เงินบาทขยับอ่อนค่า เกาะติดปัญหาคลองสุเอซ กระทบการค้าโลก
แบงก์ประเมินกรอบค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า 30.90-31.35 บาทต่อดอลลาร์ จับตาตัวการจ้างาน-ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ออกมาดีเกินคาดดันดอลลาร์แข็งค่าต่อ เกาะติดปัญหาปัญหาคลองสุเอซถูกปิด หวั่นกระทบการค้าโลก
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (29 มีนาคม-2 เมษายน 64) ให้กรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.90-31.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง จากทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าแห่งอื่นๆในระยะนี้ รวมถึงแรงซื้อดอลลาร์ช่วงสิ้นไตรมาสของภาคเอกชนไทย
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม จะเป็นตัวเลขจ้างงานนอกภาคเอกชนเดือนมีนาคมของสหรัฐฯ หากตัวเลขออกมาสดใสกว่าคาด ค่าเงินดอลลาร์อาจแข็งค่าต่อ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องจับตา คือ ความสัมพันธ์ระหว่างชาติตะวันตกกับจีน และยอดผู้ติดเชื้อและการปิดเมืองรอบใหม่ในกลุ่มประเทศยูโรโซน
ส่วนปัจจัยภายในการกระจายวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้า อาจกระทบต่อแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยว
“สิ่งที่ต้องตามดูต่อ คือ การแก้ไขปัญหาคลองสุเอซถูกปิด ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือที่ไกลออกไปและอาจกระทบการค้าโลกได้”
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (29 มีนาคม-2 เมษายน 64) เคลื่อนไหวอ่อนค่าอยู่ในกรอบ 30.80-31.25 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยติดตามจะเป็นตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งหากตัวเลขเศรษฐกิจ 2 ตัวนี้ออกมาดีเกินคาดจะดันค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าได้อีก
ขณะเดียวกัน ต้องติดตามตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจในฝั่งยุโรปด้วย หากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจาก 1 แสนรายต่อวัน เป็น 2 แสนรายต่อวัน และหากมีการประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์เพิ่มเติม อาจจะส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์ขยับอ่อนค่าได้ และภายในกลางเดือนเมษายนจะเข้าสู่ฤดูกาลจ่ายเงินปันผลอาจทำให้เห็นเงินไหลออกได้
โดยตัวเลขเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาวันที่ 22-26 มี.ค.64 พบว่า นักลงทุนเทขายตลาดพันธบัตรสุทธิ 2,700 ล้านบาท และตลาดหุ้นซื้อสุทธิ 350 ล้านบาท ส่งผลภาพรวมเป็นการขายสุทธิราว 2,350 ล้านบาท ซึ่งในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่า เนื่องจากมีนักลงทุนขายพันธบัตร และบริษัทญี่ปุ่นปิดปีงบประมาณ ทำให้ดอลลาร์-บาทขยับอ่อนค่า