราะเวียดนามก็มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก

สมาคมวีไอจัดทริปเวียดนาม

นายวีระพงษ์ ธัม กรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) หรือThaivi.org กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันสมาชิกของสมาคมให้ความสนใจตลาดหุ้นเวียดนามมาก ดังนั้นในปีนี้ สมาคมจึงได้จัดทริป Vietnam Investment Forum HCMC ระหว่างวันที่ 1-4 พ.ย.นี้ เพื่อศึกษาโอกาสและความเสี่ยงการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนาม เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และหาผลตอบแทนเพิ่ม นอกจากการไปดูธุรกิจ โรงงาน และฟังข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียนเวียดนาม ก็จะได้ฟังประสบการณ์ลงทุนโดยตรง จากผู้บริหารกองทุนชั้นนำ รวมถึงธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในเวียดนาม ซึ่งจากที่เปิดรับสมัครทางออนไลน์ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาก มีผู้ลงทะเบียนเต็ม 100 ที่ ภายใน 3 นาทีเท่านั้น สะท้อนถึงความสนใจของการไปลงทุนในเวียดนามได้เป็นอย่างดี

ซื้ออนาคตประเทศเวียดนาม

นายนิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนรายใหญ่ที่เน้นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือ VI เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้มองโอกาสเข้าไปลงทุนในตลาดเวียดนาม เพราะจากที่ประเมินตลาดต่างประเทศโดยรอบเห็นว่า เวียดนามได้เปรียบสุด ทั้งการเติบโตเศรษฐกิจปีที่ผ่านมากว่า 7% หากเทียบกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ที่มีการเติบโตเฉลี่ย 5-6% แต่เวียดนามยังมีความพร้อมในด้านบุคลากร รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อผลักดันการส่งออก ตามที่เวียดนามตั้งเป้าเป็นฐานการผลิตของโลก

นอกจากนี้ เวียดนามยังมีแรงจับจ่ายในประเทศสูง ด้วยประชากรมากกว่า 90 ล้านคน ถือเป็นตลาดใหญ่ และส่วนมากอยู่ในวัยทำงาน กำลังซื้อที่เกิดขึ้นยังไม่ได้มาจากการกู้ยืม ประชาชนมีการกู้เงินแค่ 10-20% นี่จะเป็นโอกาสเพราะหากวันที่ประชาชนเข้าถึงเงินกู้ได้มากก็จะซื้อบ้านซื้อรถ เศรษฐกิจก็จะโตจากการจับจ่ายอีกมหาศาล

“การลงทุนในตลาดเวียดนามต้องมองเป็นการลงทุนระยะยาวอย่างน้อย 3-5 ปี เป็นการมองถึงการเติบโตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เรียกว่าเป็นการซื้ออนาคตของประเทศเวียดนาม ซึ่งถ้านักลงทุนจะมาเล่นเก็งกำไรในตลาดเวียดนาม ไม่ต้องมาเลย หากจะมองเวียดนาม ให้นึกถึงภาพเมืองไทยเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ช่วงก่อนวิกฤตปี 2540 คนไทยมีแรงซื้อสูงมาก การลงทุนก็สูง เครนก่อสร้างเต็มไปหมด ภาพคนไทยสมัยนั้นใช้จ่ายเยอะมาก ร้านอาหารเปิดใหม่คนแน่นทุกร้าน ซึ่งเวียดนามในวันนี้กำลังเป็นเช่นนั้น ทุกอย่างบูมระเบิด และติดสปีดโตเร็วมาก และจะเป็นดาวดวงใหม่ของการลงทุนอาเซียน”

เปิดพอร์ต “ดร.นิเวศน์” วีไอตัวพ่อ

นายนิเวศน์กล่าวว่า ตนเริ่มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม เมื่อช่วงปี 2014 หลังเวียดนามฟองสบู่แตก ประกอบกับต้องการกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นไทย โดยเริ่มเข้าไปเก็บประมาณ 60 บริษัท ตอนนั้นตลาดหุ้นเวียดนามยังเหงา ๆ ซึ่งบางส่วนได้ปันผล แต่ก็ไม่ได้เอาเงินกลับก็ใส่เพิ่มเข้าไป จนปัจจุบันถือหุ้นบริษัทในตลาดเวียดนามแล้ว ประมาณ 130 บริษัท

“หุ้นเวียดนามปีนี้ปรับขึ้นสูงประมาณ 20% แต่ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของกลุ่มหุ้นใหญ่ เพราะต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนเยอะขึ้น ขณะที่ของเราเน้นลงทุนในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็ก เพราะมองว่ามีโอกาสจะเติบโตแน่นอน แต่หุ้นกลุ่มนี้ที่เราลงทุนราคายังไม่ขึ้น”

นายนิเวศน์กล่าวว่า แม้ว่าส่วนตัวจะมีการลงทุนเวียดนามมาก แต่ก็เป็นสัดส่วนแค่ 10% ของพอร์ตทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงการลงทุน เพราะการลงทุนต่างประเทศก็มีความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน รวมทั้งความเสี่ยงจากค่าเงินด้วย อย่างปีนี้ก็ขาดทุนจากค่าเงินไปประมาณ 7-8%

เตือนดูมาตรฐานบัญชี-ค่าเงิน

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามเป็นที่นิยมของนักลงทุนไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากกระแสการติดต่อสอบถามถึงทางเลือกการลงทุนที่เข้ามา โดยในส่วนของ บล.ภัทร ขณะนี้มีแพลตฟอร์มทางเลือกการลงทุนเป็นฟันด์ ETF ในเวียดนาม ซึ่งได้รับการตอบรับดี

“เทรนด์การลงทุนในเวียดนามตอนนี้เกิดจากความสนใจของนักลงทุนไทยเอง โดยประเมินจากภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่มองว่าจะเติบโตต่อเนื่องอีก โดยยังไม่ได้มีการกระตุ้น คือชักจูงผ่านกองทุนมากนัก และปัจจุบันกองทุนไทยเข้าไปลงทุนในหุ้นเวียดนามยังไม่มากแต่ก็เริ่มมีกองทุนเข้ามาคุยเพื่อทำแพลตฟอร์มลงทุนเวียดนามบ้าง”

สำหรับปัจจัยเสี่ยงในการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนาม เบื้องต้นประเมินว่านักลงทุนไทยต้องดูความเข้มงวดของมาตรฐานบัญชีที่เวียดนามใช้ตรวจสอบบริษัท ประกอบกับความเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ที่ไทยยังคงแข็งค่ากว่าเวียดนาม หากนักลงทุนไทยมองโอกาสเข้าไปลงทุน จำเป็นต้องประเมินกำไรให้สูงมาก เพื่อได้ผลตอบแทนหลังหักอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว

เมย์แบงก์ชูธงบุกเวียดนาม

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยให้ความสนใจการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจัดกิจกรรมให้ลูกค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปีนี้เมย์แบงก์มีทั้งการพานักลงทุนไปดูตลาด และเยี่ยมชมกิจการในเวียดนาม รวมทั้งเชิญนักวิเคราะห์ที่เวียดนามมาพูดให้กับนักลงทุนไทยฟังก็ได้รับความสนใจมาก

“นักลงทุนไทยสนใจการลงทุนที่เวียดนามแต่ละปีก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะตลาดหลักทรัพย์เวียดนามก็ส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปมากขึ้น ปีนี้ตลาดหุ้นเวียดนามก็มีการขยายเพดานการถือครองหลักทรัพย์ของต่างชาติ เปิดรูมให้ต่างชาติสามารถถือหุ้นสัดส่วนมากขึ้น รวมถึงมีการเปิดขายหุ้นไอพีโอจำนวนมาก”

ขณะเดียวกัน นักลงทุนไทยมีความพร้อมที่จะไปลงทุนต่างประเทศ รวมถึงแบงก์ชาติก็เปิดให้สามารถนำเงินออกไปได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องบอกลูกค้าในการไปลงทุนเวียดนาม คือการกระจายความเสี่ยง เพราะถ้าตลาดหุ้นไทยมีปัญหาก็ยังมีกำไรจากตลาดหุ้นเวียดนามได้ แต่อย่ามองว่าเป็นตลาดคู่แข่งกัน แต่ต้องมองว่าเป็นส่วนเติมเต็มให้แก่กัน

นายสุกิจกล่าวว่า การลงทุนตลาดหุ้นเวียดนาม ต้องเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่การเก็งกำไร เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดฟรอนเทียร์ (frontier) เรียกว่าเป็นตลาดเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่เป็นตลาดเกิดใหม่เลย ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยง แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่คุ้ม เพราะในระยะยาวยังมีโอกาสการเติบโตได้ และเป็นการเติบโตในทุกอุตสาหกรรม

ด้านนายธนัท วงษ์ชูแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าสายงานธุรกิจออนไลน์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนของนักลงทุนไทยผ่านบริษัทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ภายหลังบริษัทมีแผนการตลาดรุกส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามค่อนข้างชัดเจน เฉลี่ยแต่ละปีจะมีการนำนักลงทุนเดินทางไปพบปะผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในเวียดนามไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนนักลงทุนไทยเปิดบัญชีเพื่อลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามแล้วกว่า 200 บัญชี

CIMB เปิดกองทุนหุ้นเวียดนาม

นายต่อ อินทวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามสดใส คาดว่าจีดีพีปี 2560-2565 ยังขยายตัวกว่า 6% ต่อปี หนุนโอกาสเข้าลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่ง P/E อยู่ที่ 14 เท่า ต่ำกว่าตลาดหุ้นไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทจึงเปิดขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ (CIMB-PRINCIPAL VNEQ) ด้วยทุนจดทะเบียน 1,500 ล้านบาท ถือเป็น บลจ.รายแรกที่เปิดตัวกองทุนที่มีนโยบายเข้าลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นเวียดนาม ต่างจากกองทุนอื่น ๆ ที่เข้าลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศ CLMV ผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ โดยจากที่เปิดจองมีผู้สนใจจองเข้ามาล้น โดยพบว่าบุคคลจองเข้ามา 1,565 ราย มูลค่า 1,352 ล้านบาท และสถาบัน 35 ราย 133 ล้านบาท และขณะนี้ได้เริ่มทยอยลงทุนแล้ว

ขณะที่นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจนักวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เผยว่า ขณะนี้สัญญาณการลงทุนในกองทุนตลาดเวียดนามมีมูลค่าสูงต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันจะมีกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในไทยเข้าไปเปิดการลงทุนในหุ้นเวียดนามแบบ 100% เพียงกองทุนเดียว คือ กองทุนของ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล มูลค่า 1,500 ล้านบาท ขณะเดียวกัน พบว่ามี บลจ.เปิดกองทุนรวมในอาเซียน 10 กองทุน โดยมีกองทุนเปิดใหม่ในปีนี้ 6 กองทุน อาทิ กองทุน SKFM Mekong NFRI A ของ บลจ.สยาม ไนท์ ฟันด์ แมเนจเม้นท์, กองทุน Bualuang ASEAN Equity RMF ของ บลจ.บัวหลวง และกองทุน Krung Thai CLMVT Equity A ของ บลจ.กรุงไทย ส่งผลให้ภาพรวมมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิในกองทุนอาเซียน ปัจจุบันอยู่ที่ 2 พันล้านบาท

“เกิดจากความนิยมของนักลงทุนไทยที่ให้ความสนใจลงทุนในตลาดเกิดใหม่ และเวียดนามถือเป็นอีกหนึ่งตลาดเกิดใหม่มาแรง ได้รับความสนใจมากพอสมควร แต่ส่วนตัวมองว่าอาจจะยังไม่ใช่เทรนด์ที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ที่ บลจ.จะนิยมเข้าไปเปิดกองทุนเวียดนามเพียว ๆ เพราะมีความเสี่ยงสูง เมื่อเทียบกับการเปิดกองทุนรวมอาเซียน อีกทั้งยังต้องมีต้นทุนในการวิเคราะห์ตลาดโดยตรง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นเวียดนาม