เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

แอมเนสตี้ ร้อง ยูเอ็นเอสซี ใช้มาตรการห้ามซื้อขายอาวุธต่อเมียนมาทันที

05 พ.ค. 2564 | 15:30น.
แอมเนสตี้เรียกร้องยูเอ็นเอสซี

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ภาคประชาสังคมกว่า 200 องค์กร รณรงค์ #NotOneBulletMore  เรียกร้องให้ UNSC ใช้มาตรการห้ามซื้อขายอาวุธต่อเมียนมาโดยทันที เพื่อยุติการสังหารหมู่ของกองทัพต่อผู้ชุมนุม

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล รายงานว่า ลอเรนซ์ มอส เจ้าหน้าที่รณรงค์อาวุโสด้านองค์การสหประชาชาติ ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ลำพังการประณามของประชาคมระหว่างประเทศไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร ถึงเวลาที่มัชชาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ต้องใช้อำนาจพิเศษของตน เพื่อบังคับใช้มาตรการห้ามซื้อขายอาวุธระดับโลก เพื่อหาทางยุติการไล่สังหารอย่างต่อเนื่องของกองทัพเมียนมา

“กองทัพเมียนมาได้เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องจากผู้นำประชาคมระหว่างประเทศให้ยุติการสังหารที่โหดร้าย นายพลทหารยังปฏิเสธข้อเรียกร้องที่เป็นเอกฉันท์ของสมัชชาความมั่นคงฯ และเพื่อนบ้านในอาเซียนของเมียนมาเพื่อให้ยุติการนองเลือด”

หากสมัชชาความมั่นคงฯ บังคับใช้มาตรการห้ามซื้อขายอาวุธต่อซีเรียตั้งแต่ทศวรรษที่แล้ว กระสุนที่จะใช้ยิงประชาชนก็คงหมดไปนานแล้ว ถึงเวลาที่สมัชชาความมั่นคงฯ ต้องดำเนินการก่อนที่สถานการณ์ร้ายแรงในเมียนมาจะส่งผลให้เกิดหายนะแบบเดียวกันกับซีเรีย” ลอเรนซ์ มอสกล่าว

นับแต่การทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีรายงานว่าผู้ประท้วงอย่างน้อย 769 คน ถูกทหารสังหารอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอีกหลายพันคนถูกควบคุมตัวโดยพลการ รวมทั้งผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประเทศ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม ผู้สื่อข่าว และผู้วิจารณ์การทำรัฐประหาร

ภายหลังการตรวจสอบคลิปวีดิโอกว่า 50 ชิ้นจากการปราบปรามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า กองทัพเมียนมาและกองกำลังของตนเองมีส่วนรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศของชาวโรฮิงญาและชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์อื่น ๆ มีการใช้ยุทธวิธีและอาวุธที่มุ่งให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักเห็นในสนามรบ แต่กลับนำมาใช้กับผู้ชุมนุมโดยสงบและผู้มุงดูเหตุการณ์ทั่วประเทศ การสังหารเหล่านี้ในหลายครั้งอาจถือได้ว่าเป็นการสังหารนอกกระบวนการกฎหมาย

ในวันที่ 10 มีนาคม 2564 สมัชชาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ออก แถลงการณ์ของประธานสมัชชาฯ เพื่อ “ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ประท้วงอย่างสงบ รวมทั้งผู้หญิง เยาวชนและเด็ก” และ “เรียกร้องให้กองทัพยับยั้งชั่งใจให้มากสุด” ในวันที่ 24 เมษายน ผู้นำสมาคมประชาชาติเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) เผยแพร่ แถลงการณ์ ร่วมกันเรียกร้องให้ “ยุติความรุนแรงในเมียนมาทันที”

อังตอนียู กูแตรึช เลขาธิการสหประชาชาติยังได้ ประณาม อย่างรุนแรงต่อ “การใช้ความรุนแรงที่ทารุณของกองทัพในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง“ และระบุว่า “การใช้กำลังทหารปราบปรามต่อไป (…) เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศใช้มาตรการแก้ไขอย่างหนักแน่น เป็นเอกภาพ และเด็ดเดี่ยว”

ด้านคริสทีน ชาร์นเนอร์ เบอร์เกอเนอร์ ทูตพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งกองทัพเมียนมาสั่งห้ามเข้าประเทศ ได้ ประณามอย่างรุนแรง ต่อ “การนองเลือดอย่างต่อเนื่องในประเทศ ซึ่งกองทัพได้เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องจากนานาชาติ รวมทั้งจากสมัชชาความมั่นคงฯ ให้ยับยั้งชั่งใจ หาทางเจรจา และเคารพอย่างเต็มที่ต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน”

ในเดือนเมษายน 2564 มิเชล แบทเชลเล ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เตือนว่า สถานการณ์ในเมียนมาเป็นกระจกสะท้อนอย่างชัดเจนถึงสถานการณ์ในซีเรียเมื่อปี 2554 “ซึ่งในประเทศดังกล่าว เราได้เห็นการประท้วงอย่างสงบถูกปราบปรามด้วยการใช้กำลังที่ไม่จำเป็นและไม่ได้สัดส่วนอย่างชัดเจน การที่รัฐปราบปรามประชาชนของตนเองอย่างโหดเหี้ยมและต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนจับอาวุธ และนำไปสู่การใช้ความรุนแรงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและไม่อาจควบคุมได้ทั่วประเทศ” เธอกล่าว

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เมียนมา แอมเนสตี้