เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาความคืบหน้าข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาความคืบหน้าข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.พลิกขั้วอำนาจเก่า เดโมแครตคะแนนนำหลายรัฐสำคัญ
World เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.พลิกขั้วอำนาจเก่า เดโมแครตคะแนนนำหลายรัฐสำคัญ
ก.พ.ร. ฟังความเห็น ใช้ระบบ Super License ขอเปิดร้านกาแฟที่เดียว
Business ก.พ.ร. ฟังความเห็น ใช้ระบบ Super License ขอเปิดร้านกาแฟที่เดียว
‘AMATA-WHA-AH-SAT’ จ่อรับอานิสงส์ขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% ดันลงทุนฐานผลิตในไทย
Finance ‘AMATA-WHA-AH-SAT’ จ่อรับอานิสงส์ขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% ดันลงทุนฐานผลิตในไทย
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,750 บาท
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง รอผลเลือกตั้งสหรัฐ จับตาแนวรับ 1,475 จุด
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง รอผลเลือกตั้งสหรัฐ จับตาแนวรับ 1,475 จุด
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
สาทิตย์ เปิดจุดอ่อน-จุดแข็งรัฐบาล ระบอบน้ำเงิน สู้ยากกว่า ‘ระบอบทักษิณ’
Politics สาทิตย์ เปิดจุดอ่อน-จุดแข็งรัฐบาล ระบอบน้ำเงิน สู้ยากกว่า ‘ระบอบทักษิณ’
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 7 บิ๊กคลังแล้ว “สลักจิต” ผงาดอธิบดีสรรพากร
News โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 7 บิ๊กคลังแล้ว “สลักจิต” ผงาดอธิบดีสรรพากร
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ศูนย์วิจัยกสิกร ปรับกรอบจีดีพีไทยปีนี้เป็น 0.8-3.0% สะท้อนเศรษฐกิจโลกผ่านจุดต่ำสุด

08 มี.ค. 2564 | 11:21น.
นักท่องเที่ยว.

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” คงประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2564 ไว้ที่ 2.6% ในกรณีพื้นฐาน แต่ปรับกรอบประมาณการจากเดิมที่ 0.0-4.5% มาที่ 0.8%-3.0% สะท้อนเศรษฐกิจโลกผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และขึ้นกับการกระจายวัคซีน-แนวทางเปิดรับนักท่องเที่ยว คาดปีนี้ นทท.ต่างชาติเข้าไทย 1.9 ล้านคน

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2564 ไว้ที่ 2.6% ในกรณีพื้นฐาน แต่ปรับกรอบประมาณการจากเดิมที่ 0.0-4.5% มาที่ 0.8%-3.0% โดยกรอบประมาณการใหม่สะท้อนความเสี่ยงขาลงต่อเศรษฐกิจที่ลดลง ตามความคืบหน้าของการกระจายวัคซีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในเศรษฐกิจหลัก

คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วและส่งผลบวกต่อภาพการส่งออกไทยมากขึ้น ขณะที่การปรับลดกรอบบนสะท้อนภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมที่ยังใช้เวลา และช้ากว่าเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมีการพึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง ทำให้แปรผันตามความก้าวหน้าของการกระจายวัคซีนและการเปิดรับนักท่องเที่ยวของไทยเป็นสำคัญ

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า จากอัตราการฉีดวัคซีนของตลาดสำคัญ 10 แห่งไปถึงช่วงเดือนกันยายน ประเมินได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจาก 10 ตลาดสำคัญ (จีน, ยุโรปตะวันตก, สหรัฐฯ, รัสเซีย, เอเชีย, และอาเซียนบางประเทศ) อาจทำได้ราว 1.9 ล้านคน ซึ่งเมื่อรวมกับช่วง 9 เดือนแรกของปี จึงเห็นว่าตัวเลข 2 ล้านคนในปี 2564 ยังมีความเป็นไปได้ ภายใต้เงื่อนไขวัคซีนพาสปอร์ตสามารถดำเนินการได้ หรือการเดินทางระหว่างประเทศมีข้อจำกัดน้อยลง

ดังนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไทย จำเป็นที่ผู้เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยวจะต้องได้รับวัคซีน หากประเมินจากการจ้างงานในธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ 20 จังหวัดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจต้องการวัคซีนอย่างน้อย 2.2 แสนโดส ก่อนเดือนตุลาคม ซึ่งเบื้องต้นทางการก็อยู่ระหว่างพิจารณาและคงเกิดขึ้นได้หากวัคซีนมาตามแผน

ส่วนประเด็นติดตามที่จะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป ได้แก่ การกระจายวัคซีนในประเทศและแนวทางเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐ แม้ว่าการทยอยเริ่มฉีดวัคซีนในประเทศจะยังไม่ครอบคลุมประชากรจำนวนมาก จนทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ก็คาดว่าหากมีการแพร่ระบาดอีกระลอกในประเทศจะไม่รุนแรงเท่ากับที่ผ่านมา

นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวต่อว่า ยังมีประเด็นเฉพาะหน้าเรื่องภาระหนี้ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่จะยังค้างอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยล่าสุดชี้ว่า ครัวเรือนยังกังวลกับสถานการณ์รายได้ลด ปัญหาค่าครองชีพ และภาระหนี้สูง ประมาณ 10.8% มีภาวะทางการเงินเสี่ยงต่อวิกฤต จึงยังจำเป็นต้องมีการต่ออายุมาตรการดูแลให้กับครัวเรือนเหล่านี้

เช่นเดียวกับธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะที่มาตรการฯ สามารถทำได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตามพัฒนาการของระยะหนี้ที่ขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสถาบันการเงิน ที่น่าจะผ่านจุดที่แย่ที่สุดมาแล้วเช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจ