โตโยต้า เชื่ออุตฯรถยนต์เปลี่ยน พลิกเสิร์ฟทุกบริการลูกค้าลั่นกอดแชร์ 33%
“โตโยต้า” รับตลาดรถยนต์เปลี่ยน ลูกค้าต้องการบริการที่หลากหลาย เร่งจับมือพันธมิตรตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ เผยตัวเลขยอดขายรถยนต์ปี 2563 ไม่ถึง 8 แสนคัน คาดการณ์ตลาดรวมปี 2564 โตเพิ่มขายแตะ 900,000 คัน
นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ก้าวสู่ยุคแห่งการปฏิรูปครั้งใหญ่โดยโตโยต้ามุ่งมั่นปฏิรูปองค์กรจากเดิมที่เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อน หรือ mobility company โตโยต้าจะเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าให้กับลูกค้า โดยร่วมมือกับบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง จำกัด และพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลายเพื่อยกระดับการบริการของเรา และเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการในรูปแบบใหม่ในการที่จะพัฒนา เริ่มตั้งแต่ประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ ผ่านโครงการคินโตะ ซึ่งเป็นบริการเช่ารถของเราโดยเพิ่มตัวเลือกของรุ่นรถสำหรับให้เช่า และแพ็กเกจการให้บริการ พร้อมทั้งการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่ทำให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น ผ่านระบบเทเลมาติกส์
โตโยต้ายังแนะนำแพลตฟอร์มใหม่ โตโยต้า วอลเล็ท กระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อเพิ่มอิสระในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และตอบสนองต่อการใช้ชีวิตวิถีใหม่ในยุคหลังโควิด-19 ในการยกระดับ พร้อมนำเทคโนโลยี “T-connect” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรถรุ่นใหม่ ๆ หลากหลายรุ่น มีระบบติดตามรถหาย รายงานการเดินทาง ค้นหาตำแหน่งรถ และบริการผู้ช่วยส่วนตัว ยิ่งไปกว่านั้น T-connect ยังมีบทบาทสำคัญในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
และได้แนะนำประกันภัยรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือประกันภัยขับดีลดให้ ซึ่งถือเป็นประกันภัยที่มอบความคุ้มค่า โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่เพื่อการคำนวณเบี้ยประกันภัย
นายยามาชิตะ กล่าวถึงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2563 ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายลดลง 21.4% โดยมียอดขายอยู่ที่ 792,146 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 274,789 คัน ลดลง 31.0% รถเพื่อการพาณิชย์ 517,357 คัน ลดลง 15.1%
สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2564 เชื่อว่าตลาดดีขึ้นแน่ จากการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวมถึงแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยประเมินว่าตัวเลขยอดขายจะทำได้ 850,000-900,000 คัน เพิ่มขึ้น 7-14% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 290,000-318,000 คัน โตขึ้น 5-15% รถเพื่อการพาณิชย์ 560,000-582,000 คัน โตขึ้น 8-13%
ส่วนสถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2563 ทำได้ 244,316 คัน ลดลง 26.5% มีส่วนแบ่งตลาด 30.8% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 68,152 คัน ลดลง 42.1% ส่วนแบ่งตลาด 24.8% รถเพื่อการพาณิชย์ 176,164 คัน ลดลง 17.9% ส่วนแบ่งตลาด 34.1%
สำหรับเป้าหมายของโตโยต้าในปี 2564 โตโยต้ามีเป้าหมายการขายอยู่ระหว่าง 280,000-300,000 คัน หรือคิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 15-20% จากปีที่ผ่านมา คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 33.3%
ด้านการส่งออกในปี 2563 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 215,277 คัน ลดลง 18.7% ปริมาณการผลิต สำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 442,822 คัน ลดลง 22.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ดังนั้น เมื่อทิศทางของตลาดดีขึ้น ปีนี้โตโยต้าประเมินว่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปี 2564 จะอยู่ที่ 254,000 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากภูมิภาคหลัก เช่น เอเชียและโอเชียเนีย และโตโยต้าตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ 527,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 19% จากปี 2563 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกับเป้าหมายยอดขายของทั้งในระดับประเทศและระดับโลก