เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
Politics สภาผู้สูงอายุ ร้อง อนุทิน ค้านแก้ไข ‘4 พ.ร.บ. ภาษีบาป’ หวั่นถูกแทรกแซง
กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
Finance กอช.ชวนแรงงานนอกระบบออมเงิน สร้างบำนาญตลอดชีพ หลังเศรษฐกิจชะลอตัว
บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
Finance บอนด์ออมพลัส ออกขายปีงบฯ’70 ล็อตแรก 2 พันล้าน เต็มวงเงินแล้ว
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
Finance บลจ.กสิกรไทย ส่ง 2 กอง ThaiESGX ชูหุ้นปันผลยีลด์ 5.4%
สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
Business สาวก Hello Kitty ใจละลาย MEYER x เซ็นทรัล เปิดตัวเครื่องครัวลิขสิทธิ์สุดคิวต์ ครั้งแรกในไทย
ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
Politics ชงปม ‘ทักษิณ‘ ขอนิรโทษ เข้า ‘คกก.สังคมสันติสุขฯ’ นัดต่อไป
AI ยังไม่จบรอบ! บล.บัวหลวง ชี้หุ้นเทคย่อเป็นจังหวะลงทุน ชู DR ทำผลตอบแทน 8.8%
Finance AI ยังไม่จบรอบ! บล.บัวหลวง ชี้หุ้นเทคย่อเป็นจังหวะลงทุน ชู DR ทำผลตอบแทน 8.8%
ธปท. ประกาศแล้ว ฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มา เริ่ม 1 พ.ย. 69
Finance ธปท. ประกาศแล้ว ฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องแจงที่มา เริ่ม 1 พ.ย. 69
เอกนิติ แจงเหตุยึดโมเดล ลดภาษี E20-B20 หวังอุ้มเกษตรกร
Politics เอกนิติ แจงเหตุยึดโมเดล ลดภาษี E20-B20 หวังอุ้มเกษตรกร
ดูทั้งหมด

ปัญหาหลังโควิดที่ต้องรับมือ หนี้พุ่ง-สภาพคล่องล้น-ฟองสบู่ตลาดเงิน

06 มี.ค. 2564 | 18:11น.
การเงิน ตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ กราฟ เศรษฐกิจ
ช่วยกันคิด
ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

โควิด-19 ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2020 เป็นมูลค่ามหาศาล โดยประมาณว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะหดตัวถึงร้อยละ 4.3 รุนแรงกว่าวิกฤตการเงินปี 2009 ที่หดตัวร้อยละ 1.7

ประเทศพัฒนาได้รับผลกระทบรุนแรง ทั้งนี้เป็นผลจากการปิดเมืองและการปิดประเทศในส่วนของประเทศยุโรป และสหรัฐในช่วงที่มีการระบาดอย่างหนัก ประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา แอฟริกา และเอเชียใต้ เป็นอีกกลุ่มที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบหนัก

ขณะที่ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกได้รับผลกระทบน้อยกว่า (จีน ไต้หวัน เกาหลี) ประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่ประเทศเดียวที่มีอัตราการขยายตัวในปี 2020 (+2.4%) นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ประเทศในเอเชียที่สามารถรับมือกับโควิด-19 ได้ดี และสามารถทำให้เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ คือ ไต้หวัน (+1.5%) และเวียดนาม (3.4%)

สำหรับปี 2021 นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองในด้านบวกว่า การระบาดของโควิด-19 จะคลี่คลายได้หลังจากมีการเร่งผลิตและกระจายได้อย่างครอบคลุมนับแต่กลางปีเป็นต้นไป ทำให้เศรษฐกิจกลับมาดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาขยายตัวได้ร้อยละ 4-5

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ยังคงอยู่ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้ได้ทิ้งปัญหาให้กับเศรษฐกิจโลกอย่างน้อย 4 ประการ ที่จะส่งผลต่อการขยายตัวในอนาคต คือ การเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงาน มาตรการล็อกดาวน์ ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการจ้างงาน

โดยในช่วงเดือนเมษายน มีคนว่างงานสูงถึง 2,700 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 81 ของกำลังแรงงานทั้งโลก โดยอัตราการว่างงานของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.8 ในเดือนเมษายน 2020 (ปรับลดลงมาที่ร้อยละ 6.9 ในเดือนพฤศจิกายน) และในประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ อัตราการว่างงานเพิ่มมาอยู่ในระดับร้อยละ 10-23 เช่น อินเดีย ไนจีเรีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

นอกจากนี้ มีแนวโน้มว่าการแพร่ระบาดของโรคในครั้งนี้จะเร่งให้เกิดการนำระบบดิจิทัลออโตเมชั่น และการใช้หุ่นยนต์ มาทดแทนแรงงานรวดเร็วขึ้นในระยะข้างหน้า

ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประมาณการว่าจำนวนประชากรที่อยู่ในภาวะยากจนเพิ่มขึ้นถึง 131 ล้านคนในปี 2020 และคาดการณ์ว่าในปี 2030 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า จะมีประชากรกว่า 797 ล้านคนที่จะตกอยู่ในกลุ่ม extreme poverty (ตามคำจำกัดความของธนาคารโลก คือ คนที่มีรายได้น้อยกว่า 1.9 เหรียญ หรือประมาณ 57 บาทต่อวัน) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 9 ของประชากรโลก (จากสถิติในปี 2017 มีประชากรที่ตกอยู่ในกลุ่มนี้ 689 ล้านคน)

แม้กระทั่งในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็เห็นเด่นชัดขึ้น ประชากรประมาณ 8 ล้านคนในสหรัฐต้องตกงานในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้คนที่อยู่ในภาวะความยากจนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.3 ในเดือนมิถุนายน เป็นร้อยละ 11.7 ในเดือนพฤศจิกายน 2020

ในขณะที่มูลค่าสินทรัพย์รวมของมหาเศรษฐี 644 คนในสหรัฐเพิ่มขึ้นจาก 2.95 ล้านล้านเหรียญ (ณ เดือนมีนาคม) เป็น 3.88 ล้านล้านเหรียญ หรือ +31.6% ณ เดือนตุลาคม โดยคนที่รวยที่สุด 5 คนแรก มีสินทรัพย์ 596 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 66%

หนี้ภาครัฐเร่งตัว รัฐบาลทั่วโลกได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 และการล็อกดาวน์เศรษฐกิจ โดยมีมูลค่ากว่า 12.7 ล้านล้านเหรียญ หรือประมาณ 15% ของจีดีพีโลก (โดยเยอรมนี ญี่ปุ่น และสหรัฐ รวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด) ทำให้หนี้ภาครัฐทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 9.9 ล้านล้านเหรียญ ทำให้หนี้ต่อจีดีพีน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 97 ของจีดีพี

ซึ่งหนี้ที่สะสมเพิ่มขึ้นนี้ จะเป็นภาระในอนาคต (ซึ่งถ้าดอกเบี้ยต่ำก็อาจจะไม่มีปัญหา) ทำให้การดำเนินนโยบายแก้ปัญหาแรงงาน ความเหลื่อมล้ำ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทำได้จำกัด และอาจจะไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่พอเพียงหากเกิดวิกฤตในอนาคต

สภาพคล่องล้น ฟองสบู่ในตลาดการเงิน ธนาคารกลางทั่วโลกได้ช่วยพยุงเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 โดยการเพิ่มปริมาณเงินอย่างมหาศาลเข้าระบบกว่า 8 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการกระตุ้นภาครัฐทำให้สภาพคล่องล้นระบบ (เพราะไม่ได้ถูกใช้ไปในการลงทุน)

สภาพคล่องส่วนเกินดังกล่าวไหลเข้าตลาดการเงินเพื่อไปซื้อสินทรัพย์การเงิน เสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟองสบู่ โดยเฉพาะตลาดหุ้น อาทิ หุ้น S&P 500 ปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวเกือบร้อยละ 4 ภาวะฟองสบู่ในตลาดการเงินเป็นปัญหาที่อาจจะส่งผลเสถียรภาพของระบบการเงินและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนี้