เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
ดูทั้งหมด

การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ภารกิจที่ท้าทาย

05 พ.ย. 2560 | 00:14น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม
โดย อนุสรณ์ ธรรมใจ [email protected]

การปรับโครงสร้างตลาดให้มีการแข่งขัน และการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแล นั้นมีความสำคัญและเป็นความจำเป็นพื้นฐานก่อนที่จะตัดสินใจว่า จะแปรรูปหรือไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจ และจะแปรรูประดับไหน และแปรรูปอย่างไร เพราะในปัจจุบัน กิจการสาธารณูปโภคบางส่วนให้สัมปทานเอกชนทำอยู่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็น “การแปรรูป” แบบหนึ่ง

กิจการสาธารณูปโภคส่วนใหญ่สามารถปรับโครงสร้างโดยการแยกส่วนให้ชัดเจนก่อนการแปรรูป ไม่ใช่แปรรูปแบบเหมาเข่ง เพราะเท่ากับโอนย้ายอำนาจรัฐบางส่วนไปให้เอกชน จะทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นต้องแยกส่วน หรือ unbunding ก่อนว่า ส่วนไหนเปิดให้มีการแข่งขันแปรรูปได้ ส่วนไหนเป็นอำนาจรัฐผูกขาดโดยธรรมชาติ ต้องใช้วิธีกำกับควบคุมแทนการแข่งขัน เช่น การแยกส่วนประกอบของกิจกรรมออกจากกัน การแยกกิจการ “ผลิตไฟฟ้า” ออกจาก “ระบบสายส่งไฟฟ้า” ออกจาก “กิจการขายปลีกไฟฟ้า” การแยกระหว่างโครงสร้างพื้นฐานกายภาพ (physical infrastructure) และการให้บริการ (service provision) เป็นต้น

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวช่วงที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว เพิ่มงบประมาณรายจ่าย-ลดภาษี อัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากผ่านกลไก “งบฯขาดดุล” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มีเพียง 2 ปีเท่านั้นที่ใช้ “งบฯสมดุล” (ปีงบประมาณ 2548 และ 2549)

ช่วงที่ผ่านมามีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายด้วยการลดภาษีจำนวนมาก เพิ่มค่าลดหย่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาใจประชาชนให้มีเงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น โดยคาดหวังว่าจะมีการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้เงินคงคลังลดลง ฐานะทางการคลังอ่อนแอลง การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่ถูกทางจะช่วยลดภาระทางการคลัง และทำให้รัฐวิสาหกิจส่งรายได้เข้ารัฐเพิ่มขึ้น

รายได้ที่เกิดจากประสิทธิภาพที่สูงขึ้น หรือรายได้ที่เกิดจากการแปรรูปก็ตาม ควรแบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ ส่วนแรก-นำรายได้เข้ากระทรวงการคลังเพื่อนำไปใช้จ่ายพัฒนาประเทศทั่วไป ส่วนที่สอง-นำไปลงทุนและพัฒนาปรับปรุงรัฐวิสาหกิจและกองทุนสวัสดิการพนักงาน ส่วนที่สาม-ชดเชยความเสียหายและการขาดทุนจำนวนมากของรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง เช่น ร.ฟ.ท. ขสมก. อสมท เป็นต้น

ส่วนที่สี่-สนับสนุนรายจ่ายรัฐบาลเพื่อการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการแรงงาน และสาธารณูปโภคสาธารณูปการพื้นฐานในชนบท ส่วนที่ห้า-หากมีการแปรรูปเกิดขึ้นให้นำเอาผลประโยชน์จากการแปรรูปมาจ่ายเงินเดือนให้กับประชาชนทุกคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน และจัดเป็นกองทุนสวัสดิการและเงินเดือนให้กับผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 65 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบสวัสดิการใด ๆ

ขอเสนอการแปรรูปแนวใหม่ และจะไม่เรียกว่า privatization แต่ขอเรียกว่า people capitalization โดยหุ้นที่กระจายขายในการแปรรูปแนวใหม่นี้ 50% จะต้องมีประชาชนและพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของ และหุ้นส่วนหนึ่งจะโอนให้กองทุนสวัสดิการสังคม ที่เหลือจึงกระจายให้นักลงทุนและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เอกชน (private strategic partner) เพื่อปรับปรุงให้รัฐวิสาหกิจแข่งขันได้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถขยายการลงทุนในการบริการประชาชน โดยไม่เป็นภาระทางการคลัง

ความพยายามในการพัฒนารัฐวิสาหกิจ เริ่มต้นชัดเจนในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2504-2509 โดยพิจารณาความจำเป็นในการคงไว้ซึ่งรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง และเริ่มสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจพิจารณาการร่วมทุนกับเอกชน แต่การผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติหยุดชะงักและไม่เกิดผลอย่างจริงจัง เนื่องจากขาดเสถียรภาพทางการเมือง จนกระทั่งประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ทางการเงิน พ.ศ. 2540 ซึ่งกู้ยืมเงินจากธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อลดภาระการเงินการคลัง รวมทั้งการปรับโครงสร้างการอุดหนุนรัฐวิสาหกิจ

หลังวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2540 ก่อนหน้านี้ งานวิจัยเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจจะศึกษาในแง่มุมด้านรัฐประศาสนศาสตร์ หรือนโยบายสาธารณะ เป็นส่วนใหญ่ นโยบายในการพัฒนารัฐวิสาหกิจภายหลังวิกฤตการณ์การเงิน พ.ศ. 2540 ที่สำคัญ ได้แก่ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยมีการออก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2540 เพื่อจำหน่ายหุ้นของรัฐวิสาหกิจให้ประชาชน ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแปรรูปองค์กรเป็นบริษัทมหาชน ตลอดจนปรับโครงสร้างการบริหารจัดการแบบเอกชน โดยกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้รัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าอย่างมาก เห็นได้จากผลประเมินการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจตามระบบ SEPA ในปี พ.ศ. 2558 ที่สะท้อนคุณภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี

ผมและคณะผู้วิจัย (คุณศิวะ หงส์นภา และ ดร.ศศิมา วงษ์เสรี) ได้สังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจและการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และได้จัดกลุ่มงานวิจัยที่มีอยู่ได้ ดังนี้ กลุ่มงานวิจัยเกี่ยวกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กลุ่มงานวิจัยเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายรัฐวิสาหกิจ กลุ่มงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ กลุ่มงานวิจัยเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เรายังตัดสินใจเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจหลายเรื่อง โดยเราไม่รู้ข้อเท็จจริง อาศัยแค่ความเชื่อ ความรู้สึก และผลประโยชน์แห่งตน เป็นฐานในการตัดสินใจ

เรายังไม่มีองค์ความรู้ เช่น งานวิจัยเชิงสถาบันเพื่อวิเคราะห์ปัญหารัฐวิสาหกิจเชิงพลวัต หรือข้อมูลเปรียบเทียบรัฐวิสาหกิจของไทยกับประเทศอื่น ๆ งานวิจัยเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจก็เช่นเดียวกับงานวิจัยเรื่องอื่น ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึง “ข้อจำกัด” ของนักวิชาการไทยส่วนใหญ่ ที่มีประสบการณ์การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านน้อยมาก

ผลงานในลักษณะดังกล่าวมักเกิดจากนักวิจัยต่างชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารพัฒนาเอเชีย ธนาคารโลก เป็นผู้ดำเนินการ งานวิจัยที่เปรียบเทียบรัฐวิสาหกิจไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในมิติต่าง ๆ ควรมีการศึกษาเอาไว้ เพื่อจะได้พัฒนาความร่วมมือกันในอนาคต เพื่อประโยชน์ร่วมของภูมิภาค