หุ้นไทยซึมๆ เคลื่อนไหวระหว่าง 1,550-1,570 จุด ระวังการเก็งกำไรหุ้นเหล็ก
ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวซึมๆ เคลื่อนไหวระหว่าง 1,550-1,570 จุด รอความคืบหน้าประชุมเฟด-เพิ่มความระมัดระวังการเก็งกำไรหุ้นเหล็ก
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 เม.ย. 2564 ว่า คาดเช้านี้ดัชนี SET แกว่งตัวซึมๆ ไซต์เวย์ระหว่าง 1,550 – 1,570 จุด ระหว่างรอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศที่แม้จะไม่ได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เนื่องจากจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และติดตามผลการประชุม FOMC ในเช้าวันพรุ่งนี้ (01.00 น ตามเวลาประเทศไทย)
ส่วนด้านปัจจัยภายนอกที่คาดจะส่งผลต่อ Sentiment ลงทุนในวันนี้ได้แก่ 1.การเร่งตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ล่าสุดมาอยู่ที่ระดับ 1.63% และ 2.นักลงทุนรอจับตาผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม FAANG ในสหรัฐที่จะทยอยประกาศผลประกอบการตลอดสัปดาห์
อัพเดตสถานการณ์ COVID-19 ในสหรัฐ ล่าสุดประชาชนบางส่วนไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยได้แล้ว โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในสหรัฐ (CDC) ประกาศให้ประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วอย่างน้อย 2 โดส สามารถออกกำลังกายนอกบ้านหรือรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ได้โดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยแล้ว ซึ่งการรวมตัวกันนี้ประกอบไปด้วย คนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วเป็นหลัก
ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนก็เข้ามามีส่วนร่วมในกลุ่มได้เช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนในสหรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ต้องติดตามผลการประชุม FOMC ในเช้าพรุ่งนี้ ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและวงเงินการซื้อพันธบัตรไว้ตามเดิม แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือถ้อยแถลงของประธาน FED ว่าจะให้มุมมองต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันอย่างไรบ้าง หลังสถานการณ์โควิดในประเทศดีขึ้น และจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินเพิ่มเติมหรือไม่
ส่วนไทยส่งออกรถยนต์โตดี สูงสุดในรอบ 24 เดือน วานนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน มี.ค. 64 ขยายตัว 16.38% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน สูงที่สุดในรอบ 24 เดือน ส่วนยอดขายในประเทศโตขึ้น 25.47% และยอดการผลิตรถยนต์เติบโตราว 10,7% ซึ่งแยกเป็นการเติบโตจากด้านการผลิตเพื่อส่งออกราว 13.13% และการเติบโตในด้านการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศราว 7.32%
การเก็งกำไรในกลุ่มเหล็กอาจต้องเพิ่มความระมัดระวัง วานนี้นายกฯ สั่งการให้ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์เข้าดูแลราคาเหล็กในท้องตลาด เนื่องจากราคาเหล็กปรับตัวขึ้นสูงมากตามราคาตลาดโลก แม้จะสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ด้วยราคาที่สูงขึ้นอาจกระทบกับผู้ประกอบการและการจ้างงานในประเทศ ทางฝ่ายวิจัยจึงมองว่านักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังอย่างมากในการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มเหล็กในช่วงนี้