เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

รัฐขยายฐานภาษี ต้อน 4 ล้านคนเข้าระบบ ตั้งเป้ารีดผู้ค้าออนไลน์

25 มี.ค. 2564 | 12:24น.
กรมสรรพากร

ก่อนไวรัส “โควิด-19” จะแพร่ระบาดในปี 2563 กรมสรรพากรเคยประกาศนโยบายภาษีว่าจะต้องขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ได้อีกราว 4 ล้านคน จากปีงบประมาณ 2562 ที่มีผู้ที่อยู่ในฐานภาษีเพียงแค่ 11 ล้านคน

จากจำนวนผู้ที่กรมสรรพากรมองว่าควรจะอยู่ในฐานภาษีทั้งสิ้นราว 15 ล้านคน โดยคิดจากจำนวนประชากร 67 ล้านคน และตัดผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี และกลุ่มที่ได้รับยกเว้นภาษีออกไป เช่น เกษตรกร เป็นต้น

ที่ผ่านมากรมสรรพากรได้มีการนำระบบการวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) มาใช้ โดยมุ่งเน้น 2 ด้าน คือ ปรับกระบวนการทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการลงทะเบียนยื่นภาษี จนกระทั่งจ่ายภาษี และคืนภาษี

พร้อมนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ อาทิ ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ข้อมูลประกันชีวิต ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นต้น เข้ามาช่วยวิเคราะห์จัดกลุ่มผู้เสียภาษี ทั้งนี้ เพื่อจำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย

1.กลุ่มที่ดีที่อยู่ในฐานภาษี 2.กลุ่มที่ดีที่ยังไม่อยู่ในฐานภาษี 3.กลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในฐานภาษี และ 4.กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่อยู่ในฐานภาษี

โดย “กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่อยู่ในฐานภาษี” ที่เป็นเป้าหมายของกรมสรรพากร คือ “ผู้ค้าขายออนไลน์” นั่นเอง ซึ่งกรมสรรพากรเคยให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 3 เท่า

ขณะที่การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีเงินได้จากผู้ค้าขายออนไลน์ในประเทศยังมีข้อติดขัด ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ที่ผ่านมาการจัดเก็บภาษี VAT ในประเทศต่ำกว่าเป้าหมาย

ทั้งนี้ แนวทางเก็บภาษีกลุ่มดังกล่าวกรมสรรพากรประกาศชัดเจนว่า ต้องใช้data analytics เป็นเครื่องมือสำคัญควบคู่ไปกับการใช้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

อย่างไรก็ดี หลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนต้อง “ล็อกดาวน์ประเทศ” กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก ธุรกิจและประชาชนได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง

ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้ประกอบการเช่น การลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากอัตรา 3% เหลือ 1.5% ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย. 2563 เป็นต้น ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562-ก.ย. 2563)

รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณไปถึง 336,924 ล้านบาท หรือ 12.3% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 172,032 ล้านบาท หรือ 6.7%

และพบว่ากรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ ต่ำกว่าประมาณการไปถึง 282,865 ล้านบาท หรือ 13.4% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 8.7%

โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ 1.ภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่ำกว่าประมาณการไป 144,980 ล้านบาท หรือ 16.3% และต่ำกว่าปีก่อน 6.8% เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการค้าที่หดตัว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการลดลงของราคาน้ำมันดิบดูไบ

2.ภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่ำกว่าประมาณการ 118,935 ล้านบาท หรือ 16.4% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 12.5% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ภาษีนิติบุคคลจากประมาณการกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 (ภ.ง.ด.51) หดตัว

ประกอบกับมีการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.53) เหลือ 1.5% ถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2563 ตามมาตรการรัฐบาล

และ 3.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต่ำกว่าประมาณการไป 22,358 ล้านบาทหรือ 6.2% เนื่องจากภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน (ภ.ง.ด.1) ขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

มาถึงช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค. 2563-ม.ค. 2564) ในภาพรวมรัฐบาลเก็บรายได้สุทธิต่ำกว่าประมาณการไปแล้ว 60,030 ล้านบาท หรือ 7.8% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 13% ซึ่งในจำนวนดังกล่าวพบว่ากรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการไป 38,291 ล้านบาท หรือ 7.3% และต่ำกว่าปีก่อน 10%

โดย “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รมว.คลัง ให้นโยบายผู้บริหารกรมสรรพากรในการประชุม/สัมมนาการบริหารงานจัดเก็บภาษีของสรรพากรภาค (กบภ.) ครั้งที่ 3/2564 ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับ 3-4 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ 1.ให้พยายามจัดเก็บภาษีให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.ให้พิจารณาปรับโครงสร้างภาษีให้เหมาะสมมากขึ้น

3.ให้พิจารณาหาแนวทางจัดเก็บภาษีใหม่ ๆ อาทิ ภาษีเกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และ 4.ให้เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ผู้ประกอบการเพื่อให้มีสภาพคล่องไปทำธุรกิจ

ขณะที่ล่าสุดสรรพากรพื้นที่ได้ส่งหนังสือถึงผู้ที่ยังไม่ยื่นภาษีในปี 2561 และ 2562 ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อกรมสรรพากรภายในวันที่ 31 มี.ค. 2564 นี้ หากพ้นกำหนดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้ที่ได้รับหนังสือดังกล่าวไปยื่นแบบและถูกเรียกเก็บค่าปรับปีละ 200 บาท

โดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อธิบดีกรมสรรพากรอธิบายว่า ขณะนี้กรมมีนโยบายเข้าไปเป็นพันธมิตรกับผู้เสียภาษี โดยเข้าไปเตือนคนที่ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบแล้วยังไม่ยื่นแบบให้เข้ามายื่นก่อนจะหมดเขต เพราะหากเลยกำหนดเวลาแล้วจะต้องเสียภาษีที่ยังไม่ได้จ่าย พร้อมเบี้ยปรับอีก 2 เท่า และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน

“ตอนนี้เราทำข้อมูล data analytics นโยบายคือเราควรไปเป็นพันธมิตรกับผู้เสียภาษี โดยเข้าไปแนะนำเตือนคนที่ไม่ได้ยื่นภาษีก่อนหมดเขตการยื่นแบบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีไม่ต้องเจอเบี้ยปรับ เงินเพิ่มถ้าเลยกำหนดเวลายื่นแบบแล้ว เพราะถ้าเลยกำหนดเวลาอาจโดนปรับอีกมาก โดยการเสียค่าปรับ 200 บาทต่อปี เป็นการปรับทางอาญา แต่ยังไม่รวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร” นายเอกนิติกล่าว

อธิบดีกรมสรรพากรยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเพื่อสร้างเป็นธรรมระหว่างผู้ที่อยู่ในระบบภาษีกับผู้ที่อยู่นอกระบบ โดยกรมไม่ได้หวังเพิ่มรายได้ให้กรมแต่อย่างใด

ขณะที่แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรกล่าวว่า หนังสือที่ส่งไปแจ้งให้มายื่นแบบนั้นเป็นการเตือนผู้ที่กรมสรรพากรรู้ว่ามีรายได้จริง ๆ แต่ไม่ยอมยื่นแบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม “ค้าขายออนไลน์”

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะพบว่ากรมสรรพากรพยายามทำความเข้าใจกับผู้ขายของออนไลน์ว่าหากมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 525,049 บาท แม้จะยื่นแบบก็ยังต้องเสียภาษี แต่จะเริ่มต้องเสียภาษีหากมีรายได้ทั้งปีเกินกว่า 525,050 บาทขึ้นไป และหากรายได้ทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาทจึงต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ดูตาราง) รวมถึงขยายเวลาให้ผู้ที่ยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2564 อีกด้วย

เรียกได้ว่าพยายามใช้ทั้ง “ไม้แข็ง” และ “ไม้นวม” ในการดึงคนกลุ่มนี้เข้าฐานภาษีนั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษี