Skip to content

จาตุรนต์หนุนผนึกพรรค-ภาคประชาชน ดันประชามติรัฐธรรมนูญใหม่

15 ธ.ค. 2568 | 20:29น.
จาตุรนต์หนุนผนึกพรรค-ภาคประชาชน ดันประชามติรัฐธรรมนูญใหม่

‘จาตุรนต์’ เสนอเดินเครื่อง “จัดขบวนรณรงค์ประชามติเต็มที่” จี้ กกต.เร่งวางหลักเกณฑ์ หนุนพรรคการเมือง-ภาคประชาชนผนึกกำลัง

เมื้อวันที่ 15 ธ.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตสส. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า มีความจำเป็นในการเร่งรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ลงประชามติ โดยย้ำว่าเมื่อกระบวนการมุ่งไปสู่การจัดประชามติควบคู่วันเลือกตั้ง ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่การสื่อสารและการรณรงค์ของทุกภาคส่วน พร้อมเสนอให้ “ต้องเดินเครื่องจัดขบวนรณรงค์อย่างเต็มที่” เพื่อไม่ให้ประชามติถูกกลบด้วยกระแสการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งนี้ระบุว่าได้เสนอแนวทางให้พรรคเพื่อไทยกำหนดนโยบายร่วมรณรงค์แล้ว และตนเองพร้อมร่วมรณรงค์กับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

นายจาตุรนต์ระบุว่า ประชามติครั้งนี้มีคำถามคือ “ประชาชนจะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่?” และชี้ว่าเป็นจุดชี้เป็นชี้ตาย เพราะหากประชาชนเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ์ จะทำให้รัฐสภาสามารถริเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้โดยไม่มีข้อขัดข้องตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป อีกทั้งเป็นต้นทุนทางสังคมและทางการเมือง เป็นแรงเสริมแรงส่งและแรงผลักดันให้ผู้เกี่ยวข้องเดินหน้าต่อได้ โดยมีแรงหนุนจากประชาชน

“ในทางกลับกัน หากประชามติไม่ผ่านคือเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็จะกลายเป็นข้อสรุปว่าประชาชนไม่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกต่อไป และอาจต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 2560 ไปอีกนานเท่านาน เพราะเราไม่รู้เลยว่าการจะให้มีการลงประชามติกันใหม่อีกครั้งจะเกิดได้เมื่อไหร่” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ยังกล่าวถึงขั้นตอนหลังรัฐสภามีมติและเกิดการยุบสภา ว่าผู้ทำหน้าที่จะเป็นรองประธานรัฐสภาซึ่งเป็นประธานวุฒิสภา ทำหนังสือส่งไปยังคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีต้องมีมติตามที่รัฐสภาร้องขอ ก่อนส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง โดยเห็นว่าข้อดีคือประหยัดงบประมาณและทำให้มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมาก แต่ข้อเสียคือประชาชนอาจไปสนใจนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองมากกว่า จึงต้องเร่งทำให้ประชามติเป็นวาระร่วมของสังคม

ด้วยเหตุนี้ นายจาตุรนต์จี้ให้ กกต.เร่งดำเนินการทันที โดยระบุว่าเมื่อกฎหมายเปิดให้รณรงค์ได้อย่างเสรี “อันดับแรก กกต. จะต้องรีบวางหลักเกณฑ์และวิธีการในการชี้แจงรณรงค์ที่ฝ่ายต่าง ๆ จะดำเนินการ…อันนี้ต้องรีบเป็นอันดับแรก คือ วางหลักเกณฑ์” เพื่อให้การรณรงค์เดินหน้าได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรม

พร้อมกันนี้ นายจาตุรนต์ย้ำว่าบรรยากาศการรณรงค์ครั้งนี้แตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปรียบเทียบว่ากฎหมายประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2560 “ห้ามเผยแพร่สื่อทั้งภาพเสียง หรือข้อความที่ ‘ผิดไปจากข้อเท็จจริง’ รวมถึงยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่น” และในทางปฏิบัติการเผยแพร่ความเห็นต่างมักถูกข้อหาบิดเบือนหรือส่งข้อความอันเป็นเท็จทำให้ไม่เกิดการรณรงค์ของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย แต่สำหรับกฎหมายประชามติฉบับปัจจุบันไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย…ให้ทั้งประชาชน พรรคการเมือง กลุ่มองค์กรเอกชน กลุ่มต่าง ๆ ทุกภาคส่วนในสังคม สามารถชี้แจงรณรงค์ได้อย่างเสรี ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ชี้แจงได้อย่างเสรี

นายจาตุรนต์ยังเสนอให้พรรคการเมืองกำหนดนโยบายรณรงค์ประชามติควบคู่การหาเสียงเลือกตั้ง โดยย้ำว่า พรรคการเมืองน่าจะต้องรีบกำหนดเป็นนโยบาย และมอบหมายบุคลากรเพื่อชี้แจงและรณรงค์ให้ประชาชนสนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พร้อมระบุว่าไม่มีข้อห้ามในการรณรงค์ทั้งฝ่ายเห็นชอบและไม่เห็นชอบ

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า “เรื่องนี้ผมได้เสนอความเห็นไปยังพรรคเพื่อไทยแล้วนะครับ…ว่าน่าจะพิจารณากำหนดเป็นนโยบายที่จะเข้าร่วมสนับสนุน ส่งเสริมการรณรงค์ และยืนยันว่าโดยส่วนตัวผมก็พร้อมที่จะเข้าร่วมการรณรงค์ในครั้งนี้ พร้อมร่วมมือกับพรรคการเมืองและองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ”

ท้ายที่สุด นายจาตุรนต์เน้นย้ำให้พรรคการเมืองที่ต้องการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหมายถึงการเดินหน้าสู่การแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง และขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชน ภาคประชาชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้ประชามติครั้งนี้ผ่านความเห็นชอบของประชาชน