ค่าเงินบาท วันนี้ (15 มี.ค.) แข็งค่าขึ้นที่ 30.72 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (15 มี.ค.) ที่ 30.72 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.78 บาท/ดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (15 มี.ค.) ที่ 30.72 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.78 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 30.60-30.80 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ สัปดาห์นี้ (15-19 มี.ค.) ต้องจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐและญี่ปุ่น
โดยในฝั่งสหรัฐ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) จะ “ไม่เปลี่ยน” นโยบายการเงินทั้งหมดวันพุธนี้ (17 มี.ค.) แต่มองว่าคณะกรรมการเฟดจะปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจปี 2021 ให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งการเติบโตหรือเงินเฟ้อ (ล่าสุดอยู่ในระดับ 4.2% และ 1.8% ตามลำดับ) หลังจากที่มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่วนในฝั่งดอกเบี้ยนโยบายตลาดเชื่อว่าการ “ขึ้น” ดอกเบี้ยครั้งแรก น่าจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดภายในปี 2023
ส่วนฝั่งญี่ปุ่น สัปดาหนี้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (BOJ) ในช่วงวันศุกร์ (19 มี.ค.) แม้จะไม่มีโอกาสที่ BOJ จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่าง Deposit Facility Rate ที่ -0.10% แต่เชื่อว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับนโยบายซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเช่น ETF ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็น่าจะมีการให้ความเห็นเรื่องเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ญี่ปุ่นอายุ 10 ปีปัจจุบันที่ 0.0% บนกรอบบวกลบ 0.20% หลังจากที่บอนด์ยีลด์ทั่วโลกปรับตัวขึ้นเร็วในช่วงนี้
ด้านตลาดเงิน เชื่อว่าเงินดอลลาร์จะยังไม่อ่อนค่าเร็วในสัปดาห์นี้เพราะนักลงทุนหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าทั่วโลก ส่วนที่ต้องจับตาคือการประชุม FOMC แม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อาจตอกย้ำมุมมองของเราว่านโยบายการคลังส่งผลบวกมากกว่าลบกับค่าเงินดอลลาร์ ส่วนฝั่งยูโร (EUR) มองว่าต้องรอการแจกจ่ายวัคซีนให้ทั่วถึงถึงจะสามารถฟื้นตัวกลับเป็นขาขึ้นได้
ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบกว้างก่อนการประชุม BOJ และถ้ามีการปรับกรอบเป้าหมายบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นอายุ 10 ปีให้กว้างขึ้น จะทำให้เกิดแรงขายบอนด์และโยกเงินไปลงทุนต่างประเทศหนุนให้เงินเยนอ่อนค่าได้อีก
ด้านกรอบดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) สัปดาห์นี้คาดอยู่ที่ 91.2-92.2จุด จากระดับปัจจุบัน 91.7จุด
สำหรับเงินบาทมีจุดอ่อนหลักคือเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจึงทำให้อ่อนค่ากว่าสกุลเงินในภูมิภาคแม้ระยะสั้นเริ่มมีเงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติบ้าง ช่วงนี้จึงต้องจับตาทิศทางของนโยบายการเงินทั่วโลกก่อน คาดว่าถ้านโยบายส่วนใหญ่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาก เงินบาทควรได้รับแรงหนุนจากภาพตลาดทุนที่เปิดรับความเสี่ยง (Risk On) ส่วนในระยะยาว มองว่าจะเห็นเงินทุนไหลเข้าในฝั่งเอเชียและประเทศไทยชัดเจนก็ต่อเมื่อฝั่งสหรัฐแจกจ่ายวัคซีนได้เพียงพอแล้ว
ทั้งนี้ กรอบเงินบาทรายสัปดาห์คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 30.40-30.90 บาทต่อดอลลาร์