เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ ธ สานแสงสว่างพระบรมชนกนาถ

01 พ.ย. 2560 | 20:00น.

“วันนี้แม้พระองค์ท่านจะมิได้ประทับเป็น “พลังของแผ่นดิน” ดั่งเช่นที่ผ่านมา แต่ด้วยพระบารมีแห่ง “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ประทับเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจ เป็นหลักชัยและศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งชาติ โดยได้เสด็จขึ้นทรงราชย์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานและสานต่อพระราชภารกิจแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถสืบไป”

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมถ้อยแถลงของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อส่งเสด็จสู่ฟ้าเสวยสวรรค์ และสดุดี “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ด้วยเป็นมิ่งขวัญ-หลักชัยของพสกนิกรชาวไทยสืบไป

พ่อของแผ่นดิน

“พล.อ.ประยุทธ์” เล่าย้อนเหตุการณ์วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เมื่อสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัย…

“เป็นห้วงเวลาแห่งความวิปโยคโศกศัลย์ เป็นวันที่ความเศร้าสลดสูญเสียท่วมท้นจิตใจของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ สุดที่คนไทยจะหักห้ามความอาลัยรักและความระลึกถึงที่มีแด่พระองค์ พระผู้เปรียบดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” ได้ โดยความกตัญญูกตเวที และความจงรักภักดีจะยังอยู่ในจิตใจของพสกนิกรของพระองค์ตลอดไป”

พระองค์ทรงทำหน้าที่ “พ่อของแผ่นดิน” ได้อย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน พระราชกรณียกิจมีมากมายเกินกว่าจะกล่าวเทิดพระเกียรติได้ครบถ้วน เป็นสิ่งที่ “พ่อ” คนหนึ่งพึงจะทำให้กับ “ลูก” อย่างดีที่สุด

ด้วยต้องการให้ลูกมีรากฐานที่ดีในการดำรงชีวิต มีความเป็นอยู่ที่ดีทัดเทียมผู้อื่น สิ่งสำคัญ คือ มีความสงบสุขร่มเย็น พระองค์ต้องทรงงานหนักประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ด้วยความรักและความห่วงใย 4,685 โครงการพระราชดำริ

ประการแรก ทรงดูแลพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนาบนผืนแผ่นดินไทยด้วยความ “เสมอภาค-อยู่ดีกินดี” ทรงสอนให้เรียนรู้และอยู่กับธรรมชาติ อย่างสมดุล ด้วยการทำนุบำรุง ฟื้นฟู และใช้สอยทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เป็นที่มาของศูนย์การเรียนรู้และโครงการพระราชดำริกว่า 4,685 แห่ง

ทรงสอนข้าราชการให้ทำงานกับประชาชน โดยเริ่มที่ “การปลูกป่าในใจคน” ปลูกจิตสำนึกของคนให้เห็นคุณค่าและประโยชน์ร่วมกัน เป็นการพัฒนาบนพื้นฐานความสมัครใจที่มีความยั่งยืน-ระเบิดจากข้างใน ทรงให้ความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนาคนด้านการศึกษาและสาธารณสุข ทรงเห็นว่า “พลเมือง” เป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศชาติ ทรงพระราชทาน “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ความพอประมาณ-ความมีเหตุผล-ภูมิคุ้มกัน และเงื่อนไข “ความรู้คู่คุณธรรม”

พระเกียรติเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ทรงได้รับการขนานนามว่าเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” จากการทรงงานโดยมิรู้เหน็ดเหนื่อย ทรงงานด้านการพัฒนาชนบท-เยี่ยมเยียนพสกนิกรยากไร้และด้อยโอกาสทุกภูมิภาค

“ทำให้นานาประเทศตื่นตัวในการปรับรูปแบบการพัฒนาภายใต้แนวคิดใหม่นี้ โดยองค์การสหประชาชาติได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระองค์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว”

ยังได้อัญเชิญแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ชาติสมาชิกได้นำไปประยุกต์ใช้กำหนด “แผนพัฒนาอย่างยั่งยืน” (SDGs)

ประเทศไทยมีที่ยืนในสังคมโลก

ประการที่สอง พระองค์ทรงเตรียมความพร้อมให้คนไทยสามารถก้าวเดินเข้าสู่โลกกว้างได้อย่างสง่างาม ทรงทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก ยอมรับ และได้รับการสนับสนุนในเวทีระหว่างประเทศ

ทรงให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความจริงใจและทรงทำหน้าที่การเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอย่างอบอุ่น เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดี เป็นรากฐานให้ไทยมีจุดยืนในสังคมโลก

ด้วยทรงเป็น “ประมุขแห่งรัฐ” และทรงตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมโลก ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงระหว่างประเทศ ช่วยยกระดับฐานะของประเทศ ยกระดับความเป็นอยู่ของพสกนิกรทัดเทียมสากล

ถวายเครื่องราชฯเซราฟิม

ด้วยบทบาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 กษัตริย์จำนวน 25 ประเทศ จาก 29 ประเทศทั่วโลกตอบรับคำเชิญของรัฐบาลไทยเพื่อทรงร่วมถวายพระพรในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อปี 2549 เป็นการชุมนุมพระประมุขจากต่างประเทศมากที่สุด

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ทางการสวีเดนจัดพิธีเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติตามธรรมเนียมปฏิบัติแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เคยได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดของสวีเดน-เซราฟิม

การเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2560 ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวไทยรับมอบ “สำเนามติ” ของวุฒิสภาสหรัฐ ว่าด้วยการเทิดพระเกียรติและแสดงความรำลึกแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

ศูนย์รวมจิตใจคนไทย

ประการสุดท้าย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็น “ศูนย์รวมจิตใจ” ของพสกนิกรชาวไทยทั้งชาติ ทรงให้ข้อคิดในการดำรงชีวิตไม่ให้พวกเรายอมแพ้ต่ออุปสรรค โดยพึงมีความเพียรอันบริสุทธิ์ ทรงให้กำลังใจทุกครั้งในคราวที่ประเทศชาติและประชาชนประสบความทุกข์ยาก

ทรงสอนให้พวกเรารู้จักการ “เสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม” โดยคำพ่อสอนส่วนหนึ่งสามารถสรุปใจความได้ว่า “หากสังคมไม่มีความสุข คนในสังคมก็จะหาความสุขไม่ได้”

ทรงให้สติ-ทางออกทุกปัญหา รวมทั้งวิกฤตทางการเมืองในประเทศทุกครั้ง จนทำให้พวกเราตระหนักถึง “ความรักและความสามัคคี” เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ

“ถือเป็นการทำหน้าที่ของพ่อที่สมบูรณ์แบบ ทรงทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทรงเป็นพ่อด้วยการกระทำและจิตวิญญาณจวบจนวาระสุดท้ายของพระองค์ และจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของโลกด้วยเช่นกัน”

มรดกพระราชทาน

คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะเป็น “มรดกพระราชทาน” อยู่คู่ชาติไทย น้อมนำไปสู่การปฏิบัติ ด้วยความเข้าใจ อย่างถ่องแท้ เปรียบเสมือนน้ำพระทัยจากพ่อของแผ่นดินอันเป็นน้ำทิพย์ชโลมหัวใจคนไทยทั้งชาติ

ใครก็ตามที่ได้น้อมนำ “คำพ่อสอน” ใส่เกล้าใส่กระหม่อม ย่อมเกิดพลังกายพลังใจ ในการประกอบกิจการงาน ก้าวข้ามอุปสรรคได้และ “เอาชนะจิตใจตนเอง” ได้ในที่สุด โดยสามารถขยายผลเพื่อตัวเองและสังคมส่วนรวม

แสงสว่างที่ไม่เคยดับ

ทรงเป็นดัง “แสงสว่างที่ไม่เคยดับ” ในใจคนไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาหาเลี้ยงชีพหรือพักอาศัยในประเทศไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ อีกมากมาย รวมความไปถึงผู้ที่พักอาศัยอยู่ต่างประเทศด้วย

1 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราทุกคนประจักษ์แก่ใจตนว่า พระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของพวกเรามิรู้ลืม บัดนี้เราทุกคนได้สำนึกร่วมกันแล้วว่า ศาสตร์แห่งพระราชา ตลอดเวลา 70 ปี เป็นความจริงที่เที่ยงแท้นำมาซึ่งความสุขสวัสดีอย่างยั่งยืน

“จากนี้สืบไปปวงชนชาวไทยจะยังคงยึดมั่นในความจงรัก ความภักดี และความเทิดทูนต่อสถาบันกษัตริย์”

การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ปรากฏเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของนานาอารยประเทศถึงความสง่างามสมพระเกียรติยศอันสูงยิ่ง เหนือสิ่งอื่นใด การแสดงออกถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยเพื่อถวายพระเกียรติยศอันสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย

“วันที่ 26 ตุลาคมเป็นอีกหนึ่งวันที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ มีความรู้สึกเดียวกัน ปะปนระคนกัน ระหว่างความอาลัยรักต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในการจากลาพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักเทิดทูนยิ่ง กับความปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้นที่ได้ร่วมกันถวายความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้ายแด่พระผู้เสด็จสู่สรวงสวรรคาลัย”

13 ตุลาฯ วัน “รู้รักสามัคคี”

ขอให้ทุกคนได้จดจำช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาที่ดวงใจชาวไทยทุกดวงหลอมรวมเป็นหนึ่งในการถวายความอาลัยรักต่อพระองค์ท่าน จดจำความรัก ความสามัคคี ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ นำเอาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พลังแห่งความรัก ความภักดีนี้ร่วมกันสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติด้วยการ “คิดดี พูดดี ทำดี”

“พวกเราจะต้องร่วมกันสืบสานให้คงอยู่ตลอดไป และพระองค์จะทรงประทับอยู่ในจิตใจของคนไทยทั้งชาติชั่วกาลนาน ขอให้ทุกคนร่วมกันทำดีเพื่อพ่อ และสานต่อพระราชปณิธานเพื่อให้พระองค์ท่านหายเหนื่อยและมีความสุข”

พวกเราหลายสิบล้านคนต้องช่วยกันสานต่อ “งานที่ยังไม่เสร็จสิ้น” เพื่อให้พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรเห็นความเจริญวัฒนาสถาพรของแผ่นดินไทย ความรัก สมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ และประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย

วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีจะเป็นวันที่พวกเราทุกคนจะได้ “รู้ รัก สามัคคี” โดยหลอมรวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียว ให้สมกับที่พระองค์ผู้ทรงเป็นกำลังของแผ่นดินได้ทรงวางรากฐานไว้ และจะเป็นวันที่ได้สำนึกและรำลึกถึง “พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง”

“วันนี้พระราชภารกิจได้ปลดเปลื้องลงแล้ว ทว่าผลแห่งพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงอุทิศพระองค์ตลอดรัชสมัย จะยังคงเป็นพระบารมีปกเกล้าฯปวงประชาให้อยู่เย็นเป็นสุขและปกป้องแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง”