เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
Economic สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
Biz Movement The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
SD SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Real Estate ‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
Economic ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
News รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
News ‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
Finance ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
News ‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
ดูทั้งหมด

แก้กฎหมาย AMC ขจัดอุปสรรค “จัดการหนี้”

16 เม.ย. 2564 | 08:42น.

แบงก์ชาติรีวิวกฎหมายบริหารสินทรัพย์ เปิดฟังความเห็นภาคธุรกิจ หวังแก้ปมข้อติดขัดเพิ่มประสิทธิภาพระบบรองรับหนี้เสีย ฟากเอกชนแนะ ธปท. จัดการบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจแล้วกอดไลเซนส์ไว้เฉย ๆ ไม่ยอมทำธุรกิจ-ห้ามคนไทยเป็นนอมินีทุนต่างชาติ-แก้กฎหมายเร่งกระบวนการ “ฟ้องร้อง-บังคับคดี-ขายทอดตลาด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาประเมินผลสัมฤทธิ์ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์ ธปท. เพื่อให้การบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบการเงินและการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคธุรกิจและครัวเรือนของประเทศเป็นไปอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะปิดรับข้อเสนอแนะในวันที่ 31 พ.ค. 2564

ทั้งนี้ ธปท.ระบุถึงข้อมูล ณ สิ้นปี 2563 ว่า มีบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่จดทะเบียนกับ ธปท.และได้เปิดดำเนินการในประเทศไทย มีการรายงานข้อมูลต่อ ธปท. จำนวน 54 ราย โดยมีสินทรัพย์รวมกันทั้งสิ้น 2.5 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่ราว 70% ของสินทรัพย์ทั้งระบบเป็น AMC ที่ถือหุ้นและบริหารงานโดยเอกชน

ซึ่งระบบ AMC มีสัดส่วนสินทรัพย์หลัก ๆ ได้แก่ เงินให้สินเชื่อและเงินลงทุนในลูกหนี้ที่รับซื้อ รับโอนมาจากสถาบันการเงิน (NPL) คิดเป็น 67% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในระบบ AMC ซึ่งจะบริหารโดยปรับโครงสร้างหนี้ การจำหน่ายหนี้ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอสังหาริมทรัพย์รอการขาย (NPA) คิดเป็น 17% เงินสด เงินฝากธนาคาร และเงินลงทุนในหลักทรัพย์ 9% และที่เหลือ 7% จะเป็นสินทรัพย์อื่น

โดย AMC มีกำไรสุทธิต่อสินทรัพย์รวม (ROA) เฉลี่ย 3% และแหล่งเงินในการลงทุนส่วนใหญ่จะมาจากการกู้ยืมเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี AMC มีอุปสรรคและข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจ เช่น หลักเกณฑ์การรับจดทะเบียนยังมีข้อจำกัดไม่เอื้อต่อการคัดกรอง AMC ที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และไม่มีข้อกำหนดบังคับให้ AMC ต้องเริ่มทำธุรกรรมภายในระยะเวลาที่กำหนดนับตั้งแต่การจดทะเบียน

ทำให้บางแห่งจัดตั้งบริษัทแต่ขาดความพร้อมในการทำธุรกิจ ส่งผลให้ระบบ AMC ไม่สามารถรองรับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบได้เท่าที่ควร

นอกจากนี้ ปัจจุบัน AMC มีขอบเขตการประกอบธุรกิจที่จำกัด โดยสามารถรับซื้อ รับโอน หรือรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินได้เท่านั้น ขณะที่ภาครัฐมีอำนาจในการกำกับดูแลจำกัด ทำให้มีเครื่องมือไม่เพียงพอในการกำกับดูแล ตลอดจนแนวทางคืนหนังสือจดทะเบียน AMC และเหตุแห่งการเพิกถอนการจดทะเบียนที่ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร อาจทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เป็นไปตามกำหนดที่จะต้องมีการทบทวนกฎหมายทุก ๆ 5 ปี

ขณะที่ นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เป็นการทำตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ที่จะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบรวมทั้งประเมินผลสัมฤทธิ์ของการบังคับใช้กฎหมาย ว่าได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งจะมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ทุก 5 ปี โดยในกรณีนี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 2 เดือน และหลังจากนั้น ธปท.จะรวบรวมข้อคิดเห็นมาพิจารณาและทบทวนแก้ไขเพิ่มเติมสิ่งที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัด แล้วเสนอต่อกระทรวงการคลัง ดำเนินตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

“ระยะเวลาการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย จะต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี หรือภายในวันที่ 31 มี.ค. 2565” นางนวอรกล่าว

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) กล่าวว่า สิ่งที่มองว่าเป็นข้อจำกัดและเสนอแนะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม มีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.เพื่อแก้ปัญหาบริษัทที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท.ให้ทำธุรกิจ แล้วไม่แอ็กทีฟนั้น ควรจะมีข้อกำหนดให้ชัดเจนว่า อย่างน้อยต้องมีธุรกรรมเกิดขึ้นปีละครั้ง เพื่อให้มีส่วนร่วมในการแข่งขันในตลาด 2.ธปท.อาจจะกำหนดข้อห้ามไม่ให้คนไทยเป็นนอมินีบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน เพื่อป้องกันทรัพย์สินของไทยรั่วไหล

และ 3.การแก้ไขกฎหมายให้กระบวนการตั้งแต่วิธีการฟ้องร้อง คำพิพากษา บังคับคดี และขายทอดตลาดทำได้เร็วขึ้น โดยดึงเทคโนโลยีมาใช้หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เพราะหากยิ่งเก็บทรัพย์ไว้นานจะมีภาระเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเจรจาตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ได้เร็ว จะช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวกลับมาได้เร็วขึ้น รวมถึงอยากให้สนับสนุนแหล่งเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำโดยตรงให้ AMC เช่น ธปท.คิดดอกเบี้ย 1-2% และธนาคารบวกเพิ่มอีก 1-2% รวมเป็น 4% จะทำให้ AMC มีเงินทุนรับซื้อหนี้ได้มากขึ้น

นายสมพร มูลศรีแก้ว ผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจ และรักษาการรองผู้จัดการใหญ่ สายจำหน่ายทรัพย์ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) กล่าวว่า ตอนนี้ AMC ที่จดทะเบียนมีราว 60 บริษัท แต่พบว่ามีจำนวนมากที่ไม่ดำเนินธุรกิจ หรือทำธุรกรรมเพียง 1-2 ครั้ง เป็นแบบเฉพาะกิจเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ดำเนินการต่อ ซึ่ง ธปท.ควรมีข้อบังคับให้มีการดำเนินธุรกรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินธุรกรรมควรมีวันหมดอายุ หรือเพิกถอนการจดทะเบียน

“ถ้า ธปท.มีกรอบว่าหลังจดทะเบียนจะต้องดำเนินธุรกรรมภายในกี่วันให้มีความชัดเจนก็ดี เพราะเวลาเอ็นพีแอลออกมาจะมีไม่กี่รายเข้าร่วมประมูล ซึ่งสวนทางกับการขอจัดตั้งบริษัทที่มีประมาณ 60 บริษัท”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบงก์ชาติ