เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คิกออฟ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ล้านครัวเรือน คาดช่วยลดค่าไฟปีละ 2.45 หมื่นล้าน
Politics คิกออฟ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ล้านครัวเรือน คาดช่วยลดค่าไฟปีละ 2.45 หมื่นล้าน
สภาพัฒน์ เร่งปรับการคำนวณเศรษฐกิจเป็น Chain-linking ให้วางแผนแม่นยำขึ้น
Politics สภาพัฒน์ เร่งปรับการคำนวณเศรษฐกิจเป็น Chain-linking ให้วางแผนแม่นยำขึ้น
SABINA x GC อัปไซเคิลขวดพลาสติกเป็นถุงเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง
SD SABINA x GC อัปไซเคิลขวดพลาสติกเป็นถุงเย็บเต้านมเทียม ส่งต่อกำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง
สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
Politics สศช.คาดน้ำมันโลกทรงตัวสูงยาว เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในกรอบ 3% มาตรการปั๊มเศรษฐกิจยังไม่จำเป็น
อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
Politics อนุทิน เผยรัฐบาลพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป รอวิป 2 ฝ่ายหาข้อสรุป
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
การศึกษา เปิดไอเดียสีทาบ้านกำจัดฝุ่น คว้าแชมป์เวทีธุรกิจเยาวชน FSG BIZ Founders
ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
Politics ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

ต้องเร่งฉีดวัคซีนโควิด

20 มี.ค. 2564 | 12:15น.
สามัญสำนึก
ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้กลายเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่จะพลิกฟื้นโลกให้กลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ต้องจมกับการแพร่ระบาดมา 2 ปี ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 122,367,676 คน ตาย 2,703,176 คน วันนี้ตัวเลขการแพร่ระบาดเริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังหลายภูมิภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและยุโรปเริ่มฉีดวัคซีนให้กับพลเมืองอย่างจริงจัง โดยใช้วัคซีนหลัก 2 ยี่ห้อที่ผ่านการอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน คือ วัคซีนของ Pfizer-BioNTech กับ AstraZeneca-Oxford

รัสเซียและอดีตประเทศเครือข่ายใช้วัคซีน Sputnik V ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียรวมถึงประเทศยากจนในแอฟริกา-ละตินอเมริกา เริ่มใช้วัคซีนของจีน Sinovac ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านทางการบริจาค ส่วนกรณีของไทยเดิมทีตั้งใจที่จะใช้วัคซีนของ AstraZeneca ทั้งจากการนำเข้า 150,000 โดสในการนำร่องและอีกจำนวน 26 ล้านโดสในเดือนมิถุนายนจากบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับ “สัญญารับจ้างผลิต” จาก AstraZeneca-Oxford ด้วยความตั้งใจที่จะให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นฐานการผลิต (และจำหน่าย) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทว่า แผนการซื้อ-ผลิตและกระจายวัคซีนของรัฐบาลไทยตกอยู่ในความเสี่ยง 3 ประการ 1) กระบวนการเริ่มต้นในการฉีดวัคซีนดำเนินการไปอย่างล่าช้า ขณะที่เพื่อนบ้านอาเซียนและประเทศอื่น ๆ ในหลายภูมิภาคฉีดวัคซีน “ก้าวหน้า” มากกว่า หมายถึงความพร้อมในการเปิดประเทศและการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เร็วกว่า แทนที่อาจจะลากยาวไปถึงปี 2565 2) ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระบวนการผลิตที่ล่าช้าของ AstraZeneca ทำให้ระยะแรกเกิดการ “กักตุน” วัคซีนในยุโรปด้วยการออกมาตรการห้ามการส่งออกนอกประเทศผู้ผลิต ซ้ำมี “ข่าวร้าย” เวลาต่อมาว่า 19 ประเทศในยุโรป (ทั่วโลก 23 ประเทศ) สั่งระงับการฉีดชั่วคราว หลังพบว่าอาจเสี่ยงเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในอวัยวะสำคัญของร่างกาย

3) การกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะจากสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในอังกฤษ-ฝรั่งเศส-แอฟริกา จะมีผลโดยตรงต่อ “ประสิทธิภาพ” ของวัคซีน “ต่ำกว่า” สายพันธุ์เดิม ในประเด็นนี้มีทางออก 2 ทาง คือ ซื้อวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ “ดีกว่า” วัคซีนของ Sinovac หรือ AstraZeneca กับเพิ่มการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมจำนวนประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จากเดิมที่ต้องฉีดครอบคลุมประชากร 84% ก็ฉีดเพิ่มขึ้นเป็น 98% จึงจะทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้ 79%

จากปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ 3 ประการสำหรับประเทศไทย ได้ส่งผลให้การจัดหาและฉีดวัคซีนไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่อาจจะล่าช้าเกินไป กระทรวงสาธารณสุขต้องปรับแผนเจรจาขอซื้อวัคซีนจากจีน Sinovac เข้ามา “เร่งด่วน” โดยลอตแรกเข้ามาในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 200,000 โดส จะทยอยเข้ามาในเดือนมีนาคม 800,000 โดส เดือนเมษายนอีก 1 ล้านโดส (ไม่เปิดเผยราคาซื้อกรณีเร่งด่วน) และกำลังเจรจาขอซื้อเพิ่มอีก 5 ล้านโดส รวมเป็น 7 ล้านโดส หรือเท่ากับฉีดให้ประชาชนได้เพียง 3.5 ล้านคนเท่านั้น

เมื่อรวมกับวัคซีนของ AstraZeneca ที่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ “รับจ้างผลิต” อีกจำนวน 26 ล้านโดส (ปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการรับรองจาก อย.) เท่ากับสามารถฉีดวัคซีนให้กับคนไทยได้ไม่เกิน 27 ล้านคนในปี 2564 ซึ่งยังไม่ครอบคลุมจำนวนประชากรที่อย่างน้อยจะต้องฉีดให้ได้ถึง 84% สำหรับโควิด-19 สายพันธุ์เก่า และ 98% ในการป้องกันสายพันธุ์ใหม่ หรือการฉีดวัคซีนของประเทศไทยจะต้องล่าช้าไปจนถึงปลายปี 2565 ต่อต้นปี 2566 เป็นอย่างน้อย

ทางเดียวที่จะเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันไวรัสโควิด-19 ให้ครอบคลุมจำนวนประชากรของประเทศในสถานการณ์นี้คือ “ยอมเปิด” ให้ภาคเอกชนซื้อ-นำเข้าวัคซีนโควิด-19 ประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากที่รัฐบาลจัดหาผ่านองค์การเภสัชกรรม ด้านหนึ่งจะช่วยเร่งระยะเวลาการฉีดให้เร็วขึ้นกว่าปลายปี 2565 อีกด้านหนึ่งจะเป็น “ทางเลือก” ของคนไทยที่ไม่อยากรอคิวการฉีดและต้องการชนิดของวัคซีนที่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของตนเองด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สามัญสำนึก