Fresher น้องใหม่ตู้แช่ แจ้งเกิดด้วยคุณภาพ-นวัตกรรม
คอลัมน์ Biz ว้าวว!
ไม่ว่าจะวงการไหน ๆ ตำแหน่งผู้เล่นหน้าใหม่จะมาพร้อมความท้าทายอยู่เสมอ วงการ “ตู้แช่” เองก็เช่นกัน เนื่องจากความเป็นสินค้าพาณิชย์ซึ่งต้องอาศัยดีลเลอร์ช่วยกระจายสินค้า ในขณะที่ลูกค้าเองต้องการความมั่นใจในคุณภาพและบริการหลังการขาย ทำให้ยากที่ผู้เล่นหน้าใหม่จะแจ้งเกิดได้
ความเคลื่อนไหวล่าสุด ในธุรกิจ”ตู้แช่” ได้มีแบรนด์น้องใหม่พยายามแทรกตัวเข้าสู่ตลาด ภายใต้ชื่อ “เฟรชเชอร์” (FRESHER) ซึ่งในเวลาเพียง 10 เดือน สามารถกระจายสินค้าผ่านดีลเลอร์รายใหญ่ 70% ทั่วประเทศและกำลังเริ่มรุกช่องทางโมเดิร์นเทรด หลังได้รับการตอบรับล้นหลามจนสินค้าไม่พอขาย และคาดว่าครบปีแรกจะสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท และเติบโตอีก 50% เป็น 150 ล้านบาทในปีที่สอง ด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่แม้แต่อินเตอร์แบรนด์ยังไม่มี
“สุพจน์ วิรัตน์โยสินทร์” และ “สหัสกรณ์ จันทร์พลังศรี” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเฟรชเชอร์ จำกัด ฉายภาพกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงที่มาที่ไปของการก้าวเข้าสู่วงการตู้แช่ ตลาดที่กำลังขยายได้อย่างดีและต่อเนื่อง
“เฟรชเชอร์” เกิดจากการรวมตัวกันของคนในแวดวงธุรกิจตู้แช่รายใหญ่ ตั้งแต่ทีมพัฒนาสินค้า ทีมขาย และผู้บริหารซึ่งรวมถึงตนเองด้วย เพื่อทำธุรกิจตู้แช่เย็น-แช่แข็งเชิงพาณิชย์สำหรับค้าปลีกขนาดเล็ก-กลาง ร้านอาหารและครัวเรือนอย่างตู้แช่นมสำหรับทารก
หลังจากที่เห็นโอกาสในตลาดตู้แช่เย็น-แช่แข็งมูลค่าประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 10-15% ทุกปี ด้วยดีมานด์จากกระแสธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารตามสั่ง ร้านกาแฟ-ขนมและอื่น ๆ ซึ่งกำลังบูม รวมถึงยังมีดีมานด์จากครอบครัวที่ต้องการตู้แช่สำหรับแช่นมให้ทารก ในขณะที่จำนวนผู้เล่นรายหลักกลับมีเพียงเพียง 3-4 รายเท่านั้น การแข่งขันเองไม่เน้นแบรนด์ แต่เน้นเรื่องความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการหลังการขายเป็นหลัก
จึงถือเป็นโอกาสของผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะรุกตลาดนี้ โดยตัดสินใจตั้งบริษัทเมื่อเดือน พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งใช้ชื่อ เฟรชเชอร์ เพื่อสะท้อนถึงการเป็นผู้เล่นหน้าใหม่และอ่าน-จดจำง่าย ส่วนแท็คไลน์ ฟอร์ อะเบทเทอร์ไลฟ์ นั้นสื่อถึงตัวสินค้าที่สามารถสร้างรายได้ให้กับลูกค้าและทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
แม้จะมีสถานะเป็นแบรนด์หน้าใหม่ แต่ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในวงการมานาน รวมถึงคอนเน็กชั่นเดิมทั้งด้านช่องทางขายและแหล่งผลิตสินค้า ช่วยให้เฟรชเชอร์เคลียร์อุปสรรคของแบรนด์หน้าใหม่อย่างการสร้างความเชื่อมั่นกับดีลเลอร์รายใหญ่ในแต่ละพื้นที่ จนสามารถขยายช่องทางขายครอบคลุมหัวเมืองทุกภูมิภาคได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 เดือน และคาดว่าจะครบทุกจังหวัดในปีหน้า ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มบุกช่องทางโมเดิร์นเทรด อาทิ ไทวัสดุและเมกาโฮมแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา
“สุพจน์” อธิบายว่า ช่วง 1-2 ปีแรกนี้จะเน้นสร้างแบรนด์ผ่านการสื่อสารและตัวสินค้าโดยมีนวัตกรรมซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่ในตลาดยังไม่มีเป็นจุดขาย อาทิ ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิทัลซึ่งแม่นยำกว่าแบบลูกบิด, ระบบอินเวอร์เตอร์ที่ลดค่าไฟได้ถึง 36% เมื่อเทียบกับระบบเก่า ซึ่งในตลาดมีเพียง 2 รายคือ เฟรชเชอร์และไฮเออร์ และขณะนี้อยู่ระหว่างนำระบบอินเวอร์เตอร์ไปใช้ในตู้แช่ให้ครบไลน์อัพ
พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นด้วยประกันนาน 5 ปี ติดต่อลูกค้าที่มีปัญหาภายใน 24 ชั่วโมง และจัดทำวีดีโอสอนการใช้งานเผยแพร่บนยูทูบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการขายโดยจับมือสถาบันการเงินทำโปรโมชั่นผ่อนสินค้าผ่านบัตรเครดิตและจัดโปรโมชั่นเก่าแลกใหม่
ด้านการสื่อสารได้ปูพรมสื่อแบบครบวงจรเน้นออกอีเวนต์งานแสดงสินค้าต่าง ๆ สร้างแคแร็กเตอร์มาสคอต โฆษณาออนไลน์ วิทยุชุมชน ป้ายโฆษณาและอื่น ๆ
ขณะเดียวกันฝึกพนักงานขายให้เน้นสอบถามหาความต้องการของลูกค้าเพื่อเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ หรือเสนอประโยชน์ที่ได้รับช่วยเพิ่มโอกาสการขายให้สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น กลุ่มร้านอาหารตามสั่งจะชูเรื่องความสะอาดจากการแยกแช่วัตถุดิบและน้ำแข็ง รวมถึงอิสระในการแช่สินค้าได้ทุกแบรนด์ หรือการสร้างรายได้เสริมจากการขายเครื่องดื่ม รวมถึงใช้ความประหยัดไฟจูงใจให้อัพเกรด
เชื่อว่าด้วยกลยุทธ์เหล่านี้สิ้นปีจะสามารถมียอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท และเติบโต 50% หรือ 150 ล้านบาทในปีหน้า รวมถึงศึกษาตลาดลาว
“นอกจากเทคนิคการทำตลาดแล้ว อีกปัจจัยสำคัญของเฟรชเชอร์คือ หลักการทำธุรกิจแบบโปร่งใสไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาก่อนได้ก่อนและการขายผ่านดีลเลอร์เท่านั้น เพื่อรักษาความเชื่อใจและความมั่นใจของคู่ค้า ที่ช่วยให้ธุรกิจยั่งยืนในระยะยาว”
แม้จะเป็นแบรนด์ใหม่ แต่ใจแกร่ง พร้อมสู้เกินร้อย