เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
ดูทั้งหมด

จาตุรนต์ : ฉีกหน้ากาก พปชร. แก้รัฐธรรมนูญเสริมอำนาจ “ประยุทธ์”

18 เม.ย. 2564 | 12:12น.
สัมภาษณ์พิเศษ
ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ

ยกที่สองเกมแก้รัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชารัฐเขี่ยลูกเกมแก้รัฐธรรมนูญก่อนใครเพื่อน ชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 5 ประเด็น 13 มาตรา

ทว่า “จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ

ผู้เกาะติด-คลุกวงในการเมืองมาหลายทศวรรษ อ่านหมาก การเดินเกมแก้รัฐธรรมนูญของ “พลังประชารัฐ” อ้างประโยชน์ของประชาชนมา “บังหน้า”

เพราะแท้จริงแล้ว เป็นเกมที่สร้างความมั่นคงให้กับระบบสืบทอดอำนาจ และพรรคร่วมรัฐบาลอาจตกเป็นเบี้ยล่างในเกมนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “จาตุรนต์” ไขคำตอบว่าเหตุใดเขาถึงมองเช่นนั้น และสเต็ปการตั้งพรรคการเมืองใหม่ของเขา จะคิกออฟเมื่อใด

ละครบังหน้า แก้รัฐธรรมนูญ

“จาตุรนต์” เปิดฉากวิเคราะห์เกมแก้รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นการแก้รายมาตราและไม่ยอมแตะต้องเรื่องอำนาจของวุฒิสภา (ส.ว.) เอาเรื่องสิทธิของประชาชน ชุมชนมาบังหน้า แต่จริง ๆ แล้วทำเพื่อประโยชน์ของพรรคแกนนำ และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบที่วางไว้ตามรัฐธรรมนูญ

ทำให้ใช้งบประมาณสะดวกขึ้น และให้ ส.ส.มีส่วนร่วมตรวจสอบการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ ซึ่งสร้างความแข็งแรงมั่นคงให้กับระบบยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าแก้ตามพลังประชารัฐ ต่อไปถ้ามีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมกับ ส.ว.ก็จะกำกับรัฐบาลและหาเรื่องล้มรัฐบาลได้ง่ายนิดเดียว

ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลที่จับประเด็นเรื่องอำนาจ ส.ว. และประเด็นอื่น ก็ยังไม่รู้ว่าเอาจริงแค่ไหน การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ สำคัญที่พรรคฝ่ายค้านซึ่งดูเหมือนพูดยังไม่ค่อยตรงกัน และหลายส่วนเข้าทางฝ่ายรัฐบาล เน้นวิเคราะห์เป็นรายมาตรา เช่น มาตราไหนเห็นด้วยก็สนับสนุน ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่สนับสนุน ถ้าใช้เกณฑ์แบบนี้ เท่ากับไม่ได้ดูว่าจะแก้ปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตยในภาพรวมได้อย่างไร

Advertisement

“ถ้าพรรคฝ่ายค้านไม่เป็นเอกภาพ โอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้าทางพลังประชารัฐจะมีสูง แต่ถ้าพรรคฝ่ายค้านเป็นเอกภาพ ไม่ร่วมสังฆกรรมในการแก้ไขของพลังประชารัฐ การแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้ ก็อาจแก้ไม่ได้เลยแม้แต่มาตราเดียว”

“เพราะในการลงมติรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ต้องการเสียงเห็นชอบของฝ่านค้าน 20% คือ 40 กว่าเสียง ดังนั้น ถ้าฝ่ายค้านเป็นเอกภาพก็จะไม่ผ่าน”

แต่ถ้าบางส่วนของพรรคเพื่อไทย บางส่วนของพรรคฝ่ายค้านอื่น รวมกันแล้วเกินกว่า 40 เสียงช่วยโหวตบางมาตราของพลังประชารัฐก็จะผ่านไปได้

สะกิดฝ่ายค้านตั้งหลัก

จาตุรนต์มองว่า ถ้าฝ่ายค้านตั้งหลักดี ๆ คิดถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้โดยรวม ก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความไม่เป็นประชาธิปไตยสูงมาก เรื่องเฉพาะหน้าที่พยายามแก้ เพื่อลดวิกฤตทางการเมือง คือ การตัดอำนาจ
ส.ว. เพราะเวลานี้มีการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงจากเก้าอี้ มันก็มีปัญหาว่า ถ้าเกิด พล.อ.ประยุทธ์ออกขึ้นมาหรือยุบสภา แต่รัฐธรรมนูญยังให้ ส.ว.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งไว้เลือกนายกฯได้ ก็จะเป็นวิกฤตการเมืองอีก

“ยอมรับว่าการแก้เรื่องอำนาจ ส.ว.เป็นเรื่องยาก แต่จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อสังคมและพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกันกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ให้ไปพูดกับ ส.ว. หากเห็นว่าบ้านเมืองวิกฤตมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรจะอยู่นานต่อไป หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่นานต่อไปก็ต้องแลกกับการกำหนดกติกาเสียใหม่ เพื่อที่จะมีหลักประกันว่าในสมัยหน้า นายกฯคนต่อไปจะต้องไม่ถูกกำหนดโดย ส.ว.อีกแล้ว”

พรรคร่วมรุมกดดัน “ประยุทธ์”

ในทางความเป็นจริง พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่ในอำนาจ และ ส.ว.ก็ยังแฮปปี้ในตำแหน่ง จะทำให้เกิดการกดดันอย่างไร “จาตุรนต์” ตอบว่า

หากบ้านเมืองมีวิกฤตมากขึ้น หลายฝ่ายเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรบริหารต่อไป หรือพรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่า เพื่อแก้ปัญหาวิกฤต ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจ ส.ว.ออกไป ให้การเลือกตั้งมีความหมาย ประชาชนเสียงข้างมากเลือกพรรคไหนมา ก็ให้พรรคนั้นเป็นรัฐบาลจริง ๆ ไม่ใช่ตามที่ ส.ว. 250 เป็นคนกำหนด

ถ้าเป็นลักษณะนี้การต่อรองจาก พล.อ.ประยุทธ์ก็อาจจะเกิดขึ้น และ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะต้องเลือกเอาระหว่างที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่ร่วมรัฐบาลต่อไป รัฐบาลก็ล้มเหมือนกัน หรือว่ายอมแก้รัฐธรรมนูญแล้วเป็นรัฐบาลต่อไป

อีกแบบหนึ่ง สังคมโดยรวมเห็นปัญหามากขึ้น ว่ารัฐธรรมนูญนี้มีปัญหาจริง ๆ และจำเป็นต้องแก้ ในอดีตที่ผ่านมา บางทีการจะแก้รัฐธรรมนูญแค่ไม่กี่เรื่อง ก็แก้ยากมาก แก้ไม่ได้ แต่พอเป็นวิกฤตการเมืองมาก ๆ เกิดเป็นกระแสความไม่พอใจของสังคม สังคมต้องการทั้งเปลี่ยนนายกฯ และต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ มันก็กลายเป็นแก้ได้ขึ้นมา ก็เคยเกิดมาแล้ว

ไม่แก้รัฐธรรมนูญ บิ๊กตู่อยู่ต่อ 6 ปี

“จาตุรนต์” ชี้เงื่อนไขที่จะเพิ่มแรงกดดันให้พรรคร่วมรัฐบาลเปิดเกมคุย “พล.อ.ประยุทธ์” คือปัญหาที่สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยยังคงอยู่ คือรัฐบาลล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีก จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ามากที่สุดในอาเซียน การฉีดวัคซีนครอบคลุมน้อยและช้าอาจจะเรียกว่าที่สุดในโลก อาชีพต่าง ๆ จะเจอปัญหาเมื่อเศรษฐกิจถดถอย

ก่อนหน้านี้ประชาชนรู้สึกว่าฝากไว้กับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา ต่อไปปัญหามากขึ้น การเรียกร้องก็จะมากขึ้น พอคิดต่อไป ถ้าเปลี่ยน พล.อ.ประยุทธ์แล้วจะทำอย่างไร จะเกิดอะไร ก็มี ส.ว. 250 คน ยืนถมึงทึงอยู่ ไม่ยอมให้เปลี่ยนนายกฯ

“ประเทศไทยก็จะอยู่ในสภาพที่ว่า ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่เปลี่ยนนายกฯ บ้านเมืองก็จะเสียหาย หายนะมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนจะทนไหวไหม ถ้ารู้สึกว่าแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ก็มาอยู่ที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ”

อย่างน้อย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯอีกรอบหนึ่ง หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็นับจากนี้ไปอีก 6 ปี ภายใต้กติกาที่ตรวจสอบไม่ได้ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน จะเป็นความเสียหายที่ยาวมาก

ไม่แกรัฐธรรมนูญ เสียหายถ้วนหน้า

“จาตุรนต์” ชี้ว่า “จุดแตกหัก” ที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ-เปลี่ยนรัฐบาล ต้องมี 2 เรื่องมาบรรจบกัน

คือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ยิ่งอยู่ บ้านเมืองยิ่งเสียหาย คนก็จะมีความรู้สึกว่าควรเปลี่ยนนายกฯ ขณะเดียวกัน ความพยายามแก้รัฐธรรมนูญโดยภาคประชาชน พรรคฝ่ายค้านก็มีอยู่ และยิ่งคนคิดเปลี่ยนนายกฯมีมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็จะทำความเข้าใจว่าถ้าเปลี่ยนนายกฯ และต้องการให้มีนายกฯคนใหม่ที่มาจากประชาชน ก็จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ

ถ้าสังคมได้ข้อสรุปแบบนี้เป็นเสียงส่วนใหญ่ ก็อาจเกิดเป็นกระแสที่ทำให้ผลักดันเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน

เช่น ผ่านการผลักดันไปที่พรรคร่วมรัฐบาลก่อน อีกแบบเป็นกระแสที่แรงจนผู้มีอำนาจ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์จำเป็นต้องถอย แต่ถ้าสังคมไทยไม่เกิดทำความเข้าใจอย่างนี้ ก็คือเสียหายไปด้วยกันหมด ที่สำคัญคือเสียหายไปถึงคนรุ่นต่อ ๆ ไป

จาตุรนต์เชื่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราตามแบบพลังประชารัฐ ไม่ได้แก้เพื่อปลดล็อกปัญหา แต่แก้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงมากขึ้น เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับพรรคแกนนำรัฐบาล ให้กับ ส.ว. และระบบสืบทอดอำนาจ-แผนยุทธศาสตร์

ดังนั้น ถึงได้บอกว่าถ้าฝ่ายค้านไปดูรายมาตราอันไหนดี ก็ยกมือ อันไหนไม่ดี ก็ไม่ยกมือไม่ได้ เพราะเรื่องใหญ่ต้องแก้ปัญหารัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องเป็นประชาธิปไตย หรือจะแก้เฉพาะหน้าคือต้องตัดอำนาจ ส.ว. ถ้าทั้งสองอย่างไม่ทำอะไรเลย แล้วไปแก้ตามพรรคพลังประชารัฐ ก็เท่ากับร่วมมือกับพลังประชารัฐสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสืบทอดอำนาจ เป็นการสืบทอดอำนาจเวอร์ชั่น 2

พรรคร่วมเป็นเบี้ยล่าง พปชร.

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล “จาตุรนต์” อ่านท่าทีว่า ยังได้ประโยชน์ในฐานะมีอำนาจร่วมอยู่ในอำนาจรัฐบาล แต่พรรคร่วมจะเป็นเบี้ยล่างมากขึ้น เพราะพรรคแกนนำมี ส.ว.ในมือ เป็นตัวที่ดูเรื่องการใช้งบประมาณการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหรือการกำกับยุทธศาสตร์ชาติ ไม่นับอีกหลาย ๆ เรื่อง ที่พรรคแกนนำจะได้เปรียบ

แต่พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะยังแฮปปี้ที่คุมกระทรวงสำคัญ คุมกระทรวงผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน กระแสสังคมก็จะพุ่งไปที่พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคที่ประกาศไว้ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ และย้ำอีกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็ทำไม่ได้ แล้วต้องไปเล่นละครเดินออกบ้าง ไม่ยกมือบ้าง มันก็เสื่อมลงในสายตาประชาชน

ดังนั้น ในรอบนี้เขาทำให้ดูจริงจัง เอาจริงเอาจังมากขึ้น ถ้าไม่เกิดเป็นกระแสสังคมจริง ๆ เช่น เรื่องตัดอำนาจ ส.ว.ถึงทำท่าเอาจริงเอาจัง แต่ไม่เกิดเป็นกระแสสังคมเพียงพอ ส.ว.ก็ไม่ยกมือให้ หรือแม้แต่พรรคพลังประชารัฐก็ไม่ยกมือให้ แล้วเขาหยิบบางมาตรามาล่อ สมประโยชน์กัน ยอมกันแค่นั้นก็เป็นไปได้ จึงต้องมาอยู่ที่พรรคฝ่ายค้าน

วิเคราะห์ 3 ท่าทีฝ่ายค้าน

แต่ปัญหาคือ “ฝ่ายค้าน” จะแข็งแกร่ง เป็นเอกภาพพอที่จะ “บอยคอต” แผนของพลังประชารัฐหรือไม่ “จาตุรนต์” เชื่อว่า สุดท้ายขึ้นอยู่กับความเป็นเอกภาพ ว่าสุดท้ายแล้วพรรคฝ่ายค้านจะตกลงกันอย่างไร ขณะนี้คาดการณ์ได้ 3 scenario

1.ฝ่ายค้านเป็นเอกภาพ และไม่ยกมือให้ร่างของพลังประชารัฐก็จะตกไป ไม่ใช่ว่าพวกมากจะลากไปได้หมด

2.พรรคฝ่ายค้านมีความเห็นไม่ตรงกัน แล้วบางพรรคไปสนับสนุนบางมาตรา และบางพรรคไม่สนับสนุน อาจเกิดการทำให้ร่างของพลังประชารัฐผ่านไปได้ แล้วพรรคฝ่ายค้านก็พังทลายไป เพราะแตกกันครั้งใหญ่

3.มีงูเห่าในพรรคฝ่ายค้านไปยกมือให้แล้วร่างก็ผ่านไป และต้องมาว่ากันว่าใครเป็นงูเห่า จะทำอย่างไรกับงูเห่า เท่ากับกติกาต่าง ๆ เรียบร้อยโรงเรียน พปชร. แล้วฝ่ายค้านก็กลับมารักษาบาดแผลจากการมีงูเห่ามากกว่า 50 ตัว และมาแก้ปัญหา

“ดังนั้น ทางที่อย่างน้อยไม่ให้พลังประชารัฐประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นคงให้กับระบบ คือพรรคฝ่ายค้านต้องเป็นเอกภาพ และไม่สนับสนุนร่างของพลังประชารัฐ ไม่ร่วมสังฆกรรม ไม่ยกมือให้สักมาตราเดียว อย่างน้อยป้องกันการเสริมความมั่นคงให้กับระบบ”

ใช้สังคมกดดัน “งูเห่า”

การควบคุมงูเห่าก็สำคัญ ตอนนี้ต้องการ 20% ของฝ่ายค้าน คือ 43 เสียงขึ้นไป ถ้าไม่อธิบายเหตุผลกันดี ๆ ก็เป็นไปได้ที่จะมีเกิน 43 เสียงไปสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพลังประชารัฐ

“แต่ถ้าพรรคฝ่ายค้านอธิบายต่อสังคมดี ๆ ก็จะเกิดเป็นกระแสที่ทำให้นักการเมืองฝ่ายค้านไม่กล้าเป็นงูเห่ากันมากนัก ไม่ถึง 43 ตัว ร่างก็จะไม่ผ่าน”

อย่างไรก็ตาม “จาตุรนต์” ยังมองเห็นความหวังในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้

“หวังเรื่องเดียวก่อน คือการตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ เพราะถ้าแก้ไขหลาย ๆ เรื่องต้องใช้เวลามาก และไม่เกิดผลสำเร็จจริง และถึงแม้สำเร็จเราก็ยังแก้ไม่ตก เพราะรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งต้องการการแก้อีกเยอะมาก”

จาตุรนต์บน “เส้นทางใหม่”

ถามถึงกระแสข่าว “พรรคเส้นทางใหม่” ที่มีชื่อ “จาตุรนต์” เป็นหัวหน้าพรรค เขาตอบคำถามนี้ว่า ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค คงต้องคุยกับพรรคพวกที่ไปตั้งไว้ ต้องเตรียมการไปในแบบผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค

ส่วนแนวทางของพรรค แต่เท่าที่ศึกษาดูเป็นพรรคแนวเน้นเรื่องประชาธิปไตย แก้ปัญหาประเทศโดยในภาพรวม ซึ่งหมายถึงแก้ปัญหาใหญ่ ๆ ทางเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ แนวทางน่าจะสอดคล้องกับปัญหาของประเทศพอสมควร

เราอยากเห็นพรรคการเมืองที่อาศัยทั้งประสบการณ์ อาศัยทั้งความรู้ ความคิดใหม่ ๆ ของคนรุ่นใหม่ มาผสมกับประสบการณ์และอยากเห็นความหลากหลายในการร่วมมือกันของคนที่ต่างวัย ต่างอาชีพ ที่จะมาร่วมมือกันในการทำพรรคการเมืองระยะยาว

อยู่ระหว่างการพูดคุย เตรียมการ ต่อไปจะต้องไปหารือกับพรรคการเมืองที่จะร่วมมือกัน แต่การตั้งพรรคเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่ คิด ๆ ไว้ว่าเป็นครึ่งปีหลังจะดูความพร้อม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จาตุรนต์ ฉายแสง