Skip to content

เอไอเอทั่วโลก มูลค่าธุรกิจใหม่โต 19% โกยเบี้ยประกันรวม 9,663 ล้านเหรียญ

14 พ.ค. 2564 | 15:44น.
เอไอเอทั่วโลก มูลค่าธุรกิจใหม่โต 19% โกยเบี้ยประกันรวม 9,663 ล้านเหรียญ

กลุ่มบริษัทเอไอเอ โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/64 ที่แข็งแกร่ง มูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 19% เป็น 1,052 ล้านเหรียญสหรัฐ ยอดขายผ่านเบี้ยประกันรับรวม 9,663 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 6% “เอไอเอประเทศไทย” รั้งอันดับ 2 ของกรุ๊ป รับยอดขายผ่านตัวแทน-พันธมิตรพุ่ง

ฮ่องกง, วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 กลุ่มบริษัทเอไอเอ (รหัสหลักทรัพย์: 1299) ประกาศผลประกอบการ ประจำไตรมาส 1 ปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.64) มีอัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้น 19% เป็น 1,052 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้น 10% เป็น 1,703 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) เพิ่มขึ้น 4.5 จุด เป็น 61.6% และมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้น 6% เป็น 9,663 ล้านเหรียญสหรัฐ (ดูตาราง) 

หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐ
(เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น)
ไตรมาส
1/64
ไตรมาส
1/63
เปรียบเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนคงที่) เปรียบเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนตามจริง)
มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) 1,052 841 19% 25%
อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) 61.6% 56.6% 4.5 จุด 5 จุด
เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) 1,703 1,483 10% 15%
เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) 9,663 8,796 6% 10%

 

นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ (AIA Group) กล่าวว่า เอไอเอมีธุรกิจใหม่ที่เติบโตมากขึ้นในทุกตลาด เมื่อเทียบกับช่วงก่อนมีสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด-19 ยกเว้นฮ่องกงซึ่งยังคงมีข้อจำกัดด้านการเดินทางที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ นอกฮ่องกงซึ่งมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของทุกตลาดในไตรมาสแรกของปีนี้สูงกว่าไตรมาสแรกของปี 62 โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 63 เอไอเอมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ของทั้งกลุ่มบริษัทสูงถึง 19% รวมไปถึงการเติบโตที่ยอดเยี่ยมในจีนแผ่นดินใหญ่ ไทย และมาเลเซีย และการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากกลุ่มลูกค้าในฮ่องกง

“จากมาตรการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ในปี 63 ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปี 64 ได้เป็นแรงผลักให้มูลค่าธุรกิจใหม่ของเราทั้งกลุ่มบริษัทฯ ได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมจาก Premier Agency ของเรา และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เรากำลังมุ่งไปข้างหน้าอย่างยอดเยี่ยมตามกลยุทธ์ของเรา พร้อมขยายความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยการใช้ทุกโอกาสที่มีกับเอไอเอทั่วทั้งเอเชีย ทั้งนี้ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เรามีโอกาสได้เปิดตัวสาขาใหม่ที่มณฑลเสฉวนในจีนแผ่นดินใหญ่”

นายหลี่ หยวน ชยอง กล่าวว่า ขอให้ลูกค้าหลายล้านคนของเรามั่นใจได้ว่า สถานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทเอไอเอยังคงความแข็งแกร่งอย่างมาก แม้ในสถานการณ์ที่มีความผันผวนซึ่งเกิดขึ้นล่าสุด สถานการณ์ของโรคระบาดโควิดทำให้ผู้คนตระหนักถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเพิ่มขึ้น เราได้เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งของมูลค่าธุรกิจใหม่ในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 63 จากการที่เราช่วยให้ผู้คนจำนวนมากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น

เอไอเอจีน สร้างมูลค่าธุรกิจใหม่สูงสุด

เอไอเอ ประเทศจีน ยังคงเป็นตลาดที่สร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ให้กับกลุ่มบริษัทเอไอเอมากที่สุด และมีการเติบโตที่ยอดเยี่ยมในไตรมาสแรกของปี 2563 กำไรจากมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) อยู่ที่ 5% (หลังหักภาษี ณ ที่จ่าย) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 มีความสอดคล้องกับปีที่ผ่านมา และเราได้เปิดตัวสาขาใหม่ในมณฑลเสฉวนเป็นที่เรียบร้อย ภายหลังได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลการธนาคารและการประกันภัยแห่งประเทศจีนในเดือนมีนาคม

เอไอเอฮ่องกง ยอดขายสะดุด เหตุชาวจีนถูกจำกัดเดินทางช่วงโควิด

เอไอเอ ฮ่องกง มีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นตัวเลขสองหลักจากกลุ่มลูกค้าในประเทศ ขณะที่ข้อจำกัดด้านการเดินทางส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ในสาขามาเก๊ายอดขายในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็นประมาณ 1ใน 3 ของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกของในไตรมาสแรก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการกลับมาของแผนการเยือนรายบุคคล (Individual Visit Scheme)

ในเดือนมีนาคม เราได้ประกาศพันธมิตรธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์เป็นระยะเวลา 15 ปี กับ The Bank of East Asia, Limited (BEA) ครอบคลุมฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ สำหรับฮ่องกงความร่วมมือครั้งนี้ช่วยขยายขีดความสามารถในการจัดจำหน่ายของเราด้วยสิทธิพิเศษในการเข้าถึงลูกค้าในประเทศกว่า 1.2 ล้านรายของ BEA

นอกจากนี้ เอไอเอยังได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมั่งคั่งของ BEA ซึ่งถือเป็นธนาคารต่างประเทศ 3 อันดับแรกในจีนแผ่นดินใหญ่

เอไอเอไทย รั้งเบอร์ 2 กรุ๊ป ยอดขายประกันผ่าน “ตันแทน-พันธมิตร” พุ่ง

เอไอเอ ประเทศไทย มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่อย่างดีเยี่ยม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งช่องทางตัวแทนและพันธมิตรธุรกิจ โดยถือเป็นตลาดที่มีมูลค่าธุรกิจใหม่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มบริษัทในไตรมาสแรกของปี 2564 อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้ เป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่การมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันที่คุ้มครองทั้งชีวิตและสุขภาพ รวมถึงประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้มาจากการบริหารงานโดย

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ที่มีเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ชัดเจนจนสามารถสร้างความสำเร็จด้วยผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างยอดเยี่ยมในไตรมาสแรก สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกภาคส่วนในเอไอเอ ประเทศไทย และตอกย้ำการเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ของประเทศไทย

ขณะที่เอไอเอ สิงคโปร์ นายหลี่ หยวน ชยอง กล่าวต่อว่า เรามีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ในเชิงบวก โดยมีการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต ในขณะที่ยอดขายจากช่องทางของพันธมิตรลดลง เนื่องจากยอดขายธุรกิจใหม่ในต่างประเทศยังคงถูกจำกัดจากมาตรการควบคุมชายแดนอย่างต่อเนื่อง

เอไอเอ มาเลเซีย ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในครึ่งหลังของปี 2563 และมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่สูงสุดในกลุ่มบริษัทฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งหน่วยงานของเรา และความร่วมมือด้านการประกันกับ Public Bank Berhad

นอกจากนี้มูลค่าธุรกิจใหม่ในตลาดอื่นๆ ลดลง สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากมาตรการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่อย่างต่อเนื่องในฟิลิปปินส์ และผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ในออสเตรเลียในไตรมาสแรกของปี 2563 ตามที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ โดยหากไม่รวมตลาดทั้งสองแห่งนี้ มูลค่าธุรกิจใหม่จากตลาดอื่นๆ ถือว่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2563

AIA Group อัตรากำไรเพิ่นขึ้น 4.5 จุด เป็น 61.6%

นายหลี่ หยวน ชยอง กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 61.6% เพิ่มขึ้น 4.5 จุด จาก 56.6% ในไตรมาสแรกของปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นชดเชยกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายของเอไอเอ ประเทศจีน

อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ที่แถลงนี้เป็นยอดสุทธิของค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และสมมติฐานในผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากที่แสดงในรายงานประจำปี 2563 กำไรที่รายงานบนมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยในธุรกิจใหม่ (PVNBP) ยังคงที่เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 10%

ทั้งนี้เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้น 10% เป็น 1,703 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2563 และเบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้น 6% เป็น 9,663 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของพอร์ตการลงทุนที่กำลังเติบโตและคงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

“การคาดการณ์ระยะยาวของธุรกิจเอไอเอทำให้เรามีข้อได้เปรียบอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นแรงกระตุ้นการเติบโตทางโครงสร้างที่แข็งแกร่งของธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้การมีรายได้เพิ่ม การเข้าถึงของบริษัทประกันของเอกชนที่ยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ และสวัสดิการภาครัฐในด้านความคุ้มครองที่จำกัด ทำให้ผลิตภัณฑ์ประกันของเอไอเอเป็นที่ต้องการไปทั่วทุกตลาดที่เราดำเนินการอยู่”

 

ความผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยน

เอไอเอได้รับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลท้องถิ่น ซึ่งทำให้สินทรัพย์และหนี้สินของเรามีมูลค่าใกล้เคียงกัน ช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ ในรายงานงบการเงินของกลุ่มที่มีการแปลเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้น เราจึงมีการเปรียบเทียบอัตราการเติบโตจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนของผลการดำเนินธุรกิจ

 หมายเหตุ

  1. ผลประกอบการในไตรมาสแรกของเอไอเอปี 2564 และปี 2563  สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 และวันที่ 31 มีนาคม 2563 ตามลำดับ
  2. ตัวเลขทั้งหมดแสดงในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามจริงในรอบปี (AER) เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น การเปลี่ยนแปลงที่แสดงโดยเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนคำนวณโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (CER) เว้นแต่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนคงที่คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่เฉลี่ยสำหรับปี 2564 และ 2563
  3. สมมติฐานเชิงเศรษฐกิจระยะยาวที่ใช้ในการคำนวณหามูลค่าธุรกิจสำหรับไตรมาสแรกปี 2564 เหมือนกันกับที่แสดงไว้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งปรากฏอยู่ในข้อมูลมูลค่าธุรกิจที่แทรกไปกับรายงานประจำปี 2563 สมมติฐานอื่นที่ไม่ใช่ในเชิงเศรษฐกิจคำนวณตามข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่มีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุด
  4. มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) คิดจากสมมติฐานที่เกี่ยวข้อง ณ เวลาขาย โดยเริ่มในปี 2564 หลักประกันความเสี่ยงที่รวมอยู่ในการคำนวณมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นตัวกำหนดระดับของผลิตภัณฑ์ในการสะท้อนความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายในช่วงของการรายงานผลประกอบการประจำปี 2563

“มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัท ไม่รวมในส่วนของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) และมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) สำหรับตลาดอื่น รวมร้อยละ 49 ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมหุ้นในประเทศอินเดีย บริษัท ทาทา เอไอเอ ประกันชีวิต จำกัด (ทาทา เอไอเอ ประกันชีวิต)”

  1. มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) รวมธุรกิจการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) และอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ไม่รวมธุรกิจการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและก่อนการหักส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม
  2. เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) คำนวณจากร้อยละ 100 ของเบี้ยประกันภัยรายปีในปีแรก และร้อยละ 10 ของเบี้ยประกันภัยแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียวก่อนการเอาประกันภัยต่อ และไม่รวมถึงการประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  3. เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) ประกอบด้วยร้อยละ 100 ของเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ร้อยละ 100 ของเบี้ยประกันภัยปีแรก และร้อยละ 10 ของเบี้ยประกันภัยแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว ก่อนการเอาประกันภัยต่อ
  4. ในบริบทของส่วนแบ่งทางการตลาดที่ได้รายงาน ฮ่องกงหมายถึงการปฏิบัติงานในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเขตบริหารพิเศษมาเก๊า สิงคโปร์หมายถึงการปฏิบัติงานในประเทศสิงคโปร์และบรูไน และตลาดอื่นๆ หมายถึงการปฏิบัติงานในประเทศออสเตรเลีย (รวมนิวซีแลนด์) กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา ไต้หวัน (จีน) และเวียดนาม
  5. ผลประกอบการของทาทา เอไอเอ ประกันชีวิต นับรวมในช่วงระยะเวลาสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ในผลประกอบการรวมของเอไอเอสำหรับไตรมาสสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 เพื่อความเข้าใจ เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) ไม่ได้นับรวบในผลประกอบการจากทาทา เอไอเอ ประกันชีวิต

 

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทเอไอเอ กลุ่มบริษัทเอไอเอ และบริษัทในเครือ (รวมเรียกว่า “เอไอเอ” หรือ “กลุ่มบริษัทเอไอเอ”) เป็นกลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีการบริหารจัดการอย่างอิสระ มีบริษัทในเครือและสำนักงานสาขาใน 18 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ทั้งในประเทศจีน ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย กัมพูชา อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา ไต้หวัน (จีน) เวียดนาม บรูไน มาเก๊า นิวซีแลนด์ และเป็นผู้ถือหุ้นร่วมทุน 49% ในประเทศอินเดีย

เอไอเอเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกในเมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อศตวรรษที่ผ่านมา ในปี 2462 โดยเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ในด้านเบี้ยประกันภัยรับจากธุรกิจประกันชีวิต และเป็นผู้นำตลาดโดยส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยมีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่ 326 พันล้านเหรียญสหรัฐ

กลุ่มบริษัทเอไอเอนำเสนอผลิตภัณฑ์ในการออมเงินระยะยาวและความคุ้มครองชีวิตแก่ลูกค้าบุคคลผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ทั้งการประกันชีวิต การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินในวัยเกษียณ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอยังให้บริการลูกค้าองค์กรผ่านผลิตภัณฑ์สวัสดิการพนักงาน ประกันสินเชื่อ และให้บริการเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพผ่านเครือข่ายตัวแทน พันธมิตรและพนักงานทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเอไอเอมีลูกค้าที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตรายบุคคลที่มีผลบังคับมากกว่า 38 ล้านกรมธรรม์ และเป็นสมาชิกกรมธรรม์ประกันกลุ่มมากกว่า 16 ล้านคน

กลุ่มบริษัทเอไอเอจดทะเบียนในกระดานหุ้นหลักของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ภายใต้รหัสหลักทรัพย์ “1299” สำหรับ American Depositary Receipts (ระดับ 1) มีการซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter) ภายใต้สัญลักษณ์ AAGIY

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AIA เอไอเอ ธุรกิจประกันภัย