“หุ้นไทย” ใกล้เข้าสู่โหมด “แรงซื้อมากเกินไป” ระวังแรงขายตีกลับ
หุ้นไทย” ใกล้เข้าสู่โหมด ‘แรงซื้อมากเกินไป’ ระวังแรงขายตีกลับ ‘บล.ฟิลลิป’ ชี้ดัชนียังผันผวนอิงขาขึ้นลุ้นปรับตัวขึ้นต่อไปทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 1,585 และ 1,600 จุด หลังสภาล่างสหรัฐผ่านมาตรการกระตุ้น 1.9 ล้านล้านเหรียญ-บอนด์ยีลด์อ่นตัวหลังเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของสหรัฐออกไม่รุนแรง จับตาวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตาอำนาจรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยกระบวนการ ส.ส.ร. พร้อมการพิจารณาวาระที่ 3 ช่วง 17-18 มี.ค. 64 ที่ต้องใช้เสียงของวุฒิสภา 1 ใน 3 (84 เสียง) ในการผ่านกฎหมาย
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 มี.ค. 2564) ว่า ดัชนีหลักทรัพย์ฯ (SET Index) มีลุ้นปรับตัวขึ้นต่อไปทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 1,585 และ 1,600 จุด ตามลำดับ โดยคาดวันนี้จะมีความผันผวนอิงทางขึ้นอยู่ในกรอบระหว่าง 1,565-1,585 จุด จากอินดิเคเตอร์ RSI ในกรอบเวลาระดับวันบ่งชี้ว่า SET Index มีโมเมนต้มทางขึ้นที่แข็งแกร่งและใกล้เข้าสู่ Overbought Zone ซึ่งแรงซื้อจะมากกว่าปกติ ระวังแรงขายตีกลับ
โดยปัจจัยหนุนจากต่างประเทศ ได้แก่ การที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ และจะส่งให้ไบเดน ลงนามก่อนมาตรการชุดเดิมสิ้นสุดลงในวันที่ 14 มี.ค. 2564
ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน ก.พ. ออกมาตามคาดทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (BondYield) ของสหรัฐอ่อนตัวลง อีกทั้งภายในประเทศมีความคืบหน้าการผ่อนคลายมาตรการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก จะหารือกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงวัฒนธรรมถึงแนวทางดังกล่าว ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่ ศบค. ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกหุ้นพื้นฐานดีที่ยัง Laggard และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองและได้ประโยชน์จากมาตรการท่องเที่ยว
ประเด็นเงินเฟ้อสหรัฐยังไม่รุนแรง วานนี้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. โดย Core CPI อยู่ที่ 1.3% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และ 0.1% จากเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อยที่ 1.4%, 0.2% (ตามลำดับ) และ CPI ที่ 0.4% จากเดือนก่อนหน้า ตามตลาดคาดทำให้ความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ผ่อนคลายลง และ Bond Yield ของสหรัฐอ่อนตัวลงในระยะสั้น
เนื่องจากเงินเฟ้อยังต่ำกว่าเป้าหมายของเฟด แต่ทั้งนี้ยังต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันนี้ว่าจะมีท่าทีต่อเงินเฟ้อ และ Bond Yield อย่างไร แล้วจับตาท่าทีของเฟดอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
ส่วนวันนี้ติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศที่ศาลรัฐธรรมนูญจะลงมติเรื่องอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา โดยการตั้ง ส.ส.ร. ร่างใหม่ทั้งฉบับว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าในกรณีฐานอาจชี้ว่าอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของรัฐสภาจัดการกันเอง ส่วนกรณีที่น่ากังวลคือสั่งให้แก้รายมาตราหรือห้ามตั้ง ส.ส.ร. จะเริ่มเป็นปัจจัยลบเข้ากดดันตลาดในระยะต่อไป
แต่ทั้งนี้หากผ่านด่านศาลรัฐธรรมนูญได้ ต้องจับตาการพิจารณาในวาระที่ 3 ช่วงประมาณ 17-18 มี.ค. 2564 ที่ต้องใช้เสียงของวุฒิสภา 1 ใน 3 (84 เสียง) ในการผ่านกฎหมาย แต่ท่าทีของวุฒิสภาอาจจะไม่เห็นชอบ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์โดยรวมน่ากังวลอีกครั้ง และต้องจับตาท่าทีของแต่ละฝ่ายหลังจากนี้